teacher

ตอนที่ 7 โรงเรียนชื่นชมนักเรียนทุกคน นิทานเรื่อง ว่าที่ รมต. ปลอมตัว เป็น ครูอัตราจ้าง โรงเรียนเทียมดาว

ตอนที่ 7 โรงเรียนชื่นชมนักเรียนทุกคน
.
ครูแจง ครูจอย และ ผอ.ฟ้า
ได้นั่งพูดคุยถึงเรื่องการชื่นชมนักเรียน
แล้วมีความคิดเห็นว่า
.
นักเรียนทุกคนมีดี
ที่จะสำเร็จในแบบของตน
มีความคาดหวังว่า
นักเรียนร้อยละร้อย
จะประสบความสำเร็จได้รับการชื่นชม
ทั้งในระหว่างเรียน และหลังเรียนจบ
ที่สอดคล้องความมุ่งมั่นของนักเรียน
เช่น ชื่นชมที่เข้าเรียนตรงเวลา
ที่แลกเปลี่ยนกับครู
ที่ส่งงานตามเวลา
ที่ทำการบ้านได้ดี
ที่ไปแข่งแล้วได้รางวัล
หรือ ที่บำเพ็ญประโยชน์
.
โดยโรงเรียนอาจมีแผนสั่งผลิตของรางวัล
จาก โรงงานของพรีเมี่ยม
เตรียมเป็นของขวัญ
เพื่อใช้แสดงความชื่นชมนักเรียน
.
โรงเรียนมีหน้าที่พัฒนานักเรียน
ให้มีความรู้ ความสามารถ
และส่งผลต่อเนื่องจนได้เรียนที่ชอบ
ในมหาวิทยาลัยที่ใช่ และ ประกอบอาชีพได้
.
โรงเรียนสอนนักเรียน
ด้วยความเท่าเทียมกัน
เพื่อให้ได้คะแนนเต็มในทุกรายวิชา
แต่พบว่า นักเรียนมีความชอบแตกต่างกัน
คะแนนที่ใช้วัดผลการเรียน
จึงแปรผันไปตามความชอบ
.
การชื่นชมนักเรียนที่มีความมุ่งมั่น
มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้กำลังใจ
และสร้างความมั่นใจให้นักเรียน
.
นักเรียนที่ชอบการฟ้อนรำ
จึงมีคะแนน ในวิชานาฏศิลป์ที่สูง
ใครที่ชอบคำนวณ
จึงมีคะแนนในวิชาคณิตที่สูง
ใครที่ชอบเต้น หรือเตะฟุตบอล
ก็จะมีคะแนนในวิชาพละที่สูง
.
ส่วนใครที่ชอบหลายอย่าง
จึงมีคะแนนสูงในทุกวิชา
แต่ใครที่ไม่ชอบอะไรเลย
ก็ต้องใช้เวลาค้นหาตนเองกันต่อไป
.
เมื่อใดที่นักเรียนค้นพบสิ่งที่ชอบ
แล้วมุ่งมั่นตั้งใจให้กับสิ่งนั้น
ย่อมส่งผลให้ประสบความสำเร็จในอนาคต

Capcut

https://vt.tiktok.com/ZSFTN7jwg/

ตอนที่ 7 โรงเรียนชื่นชมนักเรียนทุกคน
นิทานเรื่อง ว่าที่ รมต. ปลอมตัว เป็น ครูอัตราจ้าง โรงเรียนเทียมดาว
#school
#teacher
#fiction
#education
#admire
#praise
#premiumperfect

ตอนที่ 6 ห้องเรียนที่อยู่นอกห้องเรียน นิทานเรื่อง ว่าที่ รมต. ปลอมตัว เป็น ครูอัตราจ้าง โรงเรียนเทียมดาว

ตอนที่ 6 ห้องเรียนที่อยู่นอกห้องเรียน
.
นอกจากการเรียนรู้ในห้องเรียน
เรียนรู้จากในตำรา
เรียนจากอีเลินนิ่ง และ แบบฝึกหัดแล้ว
.
นักเรียน มักชอบฟังเรื่องเล่า
จากวิทยากร ที่ทำงานในสายอาชีพต่าง ๆ
ที่โรงเรียนจัดกิจกรรมเชิญรุ่นพี่ศิษย์เก่า
ให้กลับไปสร้างแรงบันดาลใจให้รุ่นน้อง
.
ครูแจง ครูจอย หรือ ผอ.ฟ้า
มักจัดเวลาในห้องเรียนไว้ช่วงหนึ่ง
เพื่อแบ่งปันประสบการณ์นอกห้องเรียน
ให้นักเรียนได้ฟังอยู่เสมอ
เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับนักเรียน
ที่จะออกไปประกอบอาชีพในอนาคต
.
ผอ.ฟ้า ส่งเสริมครูให้ทำอาชีพเสริม
และบูรณาการกับการสอนได้
โดยเน้นไปที่อีคอมเมอร์ซ
มีเว็บไซต์ หรือหน้าร้านออนไลน์
ทำคลิปวิดีโอ เขียนบล็อก
เพราะอาชีพออนไลน์
เป็นสายธุรกิจที่เติมโตเร็ว ลงทุนน้อย
และมีแพลตฟอร์มที่สนับสนุนจำนวนมาก
เช่น การสั่งสินค้าจากจีนมาขาย
จาก taobao.ttpcargo.com เป็นต้น
.
ที่โรงเรียนได้เปิดห้องให้คำปรึกษา
และจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
ที่นับได้ว่าเป็นห้องเรียนสู่อนาคต
ที่ถูกนักเรียนประเมินว่าน่าสนใจ
.
แต่การเรียนต่อตามระบบการศึกษา
ยังถูกเลือกโดยนักเรียนกลุ่มใหญ่
มีหลายหลักสูตรที่ถูกกำกับดูแล
โดยองค์กรวิชาชีพที่กำกับมาตรฐาน
เช่น สายตำรวจ สายทหาร
หรือ สายวิทยาศาสตร์สุขภาพ
ที่มีนักเรียนสนใจเข้าไปฝึกประสบการณ์
เก็บชั่วโมงการฝึกงาน
.
ปัจจุบันนอกห้องเรียน
มีเรื่องราวให้เรียนรู้มากมาย
และเข้าถึงได้ง่ายกว่าในอดีต

https://vt.tiktok.com/ZSF3qv9TM/

ตัดต่อด้วย capcut

ตอนที่ 5 เปลี่ยนครูเป็นอินฟลูเอนเซอร์ นิทานเรื่อง ว่าที่ รมต. ปลอมตัว เป็น ครูอัตราจ้าง โรงเรียนเทียมดาว

ตอนที่ 5 เปลี่ยนครูเป็นอินฟลูเอนเซอร์
.
ผู้อำนวยการโรงเรียนเทียมดาว
มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลอย่างไม่ธรรมดา
มีระบบ และกลไกสนับสนุนให้
ครูในโรงเรียนใช้สื่อสังคมทุกแพลตฟอร์ม
มุ่งสู่การเป็นครูอินฟลูเอนเซอร์
.
จากการสำรวจข้อมูลในสื่อสังคม
พบว่า โรงเรียนนี้มีแนวปฏิบัติที่ดี
ดังนั้น ครูแจง จึงเลือกปลอมตัว
มาเป็นครูอัตราจ้าง ที่โรงเรียนแห่งนี้
.
แม้ว่า ผอ.ฟ้า จะเคยเลือกปฏิบัติ
เอาอกเอาใจ ครูจอย มากกว่า ครูแจง
เพราะเข้าใจผิดว่า ครูจอย
คือ ว่าที่. รมต.
ที่ปลอมตัวมาเก็บข้อมูลในโรงเรียน
.
แต่สำหรับครูอินฟลูเอนเซอร์
แล้ว ผอ.ฟ้า ให้การสนับสนุนทุกด้าน
อย่างเต็มกำลังโดยเท่าเทียมกัน
นอกจากแจก ยูเอสบี เพอร์เฟค
ไว้สำรองข้อมูล ป้องกันข้อมูลหายแล้ว
ยังมีงบประมาณสนับสนุน
มีอุปกรณ์ มีทีมพี่เลี้ยง
มีกลุ่มนักเรียนที่คอยให้กำลังใจ
มีระบบฐานข้อมูลจัดเก็บสื่อ
มีเวทีจัดการความรู้
มีประเมินและติดตาม
.
ผลงานของครูอินฟลูเอนเซอร์
ที่จำแนกตามรายวิชา เช่น
ครูภาษาอังกฤษ ร้องเพลงแร็ปสอนคำศัพท์
ครูพละศึกษา โชว์สเต็ปเต้น
ครูนาฏศิลป์ โชว์รำไทย
ครูภาษาไทย พาลูกอ่านพยัญชนะให้ฟัง
ครูวิทยาศาสตร์ สอนพิสูจน์ทฤษฎี
ครูคณิต แก้สมการให้ดู
ครูเกษตร สอนขายผักปลอดสาร
ครูลูกเสือ สอนการเอาตัวรอดในป่า
.
แล้วท่านว่า
ครูแจง ที่จบชีวะวิทยา
จะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ทางด้านใดได้บ้าง

https://vt.tiktok.com/ZSF39wG4U/

ตอนที่ 5 เปลี่ยนครูเป็นอินฟลูเอนเซอร์
นิทานเรื่อง ว่าที่ รมต. ปลอมตัว เป็น ครูอัตราจ้าง โรงเรียนเทียมดาว
#school
#teacher
#fiction
#influencer
#learning
#change
#education
#เพื่อความบันเทิง
#ของพรีเมี่ยม
#usbperfect

ตอนที่ 4 ภาระครูไทยที่คาดไม่ถึง
นิทานเรื่อง ว่าที่ รมต. ปลอมตัว เป็น ครูอัตราจ้าง โรงเรียนเทียมดาว

นิทาน ตอนที่ 4 ภาระครูไทยที่คาดไม่ถึง
ตั้งแต่ครูแจง ปลอมตัวไปเป็นครูอัตราจ้าง
เพื่อเก็บข้อมูลจากการลงพื้นที่ปฏิบัติจริง
.
จึงไม่มีเวลากลับบ้านที่ต่างจังหวัด
เพราะได้รับภาระที่ ผอ.ฟ้า
มอบหมายมาหลายรายการ
ทั้งภาระที่จำเป็น และไม่จำเป็น
ทั้งคาดถึง และคาดไม่ถึง
.
ภาระที่จำเป็น ในบทบาทของครูอัตราจ้าง
เป็นสิ่งที่เข้าใจได้
เช่น งานสอนหนังสือ งานดูแลนักเรียน
.
แต่ภาระที่ไม่จำเป็น และเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้
ทำให้นึกถึงครูชีวะสายสตรองค์
ที่ทำคลิปรีวิวหลังบรรจุครบหนึ่งปี
เก็บสำรองไว้ใน usb-perfect.com
ก่อนเผยแพร่ในสื่อสังคม
.
ทำให้เห็นภาระของครู ที่คาดไม่ถึง เช่น
– ซ่อมประตู
– เปลี่ยนหลอดไฟ
– ทาสีอาคาร
– ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์
– ติดตั้งอินเทอร์เน็ตวายฟาย
– ติดตั้งกระดานดำ
– ติดตั้งโซลาร์เซลล์
– เป็นช่างก่อสร้างเทปูน
– เป็นช่างประปาเดินท่อน้ำ
– เป็นพนักงานพัสดุ จัดซื้อ และการเงิน
– ดูแลห้องสมุด
– ดูแลคลังข้อสอบ
-ทำเว็บไซต์โรงเรียน และ
-ทำโครงการพัฒนาอีกมากมาย
.
เมื่อ ครูแจง ได้เห็นปัญหาแล้ว
ก็คิดได้ว่า เพียงหนึ่งสมอง สองมือ
ไม่พอกับภาระมากมายที่กองตรงหน้า
จึงเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อนำไปวิเคราะห์
และหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป

https://vt.tiktok.com/ZSF3dtD5D/

ตอนที่ 4 ภาระครูไทยที่คาดไม่ถึง
นิทานเรื่อง ว่าที่ รมต. ปลอมตัว เป็น ครูอัตราจ้าง โรงเรียนเทียมดาว
#school
#teacher
#fiction
#lesson
#learning
#เพื่อความบันเทิง
#ซีรี่
#ของพรีเมี่ยม
#creative
#usbperfect
#elearning

ตอนที่ 3 ประชุมจนไม่ได้เข้าห้องเรียน นิทานเรื่อง ว่าที่ รมต. ปลอมตัว เป็น ครูอัตราจ้าง โรงเรียนเทียมดาว

นิทาน ตอนที่ 3
ประชุมจนไม่ได้เข้าห้องเรียน
.
หลังจาก ครูแจง เข้าไปเป็นครูอัตราจ้าง
พบว่า หัวไม่ได้วาง หางไม่ได้เว้น
เนื่องจาก อาชีพครูสมัยนี้
มีหน้าที่พัฒนานักเรียน
ช่วยเด็กทำโครงการส่งประกวด
จะได้ทำงานเป็น
โดยมีครูคอยให้คำปรึกษา
ค้นคว้าหาข้อมูล และอีกมากมาย
.
ผอ. ฟ้า บอกว่า
ครูต้องช่วยกันรับผิดชอบโครงการ
แบ่งโครงการตามความถนัด
แยกย้ายกันไปประชุม ไปทำงาน
ไปสอนหนังสือ และดูแลนักเรียน
ระหว่างทำโครงการใดก็ตาม
ก็ต้องไม่ลืมเข้าห้องเรียน
มีบทบาทเป็นครูประจำชั้น
ต้องสอนออนไซต์ ควบคู่กับออนไลน์
.
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็น
ครูแจง ครูจอย หรือครูมืออาชีพคนไหน
ล้วนต้องมีโครงการที่ต้องรับผิดชอบ
และไปประชุมตามที่ ผอ. มอบหมาย
แล้วบ่อยครั้งที่ต้องฝากนักเรียน
ให้เพื่อนครูช่วยดูแล
ดั่งน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า
ครูแจง และครูจอย จึงต้องพึ่งพากัน
.
สิ่งที่ครูห่วงมาก
คือ การไม่ได้อยู่สอนในห้องเรียน
แต่โชคดี ที่เทคโนโลยีในปัจจุบัน
เข้ามาช่วยลดช่องว่าง
ระหว่างครูและนักเรียน
คือ ระบบสอนออนไลน์
ระบบอีเลินนิ่ง
ระบบมอบหมายงาน
ระบบอีบุ๊ค
ระบบอีด็อคคิวเมนต์
ระบบสอบย่อย
ระบบส่งงานออนไลน์ หรือ
ผ่าน ยูเอสบี เพอร์เฟค
.
ช่วยให้การจัดการเรียนรู้ง่ายขึ้น
ช่วยลดปัญหาครูทิ้งห้องเรียน
ได้ระดับหนึ่ง
.
เมื่อ ครูแจง ได้เห็นปัญหาแล้ว
จึงเก็บรวบรวมข้อมูล
เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาต่อไป

https://vt.tiktok.com/ZSFcupPgW/

ตอนที่ 3 ประชุมจนไม่ได้เข้าห้องเรียน
นิทานเรื่อง ว่าที่ รมต. ปลอมตัว เป็น ครูอัตราจ้าง โรงเรียนเทียมดาว
#school
#teacher
#fiction
#lesson
#learning
#เพื่อความบันเทิง
#ซีรี่
#ของพรีเมี่ยม
#creative
#usbperfect
#elearning

ตอนที่ 2 มอบหมายงานสอน โดยไม่ดูวิชาเอก นิทานเรื่อง ว่าที่ รมต. ปลอมตัว เป็น ครูอัตราจ้าง โรงเรียนเทียมดาว

นิทาน ตอนที่ 2
มอบหมายงานสอน โดยไม่ดูวิชาเอก
.
เมื่อ ผอ.ฟ้า เห็น ครูจอย
ขับรถใหม่ป้ายแดง แต่งตัวดี
ก็ด่วนตัดสินว่าเป็น
ว่าที่ รมต. มาเป็น ครูอัตราจ้าง
เพื่อเรียนรู้ปัญหาจากสภาพจริง
.
โดยไม่ดูข้อมูลอื่นประกอบ
เช่น วุฒิการศึกษา ประสบการณ์
หรือ ผลงานตีพิมพ์
.
ได้เห็นเพียงว่า ขับรถใหม่ป้ายแดง
แต่หน้าทาปากแดง
และ ฟังจากเพื่อนครูที่ชื่นชม
ก็ด่วนตัดสินคนจาก ภายนอก
.
แล้วให้ภาระงาน
เพื่อเอาใจ ครูจอย ที่จบเคมีมา
ก็ให้สอนวิชาเคมี และ วิชาชีวะ
ตามที่ครูจอยถนัด
ทำให้ได้สอนในวิชาที่ชอบ
.
ส่วน ครูแจง ที่ขี่รถสามล้อมาทำงานนั้น
ผอ. ฟ้า ก็คิดว่า
เป็นเด็กฝากจากในหมู่บ้าน
.
จึงยัดเยียดงานให้ทำมากมาย
แม้รู้ว่า ครูแจง ที่จบชีวะมา
แต่ก็ให้ไปดูแล
วิชาพละ สอนรำดาบ
วิชาคหกรรม สอนทำข้าวต้มมัด
วิชาศิลปะ สอนวาดภาพระบายสี
วิชาเกษตร สอนปลูกผัก
.
แล้วให้ไปหาเช่าบ้านอยู่เอง
เพราะบ้านพักครูเต็มแล้ว
.
แต่ให้ครูจอย ได้อยู่บ้านพักครู
ร่วมกับกลุ่มครูที่ชื่นชมครูจอย
.
เพราะครูจอย มีของขวัญ
เป็นแบตสำรองของพรีเมี่ยม
มอบให้ ผอ. และเพื่อนครู
แล้วยังพาเพื่อนครูไปกินหมูกะทะ
ในโอกาสฝากเนื้อฝากตัว
แสดงความมีสัมมาคารวะ
ตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน
.
แม้ทุกคนจะรู้ว่าไม่สุจริต
แต่ก็ไม่มีใครคัดค้าน
ยกเว้น ครูแจงที่แอบเก็บข้อมูลอยู่

https://vt.tiktok.com/ZSFcYPYxY/

ตอนที่ 2 มอบหมายงานสอน โดยไม่ดูวิชาเอก
นิทานเรื่อง ว่าที่ รมต. ปลอมตัว เป็น ครูอัตราจ้าง โรงเรียนเทียมดาว
#school
#teacher
#fiction
#lesson
#learning
#เพื่อความบันเทิง
#ซีรี่
#ของพรีเมี่ยม
#creative

ตอนที่ 1 เข้ารายงานตัวที่โรงเรียน
นิทานเรื่อง
ว่าที่ รมต. ปลอมตัว เป็น ครูอัตราจ้าง
โรงเรียนเทียมดาว

นิทานเรื่องนี้ ต้องการสื่อให้เห็น
ถึงความมี และ ไม่มี
จรรยาบรรณวิชาชีพครู
และ เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนสมมติ
.
เน้นเล่าเรื่อง เพื่อความบันเทิง สอดแทรก
บทเรียนด้านคุณธรรม และจริยธรรม
ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสถานที่
หรือ บุคคลใดในชีวิตจริง
.
ครูแจง เดินถือกระบอกน้ำ
ทรงสวยพร้อมปากกาพรีเมี่ยมสุดเก๋
ลงจากจักรยานไฟฟ้าสามล้อ
เข้าไปที่โรงเรียนเทียมดาว
.
มาถึงโรงเรียนพร้อมกับครูจอย
ที่ลงจากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ป้ายแดง
เข้าไปรายงานตัว เป็นครูอัตราจ้างบรรจุใหม่
พร้อมกันสองคน
.
โดยก่อนหน้านี้
ผอ.ฟ้า ได้รับแจ้งจากวงใน ว่า
ให้เตรียมการต้อนรับ ว่าที่ รมต. ที่ปลอมตัว
มาทำงาน เป็นครูอัตราจ้าง
เพื่อศึกษาปัญหาในระบบการศึกษา
ที่เกิดขึ้นจริง
เพื่อนำข้อมูลไปเขียนรายงานการวิจัย
แล้วใช้ประกอบการ
กำหนดนโยบายในการพัฒนา
และจัดทำแผนระยะยาวต่อไป
.
และต้องการปกปิดตัวตน
เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงกับความจริงที่สุด
.
ที่จริงแล้ว ครูแจง คือ
ว่าที่ รมต. สุดร่ำรวย
ที่ได้รับปริญญา 7 สาขา
ที่อายุน้อยที่สุด
และตัวตนของคุณครูยังเป็นความลับ

https://vt.tiktok.com/ZSFcJk7Dn/

นิทานเรื่อง
ว่าที่ รมต. ปลอมตัว เป็น ครูอัตราจ้าง
โรงเรียนเทียมดาว
ตอนที่ 1 เข้ารายงานตัวที่โรงเรียน
#school
#teacher
#fiction
#lesson
#learning
#เพื่อความบันเทิง
#ซีรี่
#ของพรีเมี่ยม
#creative

คืนครูให้นักเรียน: ยกเลิกให้ครูเข้าเวร ทันที

Thai teacher is the guard of the school.

ครูทุกท่านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การเข้าเวรเป็นเรื่องที่กินชีวิตมาก ตามระเบียบราชการแล้ว สถานที่ราชการต้องมีเวรยามเฝ้าตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน

เรื่องนี้เป็นปัญหาอย่างมาก โดยเฉพาะกับโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล ที่มีจำนวนครูน้อย ทำให้ครูต้องเข้าเวรตอนกลางคืนตลอดเกือบทุกวัน โดยที่ไม่มีค่าล่วงเวลาและไม่มีเวลาชีวิตไปทำอย่างอื่นได้เลย

ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล สิ่งที่เราจะทำคือ การออกคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยกเลิกการบังคับให้ครูต้องอยู่เวร ให้ใช้วิธีอื่นในการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนตามความเหมาะสม เช่น ร่วมมือกับชุมชนและสถานีตำรวจ หรือสำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องให้เป็นภาระครูในการอยู่เวรซ้ำซ้อน

https://thaiall.com/checklist.php

นโยบายพรรคก้าวไกล
ภาษาอังกฤษที่ 100 จาก 112 ประเทศ

ใบรับรองภาษาอังกฤษ

ประเด็นภาษาอังกฤษ ที่เป็นภาษาสากล มีการสอบวัดในระดับโลก
พบว่า บางประเทศเน้นสอน Grammar
แต่ผลสอบของเด็กเราชัดว่าไม่แม่นใน Grammar
พบว่า คะแนนสอบต่ำในหลายด้าน
ทั้ง Reading, Listening, Writing, Speaking และ Grammar
ถ้าเน้นสอน Grammar และแม่นใน Grammar จริง
ผลสอบ Reading, Writing และ Grammar ย่อม OK
กลับมามอง
ข้อสอบภาษาอังกฤษเพื่อสอบครู อาจารย์ หรือบุคลากรทางการศึกษา
พบว่า ไม่ยากอย่างที่ควร แต่ยังสอบตกจำนวนมาก
ทั้งที่ไม่มี Listening และ Speaking ในข้อสอบ
ปัญหาหลัก คือ ครูไม่เก่งภาษาอังกฤษ
พอที่จะสร้างระบบนิเวศการใช้ภาษาอังกฤษในโรงเรียน

ข้อเสนอสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหา
1) หลักสูตรการเรียนการสอนควรเริ่มจากการเน้น Listening และ Speaking ในขั้นพื้นฐาน แล้วเพิ่มทักษะอื่นในระดับชั้นที่สูงขึ้น
2) สร้างแรงจูงใจให้ครูพัฒนาตัวเอง เช่น ครูที่ได้คะแนน TOEIC ระดับ 600 คะแนนจะได้เงินเพิ่มสัก 2,500 บาทต่อเดือน และยื่นทุกสองปี
3) สอบบรรจุครูต้องยื่นในรับรองการสอบภาษาอังกฤษ พร้อมใบสมัคร

Cr: เรียบเรียงจาก Chaturong ใน Wiriyah Eduzones

ภาษาอังกฤษ 100 จาก 112 ประเทศ


https://thethaiger.com/th/news/500946/

https://web.facebook.com/ajWiriya/

เด็กอยากสอบโอเน็ต แต่ครูไม่ให้สอบ

เด็กทุกคนควรเข้าสู่ระบบทดสอบ เพื่อให้รู้ผลการเรียนตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา

ในอนาคต เมื่อเด็ก ๆ ได้เรียนหนังสือไปถึงระดับชั้นหนึ่ง ก็จะได้รับการวัดผลจากหน่วยงานที่เข้าใจการสอบมาตรฐาน และน่าเชื่อถือระดับชาติ ว่าประสิทธิผลการเรียนของแต่ละบุคคลอยู่ในระดับใด สะท้อนถึงประสิทธิผลการจัดการเรียนการสอนในระดับห้องเรียน ชั้นเรียน โรงเรียน และเขตพื้นที่ได้ ดังนั้นเด็กทุกคนจะได้รับสิทธิ์การสอบ เพื่อรู้ผลสอบ เป็นการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จะไม่มีคุณครูใช้สิทธิ์ห้ามเด็ก หรือสิ่งใดที่จะทำให้เด็กไม่ได้สอบอีกต่อไป แล้วการสอบประเมินสมรรถนะทางวิชาการของเด็ก ๆ จะต้องถูกจัดให้กับเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียม มิใช่คนใดคนหนึ่ง ส่วนเด็กที่เรียนแล้วไม่ต้องการรู้ผลสอบ ไม่ต้องการเข้าสอบ ก็เป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานที่พึงมีของแต่ละคน

นโยบายการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน

http://www.thaiall.com/student/onet.htm