kounchanok rujjanapan

สกสค. เตรียมเดินสายรับฟังเสียงครูรวบรวมปัญหาเร่งแก้ไขสถานการณ์

13 สิงหาคม 2556

นายสมศักดิ์ ตาไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ภายในเดือนสิงหาคม นี้ ตนพร้อมคณะผู้บริหาร สกสค. จากส่วนกลาง จะเดินสายไปรับฟังปัญหาและเก็บข้อมูลการทำงานเรื่องการดูแลสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ในภูมิภาคต่างๆ ตามโครงการติดตามยุทธศาสตร์การบริหารงานของสกสค. โดยขณะนี้ได้มีการรับฟังปัญหาในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลางและ ภาคใต้แล้ว ส่วนที่เหลือจะทยอยลงไปให้เสร็จสิ้นภายในเดือนนี้ จากนั้น จะมารวบรวมปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานของฝ่ายปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อเร่งแก้ไขให้การทำงานของสกสค.สามารถเดินไปข้างหน้าได้ และเพื่อให้สามารถดูแลครูได้อย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ สำหรับพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา 5 อำเภอ ซึ่งมีสถานการณ์ความ ไม่สงบอยู่นั้น สกสค.จะถือให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ ซึ่งจะมีการปลดล็อกเงื่อนไขการดูแลครู โดยตนจะมอบอำนาจให้ผอ.สกสค.จังหวัดพิจารณาให้ความช่วยเหลือครูที่ประสบเหตุ เมื่อเกิดกรณีความ ไม่สงบในทันทีโดยไม่ต้องรอเสนอเรื่องตามขั้นตอนมาถึงส่วนกลาง และหากมีครูที่เป็นสมาชิก ชพค. เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบ ให้ ผอ.สกสค.จังหวัด สามารถนำเงินช่วยเหลือ ค่าจัดการศพละ 2 แสนบาท ไปมอบให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้ทันทีภายใน 24 ชั่วโมง จากนั้น จะได้รับเงินอีก 7 แสนบาท และเงินช่วยเหลือพิเศษอีก 5 แสนบาท ส่วนครูที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ชพค. จะได้เฉพาะเงินช่วยเหลือ พิเศษ 5 แสนบาท

ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33672&Key=hotnews

สกอ.เตรียมปล่อยกู้กองทุนตั้งตัวได้

13 สิงหาคม 2556

สกอ.เตรียมปล่อยกู้กองทุนตั้งตัวได้ 400 กว่าราย เริ่มคัดเลือกกลางเดือนส.ค.นี้…

รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการกองทุนตั้งตัวได้ว่า ตนได้รายงานความคืบหน้าให้นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ รับทราบว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ฝึกอบรมวิทยากรศูนย์บ่มเพาะ จำนวน 100 คน และจะฝึกเพิ่มอีก 100 คน ทำหน้าที่พัฒนาศักยภาพให้กับนักศึกษา เพื่อเป็นผู้ประกอบการใหม่ที่มีความเข้มแข็งทางธุรกิจ โดยวิทยากร 1 คนจะดูแลนักศึกษา 50 คน โดย สกอ.ได้หาผู้เข้าโครงการกองทุนตั้งตัวได้แล้ว 305 ราย

รศ.นพ.กำจร กล่าวต่อไปว่า ดร.โอฬาร ไชยประวัติ ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนตั้งตัวได้ ลงพื้นที่เพื่อดูในส่วนของนักศึกษาที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่จะเข้าร่วมประมาณ 100 ราย และหลังจากที่ได้โครงการต่างๆ มาแล้วจะต้องให้คณะกรรมการพิจารณาอีกครั้งว่า จะมีโครงการใดบ้างที่จะปล่อยกู้ได้บ้าง ซึ่งจะประเมินว่าจะสามารถเดินได้ในระดับหนึ่ง ไม่ล้มกลางคัน คาดว่ากลางเดือน ส.ค.นี้จะเริ่มคัดเลือกโครงการต่างๆ ได้ และต้นเดือน ก.ย.นี้จะปล่อยให้กู้ และในรุ่นแรกน่าจะปล่อยกู้ได้ 400 กว่าราย.

ที่มา: http://www.thairath.co.th

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33670&Key=hotnews

ชง ‘จาตุรนต์’ เซ็นเลื่อนเปิดเทอม ร.ร.สพฐ. 10 มิ.ย.

13 สิงหาคม 2556

นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เสนอเรื่องการปรับปรุงระเบียบ ศธ.ว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดการศึกษา พ.ศ.2549 เพื่อแก้ไขกำหนดการเปิดภาคเรียนของโรงเรียนในสังกัด สพฐ.จากเดิมวันที่ 16 พฤษภาคม เป็นวันที่ 10 มิถุนายน ให้สอดคล้องกับกลุ่มประเทศอาเซียนนั้น สำนักงานปลัด ศธ.ได้ปรับปรุงระเบียบดังกล่าว และเสนอนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการ ศธ.พิจารณา และลงนามในประกาศแล้ว เมื่อลงนามจะมีผลให้สถานศึกษาสังกัด สพฐ.ทุกแห่งปรับเลื่อนเวลาเปิดเรียนเป็นวันที่ 10 มิถุนายน เริ่มภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 เป็นต้นไป

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า สอศ.ยังไม่ได้หารือเรื่องนี้ แต่โดยหลักถ้า สพฐ.เลื่อนเวลาเปิดภาคเรียน สอศ.ต้องปรับด้วย เพราะการรับนักศึกษาของ สอศ.ต้องล้อกับการรับนักเรียนของ สพฐ.เพราะต้องรอรับเด็กที่จบชั้น ม.3 เข้าเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ขณะเดียวกันสถาบันการอาชีวศึกษาที่สอนระดับปริญญาตรี อาจต้องเลื่อนเปิดภาคเรียนให้สอดคล้องกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ คือช่วงเดือนสิงหาคม กันยายน โดยน่าจะเริ่มต้นตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 เป็นต้นไป เพราะปีการศึกษา 2557 กำหนดเวลาเปิดภาคเรียนไปแล้ว วันที่ 10 มิถุนายน
นางจำนงค์ แจ่มจันทรวงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา กล่าวว่า ถ้าเป็นนโยบาย ศธ.โรงเรียนต้องปฏิบัติตาม แต่อยากให้เร่งสรุปเรื่องเงื่อนเวลาที่แน่นอนโดยเร็ว เพราะหากเลื่อนเป็นวันที่ 10 มิถุนายน เท่ากับห่างจากเดิมถึง 3 สัปดาห์ โรงเรียนต้องมีเวลาเตรียมตัว ทั้งปรับตารางเรียน และกิจกรรมต่างๆ ของนักเรียน และครู ขณะเดียวกันยังไม่แน่ใจว่า หากเลื่อนเปิดแล้ว จะต้องเลื่อนปีการศึกษาด้วยหรือไม่ เพราะเดิมปีการศึกษาจะเริ่มตั้งวันที่ 15 พฤษภาคม-31 มีนาคม หากโรงเรียนทราบแต่เนิ่นๆ จะได้ปรับกิจกรรมต่างๆ ทัน

–มติชน ฉบับวันที่ 13 ส.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33669&Key=hotnews

 

โวยรอง ผอ.อาชีวะถูกรอนสิทธิชิง ผอ.

13 สิงหาคม 2556

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้เปิดสอบคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีบัตรสนเท่ห์ส่งถึงรองผู้อำนวยการวิทยาลัยในสังกัด สอศ.ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นถึงความไม่ถูกต้องในหลายประเด็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่จะมีสิทธิสอบคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัด สอศ. เริ่มตั้งแต่การประกาศรับสมัครสอบวันที่ 23 พ.ค. 2556 ลงนามโดย นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งตามประกาศได้ระบุถึงคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้ารับการสรรหา กลุ่มทั่วไปที่ต้องดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง โดยข้อ 1 รองผู้อำนวยการสถานศึกษาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ขณะที่ข้อ 6 คือ ครูที่มีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าครูชำนาญการ ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าทำไมรอง ผอ.จึงต้องมีเงื่อนเวลาในการดำรงตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ขณะที่ครูไม่ต้องมีเงื่อนเวลา นอกจากนี้ยังเปิดให้รองผอ.เขตพื้นที่การศึกษาและเจ้าหน้าที่บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานมีสิทธิสมัครสอบคัดเลือกได้ด้วย

นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับวันสอบคัดเลือกรองผอ.และผอ.ว่าทำไมจึงไม่สอบในวันเดียวกัน เพราะครูที่สมัครสอบทั้ง 2 ตำแหน่ง จะมีโอกาสได้เห็นข้อสอบรอง ผอ.ก่อนที่จะได้ทำข้อสอบ ผอ.ในวันถัดมา ถึงแม้จะอ้างว่ากรรมการออกข้อสอบเป็นคนละชุด แต่ก็ออกข้อสอบในสถานที่เดียวกันภายใต้นโยบายเดียวกัน ซึ่งทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบและไม่เป็นธรรมกับคนที่สมัครสอบเพียงตำแหน่งเดียว.

–เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 13 ส.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33668&Key=hotnews

‘อ๋อย’ จี้มหาวิทยาลัยติดอันดับโลก แนะ2แนวทางขยายแรงกิ้ง-ตั้งเป้าขยับผลพิซ่า

13 สิงหาคม 2556

น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดเผยภายหลังนำคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เข้ารายงานความคืบหน้าเรื่องแนวทางการขับเคลื่อน 8 นโยบายการศึกษากับนายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศธ. เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ที่ประชุมหารือความคืบหน้าเรื่องยุทธศาสตร์การศึกษา 2556-2558 และแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2556-2559 ซึ่งภาพรวมทั้งสองเรื่องนี้คล้ายคลึงกัน โดยในส่วนของการยกระดับและการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ในโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติหรือพิซ่า ที่เคยวางเป้าหมายผลักดันให้ผลการประเมินจากอันดับที่ 50 มาอยู่ในอันดับที่ 20 ภายใน 6 ปีนั้น รมว.ศธ.ได้เสนอให้กำหนดเป้าหมายใหม่ โดยมุ่งเน้นให้มาดูว่าเมื่อประกาศผลแต่ละครั้ง เด็กไทยมีคะแนนสอบสูงกว่าผลการทดสอบครั้งที่ผ่านมากี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในปลายปีนี้ สกศ.จะนำผลคะแนนรอบล่าสุดมาเปรียบเทียบว่าสูงขึ้นหรือไม่
เลขาธิการ สกศ. กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังหารือถึงการจัดอันดับมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะการพยายามทำให้มหาวิทยาลัยไทยติดอันดับโลกให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการจัดอันดับทั่วโลกใช้หลักเกณฑ์แตกต่างกัน ดังนั้น การจัดอันดับของบางสำนักจึงทำให้มหาวิทยาลัยไทยอยู่ในอันดับท้ายๆ แต่มีอยู่ 4 แห่ง ที่มหาวิทยาลัยไทยติดอันดับมากที่สุด คือ

1.Time Higher Education World University Rankings

2.Webometrics Ranking of World Universities

3.Green Metric World University Ranking และ

4.QS World University Rankings

โดย จุฬาฯ และ ม.มหิดล ติดอันดับทั้ง 4 แห่ง ขณะที่ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ติด 2 แห่ง โดย รมว.ศธ. ได้เสนอ 2 แนวทางที่มากำหนดการติดอันดับโลกให้มากขึ้น

1.หากมีการจัดอันดับ เช่น ทั้ง 4 แห่งข้างต้น มหาวิทยาลัยไทยควรติดทั้ง 4 แห่ง และ

2.จากเดิมที่มีมหาวิทยาลัยติดอันดับอยู่ 3 แห่ง ในอนาคตต้องมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และควรขยายไปติดอันดับใน สำนักอื่นๆ มากกว่านี้

“สำหรับยุทธศาสตร์การศึกษา สกศ.จะกลับไปแก้ไขเพื่อเสนอ รมว.ศธ.นำเข้า ครม. ส่วนแผนการศึกษาแห่งชาติ เมื่อแก้ไขแล้วจะต้องนำเข้าที่ประชุมบอร์ด สกศ.ในวันที่ 28 ส.ค.ก่อนนำเข้า ครม.ต่อไป” น.ส.ศศิธารากล่าว

–ข่าวสด ฉบับวันที่ 13 ส.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33667&Key=hotnews

สกสค.ลดขั้นตอนเยียวยาครูใต้

13 สิงหาคม 2556

นายสมศักดิ์ ตาไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ตนพร้อมด้วยผู้บริหารสกสค.จากส่วนกลางจะออกเดินสายรับฟังปัญหาและเก็บข้อมูลการทำงานด้านการดูแลสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาตามโครงการติดตามยุทธศาสตร์การบริหารงานของสกสค. โดยที่ผ่านมาได้มีการรับฟังปัญหาในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลางและภาคใต้ไปแล้ว ส่วนที่เหลือก็จะทยอยลงไปให้เสร็จสิ้นภายในเดือนนี้ จากนั้นจะรวบรวมปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานของฝ่ายปฏิบัติในพื้นที่เพื่อเร่งแก้ไขให้การทำงานของสกสค.สามารถเดินไปข้างหน้าได้ และเพื่อให้สามารถดูแลครูได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

เลขาธิการ สกสค.กล่าวต่อไปว่า สำหรับพื้นที่พิเศษโดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา 5 อำเภอ ซึ่งมีสถานการณ์ความไม่สงบอยู่นั้น สกสค.จะถือให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ ซึ่งจะมีการปลดล็อกเงื่อนไขการดูแลครู โดยตนจะมอบอำนาจให้ ผอ.สกสค.จังหวัดพิจารณาให้ความช่วยเหลือครูที่ประสบเหตุเมื่อเกิดกรณีความไม่สงบในทันที ไม่ต้องรอเสนอเรื่องตามขั้นตอนมาถึงส่วนกลาง และหากมีครูที่เป็นสมาชิก ชพค. เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบ ผอ. สกสค.จังหวัด สามารถนำเงินช่วยเหลือค่าจัดการศพ 2 แสนบาทไปมอบให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้ทันทีภายใน 24 ชั่วโมง จากนั้นจะได้รับเงินอีก 7 แสนบาท และเงินช่วยเหลือพิเศษอีก 5 แสนบาท ส่วนครูที่ไม่ได้เป็นสมาชิก ชพค.จะได้เฉพาะเงินช่วยเหลือพิเศษ 5 แสนบาท.

–เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 13 ส.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33666&Key=hotnews

ประธานคุรุสภาห่วงวิชาชีพครูเสื่อมถอย จี้พัฒนาทั้งคุณภาพและภาพลักษณ์

13 สิงหาคม 2556

ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ รักษาการคณบดีวิทยาลัยครุศาสตร์ ในฐานะประธานกรรมการคุรุสภา เปิดเผยว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนได้เข้าร่วมการเสวนาเรื่องอนาคตการศึกษาไทย ซึ่งตนได้เสนอประเด็นการพัฒนาครูในอนาคตว่า ขณะนี้การพัฒนาครูยังเป็นปัญหาใหญ่ที่ถูกสะสมมาอย่างยาวนาน เนื่องจากที่ผ่านมาเราไม่ได้คนเก่งมาเป็นครู และคนส่วนใหญ่ที่มาสมัครเป็นครูก็มักจะมาจากคนที่เรียนอะไรไม่ได้แล้วก็มาทำอาชีพครู จึงส่งผลให้โรงเรียนได้ครูที่ไม่มีคุณภาพมาสอนเด็ก ตลอดจนสังคมเกิดการวิจารณ์อย่างหนักไม่ว่าจะเป็นการสอบบรรจุครูที่เกิดการทุจริต หรือแม้แต่มีข่าวครูล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน ดังนั้นไม่เพียงแต่เร่งเดินหน้าพัฒนาครูแต่เราต้องสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แก่ครูด้วย ซึ่งตนคิดว่าระบบการคัดเลือกครูจะต้องมีการสอบไม่ใช่การสมัครเข้ามาเป็นครู เพราะเท่าที่พบข้อมูลสถานศึกษาบางแห่งรับสมัครครูแต่ไม่มีการวัดคุณภาพครูด้วยวิธีการสอบแต่อย่างใด จึงส่งผลให้คุณภาพครูเกิดความอ่อนแอ

ศ.ดร.ไพฑูรย์ กล่าวต่อไปว่า ตนอยากให้มีการส่งเสริมสนับสนุนในด้านงบประมาณแก่สถาบันผู้ผลิตและพัฒนาครูให้มากขึ้น เพื่อจะทำให้การขับเคลื่อนการพัฒนาครูมีความเข้มข้นและเกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง เพราะที่ผ่านมาภาครัฐยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวมากนัก ซึ่งอาจทำให้การผลิตครูทำได้ไม่เต็มที่ ขณะเดียวกันก็อยากให้มีการส่งเสริมการทำวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาครูให้มากขึ้นด้วย เนื่องจากสิ่งเหล่านี้จะผลักดันให้สถาบันที่ผลิตครูเป็นสถาบันที่มีคุณภาพอย่างเต็มที่ได้
“เมื่อเราสามารถสร้างครูให้เป็นคนที่มีความสามารถสูงได้แล้ว ต่อไปจะต้องยกระดับวิชาชีพครูให้มีมาตรฐานสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งคุรุสภาจะต้องเป็นหน่วยงานหลักที่มีความเข้มแข็ง และมีทิศทางการพัฒนาครูอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามการทำงานของ คุรุสภาและครูในอนาคตจะต้องทำงานในพื้นฐานรูปแบบงานวิจัย เพราะจะทำให้คนที่เกี่ยวข้องได้รับความรู้ใหม่ และจะทำให้การพัฒนาวิชาชีพเป็นไปอย่างกว้างขวางและมีคุณภาพ ซึ่งผมคิดว่าประเด็นทั้งหมดนี้จำเป็นต่อการพัฒนาครูโดยตรง” ประธานกรรมการคุรุสภากล่าว.

–เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 13 ส.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33665&Key=hotnews

ดันยืดเกษียณแก้ขาด’ครู’ห่วงเอกชนลาออกสอนรัฐ

13 สิงหาคม 2556

อีก 5 ปีครูแห่เกษียณกว่า 1 แสนคน ‘เสริมศักดิ์’ เสนอ ก.พ.ขอคืนอัตรา 100% บรรจุใหม่แทนทันที นายกสมาคมผู้บริหารเขตพื้นที่ฯ แนะขยายอายุครูเกษียณเป็น 65 ปี

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า กรณีที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ศธ.จะเกษียณอายุราชการในอีก 5 ปีข้างหน้า ระหว่างปี 2556-2560 หนังสือพิมพ์มติชนรายวันจำนวน 104,108 คน แบ่งเป็น สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 99,890 คน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 3,320 คน สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 311 คน สถาบันการพลศึกษา 236 คน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) 205 คน สถาบันบัณฑิต พัฒนศิลป์ 129 คน และสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน (วชช.) 17 คน นั้น ศธ.คงต้องเสนอขออัตรากำลังคืน 100% สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) และ สพฐ.ควรต้องหารือกับสำนักงาน คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพราะการทยอยบรรจุอัตราทดแทนทำให้เสียเวลา แต่หากได้อัตราคืนมาทั้งหมด แล้วบรรจุแทนที่เกษียณทั้งหมด จะไม่เสียเวลา จะมีครูมาสอนได้ทัน

“ส่วนที่จะมีผู้บริหารระดับ (ซี) 11 ของ ศธ.เกษียณ ในเดือนกันยายน 2 คน คือนาง พนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัด ศธ. และนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) นั้น นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังไม่ได้เรียกหารือ แต่โดยหลักการแล้ว หากจะโยกย้ายผู้บริหารซี 11 ในหน่วยงานที่ผมกำกับดูแล อย่างสำนักงานคณะกรรมการการ

อุดมศึกษา (สกอ.) และสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) น่าจะต้องหารือกันก่อน ส่วนตัวเห็นว่าช่วงเดือนสิงหาคมนี้ หากจะแต่งตั้งผู้บริหารซี 11 แทนตำแหน่งปลัด ศธ.และเลขาธิการ กพฐ.ก็ทำได้ เพราะเมื่อแต่งตั้งซี 11 แล้ว จะแต่งตั้งซี 10 และ 9 ตามลำดับ” นายเสริมศักดิ์กล่าว

ด้านนายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวว่า ปัจจุบันครูโรงเรียนเอกชนขาดแคลนอยู่แล้ว โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ เชื่อว่าจะขาดแคลนต่อเนื่องไปอีกพอสมควร จากการดูข้อมูลการรับนักศึกษาเข้าเรียนในสาขาครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยที่เปิดสอน น่าจะมีครูที่เพิ่มมากขึ้นช่วง 3-5 ปีจากนี้ แต่การรับนักศึกษาเข้าเรียนในสายดังกล่าว ไม่ใช่สาขาที่ขาดแคลน แต่เป็นสาขาที่มีคนเรียนกันมากอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การที่มีข้าราชการครู ของโรงเรียนรัฐเกษียณจำนวนมาก น่าจะมีครูโรงเรียนเอกชนบางส่วน ที่ลาออกเพื่อไปสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูโรงเรียนรัฐแทน

นายธวัชชัย พิกุลแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) กาญจนบุรี เขต 4 และนายกสมาคมผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผลกระทบเกิดขึ้นแน่นอน เพราะข้าราชการครูที่เกษียณ มีประสบการณ์และมีความรู้ ต้องใช้เวลานาน ในการสร้างข้าราชการครูมาทดแทน นอกจากนี้ ยังน่าเป็นห่วงในส่วนของผู้บริหารโรงเรียนที่เกษียณด้วย หากไม่สร้างผู้บริหารโรงเรียนรุ่นใหม่มาทดแทนแล้ว จะมีผลกระทบในการบริหารโรงเรียนแน่นอน เพราะการบริหารโรงเรียนถือเป็นสิ่งสำคัญ และต้องอาศัยประสบการณ์ที่สั่งสมกันมา

“ผมคิดว่าการแก้ปัญหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เกษียณ นอกจากการได้อัตราคืนมาทันทีแล้ว อยากให้ต่ออายุราชการข้าราชการครูออกไปถึง 65 ปี เช่นเดียวกับ อาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งระยะแรกอาจจะเน้นเฉพาะในสาขาที่ขาดแคลนก่อน เพราะสมัยนี้คนอายุ 60 ปียังแข็งแรงมาก อีกทั้งการขออัตราเกษียณคืนจาก ก.พ.นั้น ต้องใช้เวลา 1-2 ปี ถึงจะได้อัตราคืนมา และเมื่อได้มาก็ต้องเปิดสอบบรรจุอีก ทำให้เกิดปัญหากับโรงเรียนอย่างมาก เพราะไม่มีใครมาสอนนักเรียนในช่วงที่ยังไม่ได้อัตราคืน” นายธวัชชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเดือนกันยายน 2556 จะมีผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการพลเรือน และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด ศธ.เกษียณจำนวนมาก โดยมีผู้บริหารซี 11 และซี 10 เกษียณหลายคน ได้แก่ นางพนิตา, นายชินภัทร, นางเบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการ กพฐ., นางอรทัย มูลคำ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบเครือข่ายและการมีส่วนร่วม สพฐ., นายสมบัติ สุวรรณพิทักษณ์ รองปลัด ศธ., นายธวัช ชลารักษ์ ผู้ตรวจราชการ ศธ., นายเกียรติศักดิ์ เสนไสย ที่ปรึกษาสำนักงานปลัด ศธ., นายสุรพล รัตนชัย ที่ปรึกษาสำนักงานปลัด ศธ. และนางสุนันทา แสงทอง ที่ปรึกษา สกอ. ทั้งนี้ เฉพาะบุคลากรสังกัด สพฐ.เกษียณ มากถึง 10,451 คน สังกัดสถานศึกษา สอศ. 355 คน สังกัด กศน. 53 คน และสังกัดวิทยาลัยชุมชน 2 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ยังมีผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดังในกรุงเทพฯ ที่เกษียณได้แก่ นายวิศรุต สนธิชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, นางจำนงค์ แจ่มจันทรวงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา, นายสำเร็จ แก้วกระจ่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล, นางจิรา อ่อนไสว ผู้อำนวยการโรงเรียนราชนันทาจารย์ สามเสนวิทยาลัย 2, นายสนั่น ชนันทวารี ผู้อำนวยการอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย, นางอารีย์ ชินสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวัดระฆัง, นายธงชาติ วงษ์วรรค์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหอวัง, นางถนอมจิตต์ ขุททะกะพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเจ้าพระยาวิทยาคม, นายจีระศักดิ์ จันทุดม ผู้อำนวยการโรงเรียนราชดำริ, นายเฉลียว พงศาปาน ผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิตบางเขน, นายนคร เดชพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพลีลา, นายเฉลิมชัย จันทรมิตรี ผู้อำนวยการโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย และนายจารึก ศรีเลิศ ผู้อำนวยการโรงเรียน วัดเขมาภิรตาราม เป็นต้น

–มติชน ฉบับวันที่ 13 ส.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33664&Key=hotnews

อาชีวะทุ่มงบฯ ช่วยอุทกภัย

9 สิงหาคม 2556

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมใน 21 จังหวัดตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จึงจัดงบประมาณให้วิทยาลัยในพื้นที่น้ำท่วมรวม 10.5 ล้านบาท เพื่อประสานผู้ว่าราชการจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอให้นักเรียน นักศึกษาได้ลงพื้นที่นำประสบการณ์จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ไปช่วยเหลือประชาชน ถือเป็นการฝึกภาคสนามได้คะแนน และมีอยู่ในการเรียนการสอนปกติ

สำหรับช่วง 3 เดือนจากนี้ ไทยมีโอกาสเสี่ยงต่อผลกระทบจากพายุอีกหลายลูก จึงสั่งการให้วิทยาลัยในสังกัดเตรียมพร้อมทั้งยานพาหนะ เครื่องมือจำเป็น หากเกิดเหตุวิทยาลัยที่อยู่ในพื้นที่สามารถลงไปช่วยเหลือประชาชนทันที โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง

“อาชีวะลงพื้นที่หลายครั้ง พบว่าสิ่งที่ชาวบ้านต้องการให้ช่วยเหลือมากที่สุด คือ การซ่อมแซมเครื่องรถยนต์ จักรยานยนต์ เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้า สอศ.ได้สนับสนุนงบประมาณ 16 ล้านบาท เพื่อจัดสรรให้กับวิทยาลัยแห่งละ 5 หมื่นบาท ช่วง 3 เดือนนี้ หากเกิดเหตุขึ้น เด็กอาชีวะจะลงพื้นที่ได้ทันที สอศ.จะจัดสรรงบฯ เพิ่มให้อีกก้อน” เลขาธิการ กอศ.กล่าว

ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33652&Key=hotnews

 

จี้ยกเครื่อง สคบศ.-เวิร์กช็อปองค์กร ‘อ๋อย’ สั่งเร่งปฏิรูปหลักสูตร-พัฒนาครู-ขยับพิซ่า

9 สิงหาคม 2556

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ผู้บริหารแต่ละองค์กรรับนโยบายตนไปคิดวิเคราะห์กันต่อ และเตรียมที่จะขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม ในนโยบายหลักๆ ทุกองค์กรมีความเห็นสอดคล้องกัน โดยขณะนี้ก็กำลังจะจัดเวิร์กช็อปรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีโอกาสซักถามเสนอแนะ พอแต่ละองค์กรไปจัดเวิร์กช็อปกันแล้วก็จะจัดสัมมนาขนาดใหญ่ที่จะจัดร่วมกัน โดยมีสำนักงานปลัดศธ. เป็นเจ้าภาพหลักในช่วงกลางเดือนก.ย.นี้ โดยให้แต่ละองค์กรนำเสนอแผนปฏิบัติการ เป้าหมาย ตัวชี้วัด ที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้เห็นว่าการยกระดับการศึกษา ปฏิรูปการเรียนการสอน การสร้างคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศจะดำเนินการอย่างไร

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า สัญญาณที่ดี คือ ภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นสมาคม องค์กรที่จัดการศึกษาเอกชนที่มาหารือกับตนไปแล้ว ก็จะจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นกัน ในเร็วๆ นี้ โดยศธ.ต้องการได้ความร่วมมือ และพร้อมสนับสนุนภาคเอกชนจัดการศึกษาอย่างเต็มที่ และต้องการให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิรูป ไม่ว่าจะเป็นร.ร.ที่มีคุณภาพมาเป็นต้นแบบให้คำแนะนำ

“การปฏิรูปหลักสูตรจะทำต่อ โดยเชิญสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และ ผู้เชี่ยวชาญในการทำหลักสูตรเข้ามาร่วมด้วย แต่ส่วนที่ยากที่สุดคือการปฏิรูปการเรียนการสอน พัฒนาครูทั้งระบบ ซึ่งจะต้องคุยกันเพื่อยกเครื่องสถาบันพัฒนาครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา (สคบศ.) เรื่องที่จะทำให้หลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องต้องขับเคลื่อนร่วมกัน คือ การยกระดับให้ไทยเลื่อนอันดับการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือ PISA เร็วๆ นี้จะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนขึ้นมา เป็นครั้งแรกของประเทศ ที่มีการตั้งเป้าว่าจะเลื่อนอันดับ PISA สูงขึ้นให้ได้” นายจาตุรนต์กล่าว

ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33651&Key=hotnews