kounchanok rujjanapan

“จาตุรนต์” เล็งส่งออกผู้บริหาร ศธ.มีโอกาสเติบโตข้ามห้วย

21 สิงหาคม 2556

“จาตุรนต์” แจงรับโอน “ทศพร” จากก.พ.ร.ข้ามห้วยมานั่งสกอ.เพราะรัฐบาลขอมา แต่มั่นใจฝีมือจะบริหารงานอุดมศึกษาได้เป็นอย่างดี พร้อมยอมรับศธ.รับผู้บริหารจากหน่วยงานอื่นหลายครั้งทำให้ข้าราชการของศธ.เสียโอกาสเติบโต เผยคุยนายกฯ แล้วให้ช่วยดูแลส่งออกผู้บริหารศธ.ไปโตที่หน่วยงานอื่นได้บ้าง

วานนี้(20ส.ค.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวถึงการโยกย้ายผู้บริหารของศธ.ว่า เหตุผลในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ ในส่วนของนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ( ก.พ.ร.) ที่รับโอนมาเป็น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) นั้น รัฐบาลโดยนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลรับผิดชอบ ก.พ.ร. เป็นผู้เสนอชื่อมาให้ศธ.รับโอน เพราะเห็นว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะทำงานด้านอุดมศึกษา เนื่องจากเคยเป็นผู้ช่วยอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเคยเป็นรองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้ามาก่อน ซึ่งเชื่อว่าจะทำหน้าที่จัดการศึกษาในสถาบันระดับสูงได้ ซึ่งตนก็เห็นว่านายทศพร เป็นเลขาธิการก.พ.ร.มานาน มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องการจัดระบบเกี่ยวกับการบริหารราชการ รวมทั้งการบริหารงานบุคคลด้วย จึงได้พิจารณารับโอนมาเป็นเลขาธิการกกอ. เพราะเห็นว่าน่าจะช่วยงานในหลายเรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กำลังดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะเรื่องการดูแลข้าราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย รวมถึงระบบที่สกอ.กำลังสร้างขึ้นเพื่อดูแลอุดมศึกษาในภาพรวม ทั้งนี้เมื่อรับโอนย้ายนายทศพรมาแล้ว จึงต้องขยับนายอภิชาติออกมา ส่วนตำแหน่งของนายอภิชาติ จีระวุฒิ ที่ย้ายไปเป็นเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) และนางสุทธศรี วงษ์สมาน รองเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ที่ย้ายไปเป็นปลัด ศธ.นั้น ตนได้พิจารณาโดยคำนึงถึงผลรวมในเรื่องการทำงานเป็นทีมที่จะเกิดประโยชน์กับการทำงานของศธ. ขณะเดียวกันนางสุทธศรี ยังมีความอาวุโสที่เหมาะสมและมีความเชี่ยวชาญในการทำนโยบายด้วย

“ที่ผ่านมาศธ. มีปัญหาว่าจะต้องรับผู้บริหารจากหน่วยงานอื่นมาตลอด ทำให้คนในศธ.เองหมดโอกาสที่จะเติบโต เพราะฉะนั้นผมจึงคุยกับนายกรัฐมนตรีว่า ในอนาคตขอให้ดูแลข้าราชการของศธ.บ้าง โดยอาจส่งออกไปเติบโตที่หน่วยงานภายนอก ซึ่งนายกฯก็รับปากว่าจะดูแลให้ ส่วนการแต่งตั้งข้าราชการระดับ10 แทนอัตราเกษียณที่ว่างลงนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ” รมว.ศธ.กล่าว

ที่มา: http://www.dailynews.co.th

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33775&Key=hotnews

จุฬาฯ-อุเทนฯเห็นตรงกันจัดการศึกษาร่วม

21 สิงหาคม 2556

จุฬาฯ-อุเทนฯเห็นตรงกันจัดการศึกษาร่วม ลดปัญหาขัดแย้งที่ดิน ด้านสกอ.เสนอเปลี่ยนชื่อสถาบันใหม่ “อุเทนถวายแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” เน้นการเรียนการสอนทางด้านช่างฝีมือ

วานนี้(20ส.ค.) รศ.นพ.กำจรตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า ตามที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวายและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ขอให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นตัวกลางในการเจรจาปัญหาความขัดแย้งกรณีจุฬาฯของคืนกรรมสิทธิ์ที่ดินจากอุเทนถวาย นั้น เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมาตนได้เชิญนายสืบพงศ์ ม่วงชู รองอธิการบดี มทร. ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะศิษย์เก่าอุเทนถวาย และผศ.ดร.ม.ร.ว.กัลยาติงศภัทิย์ รองอธิการบดี จุฬาฯ มาหารือในกรณีดังกล่าว ซึ่งตนได้เสนอทางเลือกให้จุฬาฯ และอุเทนถวาย ใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าวร่วมกันในการจัดการศึกษา โดยอาจจะพัฒนาอุเทนถวายให้เป็นสถาบันใหม่ที่มีชื่อว่า” อุเทนถวายแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” เน้นการเรียนการสอนทางด้านช่างฝีมือ เพราะเป็นสาขาที่ขาดแคลนและเป็นความต้องการของตลาดแรงงานอย่างมาก

รศ.นพ.กำจร กล่าวต่อไปว่า จากการหารือปรากฏว่าทั้งอุเทนถวายและจุฬาฯ เห็นด้วยกับแนวทางที่ตนเสนอ โดยทางอุเทนถวายขอเวลา 6 เดือนนับจากนี้ เพื่อไปสอบถามความคิดเห็นของศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่าว่าเห็นด้วยหรือไม่ ขณะเดียวกันทางศิษย์เก่าอุเทนถวายก็รับปากว่าระหว่างนี้จะไม่เคลื่อนไหวใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินขบวนหรือให้ข่าวต่างๆ ส่วนจุฬาฯก็เห็นว่าแนวทางที่ตนเสนอจะทำให้ทั้งสองสถาบันสามารถอยู่ร่วมกันได้ และเชื่อว่าประชาคมจุฬาฯ จะเห็นประโยชน์ทางวิชาการมากกว่าปัญหาเรื่องความขัดแย้ง

” ผมได้ขอให้ทั้งสองสถาบันไปร่างแผนการดำเนินงานการจัดการศึกษาร่วมกันมาว่าแต่ละฝ่ายต้องกา จัดการศึกษาในรูปแบบใด เพื่อให้ตรงตามความต้องการของทั้งสองสถาบัน ซึ่งหากได้ข้อสรุปที่ลงตัวแล้ว สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะเสนอเรื่องดังกล่าวให้นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ รับทราบ และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเป็นหลักฐาน ไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดผิดสัญญาในอนาคต” รองเลขาธิการกกอ.กล่าว

ที่มา: http://www.dailynews.co.th

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33774&Key=hotnews

สพฐ.เตรียมเสนอแผนปฎิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบ

21 สิงหาคม 2556

สพฐ.เตรียมเสนอแผนปฎิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบ แก้ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้วิชาภาษาไทยในเด็กช่วงชั้นที่ 1 เล็งภายในปี 56 ต้องแก้ปัญหาได้ครบร้อยเปอร์เซนต์

วานนี้(20ส.ค.) ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการวางแผนงานการขับเคลื่อนการปฎิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบ ซึ่งได้มีการจัดประชุมระดมความคิดเห็นไปแล้วเมื่อวันที่ 18 ส.ค. โดยจุดหลักที่สพฐ.จะเริ่มต้นดำเนินการให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในเบื้องต้น คื การแก้ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ในวิชาภาษาไทยของนักเรียนในช่วงชั้นที่ 1(ป.1-ป.3) ทั้งประเทศ โดยมอบหมายให้เขตพื้นที่การศึกษาจัดทำเป็นข้อเสนอและมาตรการดำเนินการ โดยจะใช้เครื่องมือประเมินความบกพร่องค้นหาเด็กกลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ เพื่อต้องการสร้างหลักประกันว่าภายในปี 2556 ภาคเรียนที่ 2 เด็กในช่วงชั้นที่ 1 จะต้องอ่านออกเขียนได้ครบร้อยเปอร์เซนต์ ซึ่งเขตพื้นที่อาจมีมาตรการเร่งรัด สอนซ่อมเสริมเด็กกลุ่มเสี่ยงให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้จะมีการส่งเสริมการพัฒนากระบวนการคิดอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาจมีการประยุกต์ความรู้ด้านภาษา การคำนวณ และวิทยาศาสตร์ มาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น รวมถึงการจัดทำคู่มือฝึกอบรมครู ในการส่งเสริมกระบวนการคิดตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยทั้งสองเรื่องดังกล่าว สพฐ.จะจัดทำเป็นรายงานเสนอต่อนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ เพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป อย่างไรก็ตามสำหรับการจัดทำเครื่องมือค้นหาเด็กกลุ่มเสี่ยงนั้น จะทำให้ทราบถึงจำนวนเด็กกลุ่มเสี่ยงที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายของมาตรฐาน เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นใจได้ว่าเมื่อเด็กเรียนจบช่วงชั้นที่ 1 ไปแล้วต้องอ่านออกเขียนได้ ซึ่งจะนำไปสู่การปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนต่อไป

ที่มา: http://www.dailynews.co.th

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33773&Key=hotnews

‘อาชีวะสร้างชาติ’ โชว์ฝีมือ นศ.-นร. อบรม 108 อาชีพ

20 สิงหาคม 2556

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดงาน “อาชีวะสร้างชาติ” ว่า งานอาชีวะสร้างชาติเป็นการแสดงความก้าวหน้าในการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษา ซึ่งปัจจุบันกระทรวงศึกษาฯ มีนโยบายจัดการศึกษาแบบทวิภาคี ภายในงานมีการมอบโล่ให้วิทยาลัย และสถานประกอบการที่ร่วมจัดทวิภาคีในระดับ 5 ดาว วิทยาลัยหลายแห่งได้ร่วมจัดทวิภาคีกับสถานประกอบการมาอย่างต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก การฝึกงานในสถานประกอบการทำให้เด็กมีความรู้และทักษะในการทำงานเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้นอยากให้ยกระดับการจัดการศึกษาแบบทวิภาคีให้เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีสถานประกอบการขนาดใหญ่
“กระทรวงพยายามรณรงค์ว่า การมาเรียนสายอาชีพนอกจากจะมีงานทำแน่นนอนหลังเรียนจบแล้ว ยังได้เงินเดือนสูงด้วย ซึ่งผมจะหารือกับ สอศ.เพื่อวางระบบการประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้ประชาชนรับทราบ เพื่อเป็นการดึงดูดให้คนมาเรียนสายอาชีวะเพิ่มขึ้น” นายจาตุรนต์ กล่าว

ด้าน นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า งานอาชีวะสร้างชาติจัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบ 6 รอบของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยนำผลงานของนักศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดทั่วประเทศมาจัดแสดงและจำหน่ายแก่ประชาชน พร้อมทั้งโชว์ผลงานที่โดดเด่นของนักศึกษาที่ได้รับรางวัลในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ นอกจากนั้นยังมีการจัดนิทรรศการแสดงความก้าวหน้าในการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยต่างๆ นวัตกรรมโครงการวิทยาศาสตร์และสิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษา การอบรม 108 อาชีพ บริการอาชีวะซ่อมได้ของศูนย์ Fix it Center ซุ้มเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย และนิทรรศการพระราชกรณียกิจ โครงการพระราชดำหริ ผลงานด้านหัตถศิลป์ ภายใต้ทีมงานว่า “กลีบผกา กัทลี วิถีไทย” ซึ่งเป็นการสาธิตและโชว์ฝีมือนักศึกษาในการประดิษฐ์งานดอกไม้ ใบตอง แกะสลัก งานปั้น พานขันหมาก เครื่องแขวน โคม เครื่องหอม ซึ่งเป็นศิลปะโดดเด่นเฉพาะถิ่นที่แสดงถึงอัตลักษณ์และประเพณีไทย

ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33762&Key=hotnews

สกอ.ระดมสมองจัดการศึกษาทางไกล

20 สิงหาคม 2556

ดร.วราภรณ์ สีหนาท รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จะจัดประชุมระดมความคิดเห็นเรื่อง “แนวทางการจัดการคุณภาพการศึกษาทางไกล” โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ ในวันที่ 27 ส.ค.นี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวทางการพัฒนาเกี่ยวกับมาตรฐานการศึกษาแบบการศึกษาทางไกลในระดับอุดมศึกษาให้เหมาะกับบริบทของสถาบันอุดมศึกษาไทย จากมหาวิทยาลัยและผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจาก สกอ.ได้จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) กำหนด วิสัยทัศน์ปี 2559 คืออุดมศึกษาเป็นแหล่งองค์ความรู้และพัฒนาคนระดับสูงที่มีคุณภาพเพื่อการพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน สร้างสังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทำให้สถาบันอุดมศึกษาจำนวนมากเสนอให้ สกอ.พิจารณารับทราบการขอเปิดหลักสูตรระดับปริญญาในระบบการศึกษา ทางไกล

ดร.วราภรณ์ กล่าวถึงกรณีมหาวิทยาลัยพิษณุโลก ที่แจ้ง สกอ.รับทราบการเปิดหลักสูตรในระบบการจัดการศึกษาทางไกลว่า มหาวิทยาลัยได้แจ้งมาที่ สกอ.ว่า สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ปิดการเรียนการสอนหลักสูตรในระบบการศึกษาทางไกล ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ดำเนินการไปแล้ว พร้อมทั้งได้เยียวยานักศึกษาที่เรียนในหลักสูตรดังกล่าวทั้งระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา ด้วยการย้ายนักศึกษาเข้ามาศึกษาในระบบชั้นเรียนปกติที่สกอ.รับทราบแล้ว ซึ่ง สกอ.ก็รับทราบตามที่มหาวิทยาลัยแจ้ง และจะแจ้งสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป.

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33760&Key=hotnews

ผอ.ร.ร.หนุน ‘จาตุรนต์’ ปฏิรูปเรียนรู้ วิเคราะห์ดี-เสียปรับสอบเข้ามหา’ลัย

20 สิงหาคม 2556

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม นายวันชัย ทองเกิด ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ ให้สัมภาษณ์กรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบ โดยให้เพิ่มขีดความสามารถทักษะการคิดคำนวณ คิดวิเคราะห์ ความสามารถในการอ่าน และทักษะทางภาษาของนักเรียนว่า เห็นด้วยที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษาทุกระดับ โดยให้ความสำคัญกับการเรียนในห้องเรียน โดยเฉพาะเรื่องการอ่านที่คงไม่ใช่แค่อ่านออกเขียนได้ แต่ควรเพิ่มทักษะเรื่องการคิดวิเคราะห์และการอ่านอย่างเข้าใจด้วย ทั้งนี้ ยอมรับว่าในส่วนของนักเรียนระดับประถมศึกษาที่เลื่อนขึ้นมาเรียนระดับมัธยมศึกษา มีบางส่วนที่มีปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่คล่อง รวมถึงมีปัญหาการเขียนที่ไม่สามารถสื่อความหมายได้ โดยแนวทางแก้ปัญหาคือ ต้องเน้นการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนการสอน โดยใช้เทคนิคต่างๆ ในห้องเรียน รวมถึงการพัฒนาคุณภาพครู

นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ที่นายจาตุรนต์มีข้อเสนอให้ปรับระบบการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัย โดยให้เหลือระบบเดียวเพื่อลดภาระการสอบของนักเรียนนั้น คงต้องรอดูรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนว่า จะปรับไปในทิศทางใดอย่างไร เป็นวิธีที่สามารถลดปัญหาที่เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มีผล กระทบต่อนักเรียนโดยตรง ดังนั้น การดำเนินการต่างๆ จึงต้องสอบถามความคิดเห็นให้รอบด้าน รวมถึงวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียก่อนตัดสินใจ และจะต้องประกาศให้นักเรียนและผู้ปกครองทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปี

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33759&Key=hotnews

‘ชินภัทร’ เยี่ยมควบรวม ร.ร.เล็ก

20 สิงหาคม 2556

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พร้อมคณะเข้าตรวจเยี่ยมการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ที่โรงเรียนบ้านบ่อแบบหนองหญ้าม้าวิทยา อ.เมืองหนองคาย ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนา “จตุภาคี” มีนายประกอบ กุลเกลี้ยง ผอ.สพป.หนองคาย เขต 1 พร้อมคณะผู้บริหารโรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะครู นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียนกว่า 300 คนให้การต้อนรับ

สำหรับศูนย์การเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนา “จตุภาคี” ประกอบด้วยโรงเรียนขนาดเล็กรวมตัวกัน 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านโคกคอน, โรงเรียนพระธาตุบังพวน, โรงเรียนโคกคำทุ่งสว่างวิทยา และโรงเรียนบ่อแบบหนองหญ้าม้าวิทยา ซึ่งโรงเรียนทั้ง 4 เป็นโรงเรียนขนาดเล็กมีครูไม่ครบชั้นเรียน ดังนั้นโรงเรียนทั้ง 4 แห่งจึงพร้อมใจกันและมีมติร่วมกันระดมแนวคิดที่ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบเรียนร่วมกัน โดยใช้บุคลากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ ปัจจุบันมีนักเรียนรวม 262 คน ครู 17 คน

นายชินภัทรกล่าวว่า การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กเข้าด้วยกัน ถือเป็นนโยบายของ สพฐ.ที่จะแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนน้อย ครูไม่ครบชั้น การควบรวมของศูนย์การเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนา “จตุภาคี” ของโรงเรียนทั้ง 4 แห่งนี้ทำได้ประสบผลสำเร็จ สมควรนำออกเผยแพร่เพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับโรงเรียนขนาดเล็กอื่นๆ ต่อไป

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33758&Key=hotnews

แย้มชื่อโยกบิ๊กกระทรวงศึกษาฯ

20 สิงหาคม 2556

เผยโผรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายบิ๊กข้าราชการศธ. “อภิชาติ” เลขาฯสกอ.จ่อคุมสพฐ. ขณะที่เก้าอี้ปลัดกระทรวงยังไม่ชัด

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการระดับสูงทั้งระดับ 10,11 ของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) มีกระแสข่าวว่า โผรายชื่อการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ศธ.ล่าสุด ทดแทนข้าราชการระดับสูงที่เกษียณอายุราชการ นั้นออกมาแล้ว โดยผู้ที่จะมานั่งเก้าอี้แทน นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดศธ. มีกระแสข่าวว่า นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)จะขึ้นมารับตำแหน่ง เป็นเลขาธิการ สพฐ. โดยมี ศ.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) รับตำแหน่งเป็นเลขาธิการ สกอ.แทน

อย่างไรก็ดี ตำแหน่งปลัด ศธ.นั้น ยังมีความไม่ชัดเจนในตำแหน่งนี้ โดยระหว่างนายกมล รอดคล้าย รองเลขาธิการ สพฐ. ในอดีตคณะทำงานของนายจาตุรนต์ ฉายแสง สมัยเป็นรมว.ศธ.สมัยแรก กับนางสุทธศรี วงศ์สมาน รองเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ในฐานะพี่น้องร่วมสถาบันมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเป็นคนจัดทำเอกสารนโยบายและยุทธศาสตร์ ศธ.ของนายจาตุรนต์ โดยทั้งคู่ ต่างถือเป็นคนสนิท จึงยังไม่มีความชัดเจนในตำแหน่งนี้

ที่มา: http://www.posttoday.com

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33757&Key=hotnews

เปิดใจ 2 นักเรียนไทยหลังบินกลับจากอียิปต์

20 สิงหาคม 2556

เปิดใจ 2 นักเรียนไทยทั้งน้ำตา หลังบินกลับจากอียิปต์ เดินทางถึงประเทศไทย
นางรุสนา หะยีอาแว อายุ 26 อาชีพแม่บ้าน เปิดเผยภายหลังที่เดินทางมาถึงประเทศไทยด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มว่า ตนเดินทางไปศึกษาที่ประเทศอียิปต์ ในกรุงไคโร ตั้งแต่อายุ 19 ปี โดยอยู่ที่ประเทศอียิปต์มาแล้ว 7 ปี ซึ่งขณะนี้ได้ศึกษาจบระดับปริญญาตรีแล้ว และได้มีครอบครัวโดยมีสามีเป็นคนไทย และมีลูกสาววัย 2 เดือน ซึ่งลูกสาวได้เกิดที่ประเทศอียิปต์ อย่างไรก็ตามนางรุสนา ได้เล่าช่วงที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงให้ฟังว่า ได้อาศัยอยู่แต่ภายในบ้านพัก โดยไม่ได้ออกไปไหน นอกจากไปตลาดที่อยู่ใกล้บ้านเพื่อไปซื้ออาหาร ซึ่งช่วงที่เกิดเหตุรุนแรงยังส่งผลให้น้ำและไฟฟ้า หยุดเป็นระยะ
รวมถึงสัญญาณโทรศัพท์ด้วย ส่วนสิ่งที่ตัดสินใจเดินทางกลับมาไทย เพราะได้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเห็นว่าสถานการณ์เริ่มรุนแรงมากขึ้น รู้สึกไม่ปลอดภัยและเป็นห่วงลูก แต่ถึงอย่างไรก็ตามตนจะเดินทางกลับไปที่กรุงไคโรอีกครั้งภายหลังที่เหตุการณ์ความรุนแรงสงบลง เพื่อไปเลี้ยงลูกสาวที่นั่น และเมื่อลูกสาวโตก็จะเดินทางกลับมาเป็นครูที่ประเทศไทย

ขณะที่นายจิรายุ ยูเต๊ะ อายุ 18 ปี อาชีพนักศึกษา เปิดเผยทั้งน้ำตาภายหลังที่เดินทางถึงประเทศไทยว่า ได้เดินทางไปศึกษาที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์เป็นเวลา 3 เดือนแล้ว และเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น ก็ได้อาศัยอยู่แต่ภายในบ้านพัก เมื่อจะออกไปซื้อของร้านค้าบางร้านก็ปิด จึงจำเป็นที่ต้องใช้ชีวิตเท่าที่หาได้ โดยทุกครั้งที่ออกไปหาซื้ออาหารจะมีความเสี่ยงมาก แต่ก็ต้องเสี่ยงเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่ต่อไปได้ อย่างไรก็ตามช่วงที่เกิดเหตุการณ์ได้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ซึ่งครอบครัวที่ประเทศไทย ก็ได้โทรศัพท์มาคุยทุกวัน โดยสัญญาณโทรศัพท์ก็ขัดข้องเป็นระยะ ส่วนสาเหตุที่เดินทางกลับมายังประเทศไทยเพราะครอบครัวเป็นห่วง แต่ถึงอย่างไรเมื่อเหตุการณ์สงบลง ก็จะเดินทางกลับไปเรียนต่อ ซึ่งไม่ได้มีความกลัว เพราะสนใจเรื่องเรียนมากกว่า

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33756&Key=hotnews

“จาตุรนต์” ยอมรับปีนี้นักเรียนอาจได้แท็บเล็ตช้า

20 สิงหาคม 2556

“จาตุรนต์”ยอมรับปีนี้นักเรียนชั้น ป.1 และ ม.1อาจได้รับแท็บเล็ตล่าช้า แต่ยืนยันโครงการนี้ไม่ล่มอย่างแน่นอน

วานนี้(19 ส.ค.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้าการจัดซื้อคอมพิวเตอร์พกพา หรือแท็บเล็ต ให้แก่นักเรียนชั้นป.1 และ ม.1 ประจำปีการศึกษา 2556 ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการจัดซื้อแท็บเล็ตทั้ง 4 โซน ประกอบด้วย โซน 1 สำหรับนักเรียน ป.1 ภาคกลางและภาคใต้ ,โซน 2 สำหรับนักเรียน ป.1 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ,โซน 3 สำหรับนักเรียน ม.1 ภาคกลางและภาคใต้ และโซน 4 สำหรับนักเรียน ม.1 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งแม้ว่าโซนที่ 1, 2 และ 4 จะมีการประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ส่งบันทึกมาและมีข้อความบางส่วนตีความได้ว่ามีข้อสงสัยในการประกวดราคาฯ ของโซน 1, 2 และ 4 โดยแม้ว่าจะไม่มีนัยยะสำคัญ แต่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็จำเป็นต้องหารือกับ สตง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ขณะที่โซน 3 ตนได้สั่งให้ทบทวนแล้ว เพราะหาก สตง.สั่งให้ทบทวน แต่ยังเดินหน้าดำเนินการต่อไปก็อาจจะโดนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบได้

“ปีนี้นักเรียนชั้น ป.1 และ ม.1 คงจะได้รับแท็บเล็ตช้าอย่างแน่นอน แต่ยืนยันว่าโครงการนี้จะไม่ล่ม เพราะเมื่อพิจารณาผลในเรื่องการเรียนการสอนเมื่อใช้แท็บเล็ตจะเห็นได้ชัด ซึ่งแม้ว่าอาจจะมีปัญหาบ้าง เช่น เด็กชอบเล่นเกม และใช้เวลาไม่เป็นประโยชน์เท่าที่ควร แต่เมื่อดูผลส่วนใหญ่จากการศึกษาวิจัย การสำรวจความคิดเห็น หรือแม้แต่การลงพื้นที่ไปดูด้วยตนเอง ทุกสิ่งก็ยืนยันตรงกันหมดว่า เด็กที่เรียนรู้โดยใช้แท็บเล็ตจะเรียนรู้ได้เร็ว และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กจะดีกว่าเด็กที่ไม่ได้ใช้แท็บเล็ตอย่างเห็นได้ชัด เด็กจะมีความกระตือรือร้นที่จะเรียน และสนใจเรียนมากกว่า” นายจาตุรนต์ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตามการจัดซื้อแท็บเล็ตของปีนี้ที่ล่าช้าออกไปนั้น ถือเป็นเรื่องสุดวิสัย เพราะติดปัญหาที่ระบบการจัดซื้อจัดจ้างของไทยซึ่งจะต้องมีการกำหนดสเปค โดยจุดนี้ก็จะโยงไปสู่ปัญหาว่าล็อกสเปคหรือไม่ ดังนั้นเมื่อมีการจัดซื้อทั้ง 4 โซนเสร็จสิ้นแล้ว ตนจะมอบให้คณะกรรมการบริหารนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์พกพา หรือแท็บเล็ต ต่อ 1 นักเรียน ไปประมวลปัญหาทั้งหมดเพื่อให้การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในปีต่อไปไม่เกิดปัญหา และเกิดความล่าช้าเช่นนี้อีก

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการบริหารนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์พกพา หรือแท็บเล็ต ต่อ 1 นักเรียน กล่าวว่า ขณะนี้ สพฐ. ได้เสนอขออนุมัติจาก รมว.ศึกษาธิการ เพื่อดำเนินการจัดซื้อแท็บเล็ตในโซน 1 และ 2 กับ บริษัท เซิ่นเจิ้น อิงถัง อินเทลลิเจ้นท์ คอนโทรล จำกัด แล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการรอ รมว.ศึกษาธิการ ลงนามอนุมัติ แต่ทั้งนี้คาดว่า รมว.ศึกษาธิการคงจะรอหนังสือตอบข้อหารือเกี่ยวกับการจัดซื้อดังกล่าวจากกรมบัญชีกลางว่าจะสามารถดำเนินการจัดซื้อได้หรือไม่ รวมถึงผลการหารือในการประชุมคณะกรรมการบริหารฯ ในวันที่ 22 ส.ค.นี้ก่อน ส่วนการจัดซื้อในโซน 4 นั้น คาดว่าคงต้องรอให้มีการประกาศยกเลิกการจัดซื้อในโซน 3 ให้เรียบร้อยก่อน เพราะกังวลว่าหากผลการประมูลในโซน 3 รอบใหม่มีราคาที่แตกต่างกับโซน 4 อาจจะถูกกว่าหรือแพงกว่ามาก ก็อาจจะเป็นปัญหาตามมาในภายหลังอีกได้ ดังนั้นจึงรอให้การประมูลในโซน 3 เสร็จเรียบร้อยก่อน จึงจะดำเนินการในโซน 4 ต่อไป

ที่มา: http://www.dailynews.co.th

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33755&Key=hotnews