Education News

ข่าวการศึกษา เน้นเกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

อุดมศึกษาเดินหน้าตีจาก ศธ.

31 พฤษภาคม 2556

รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินการศึกษาและจัดทำโครงการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษาและการวิจัย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงหลักการ เหตุผลและความจำเป็นในการแยกอุดมศึกษาออกเป็นกระทรวงอุดมศึกษาและการวิจัย โดยยืนยันว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาที่กระทรวงศึกษาธิการให้อุดมศึกษาเข้าไปรวมกับหน่วยงานทางการศึกษาต่าง ๆ เพื่อความเป็นเอกภาพทางการศึกษานั้น ในทางปฏิบัติไม่ได้ทำให้เกิดความเป็นเอกภาพอย่างที่คาดหวัง แต่กลับทำให้การบริหารจัดการไม่มีความคล่องตัวหลายด้าน ขณะที่กฎเกณฑ์ระเบียบข้อบังคับที่ใช้ยังครอบคลุมทุกหน่วยงานจนทำให้ยากต่อการปฏิบัติงาน อีกทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานจะเน้นการเตรียมความพร้อมของเด็กในเบื้องต้น แต่อุดมศึกษาต้องการความหลากหลายในการพัฒนากำลังคน ซึ่งต้องการความอิสระและคล่องตัวในการบริหารจัดการที่มากขึ้น

“ผมจะนำผลการประชุมนี้เสนอต่อที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)ในวันที่ 23 มิ.ย. ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น จากนั้นคณะกรรมการฯ จะประชุมอีก 2 ครั้งเพื่อสรุปเสนอ ทปอ. ก่อนที่จะเสนอ รมว.ศึกษาธิการ ต่อไป อย่างไรก็ตามในที่ประชุมยังมีการพิจารณาทางเลือกอื่นด้วย เช่น ถ้าไม่แยกออกจากกระทรวงศึกษาธิการ ควรจะต้องกลับมาทบทวนบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ว่าจะต้องทำอย่างไรให้การทำงานมีอิสระและคล่องตัวมากขึ้น เป็นต้น” รศ.ดร.วันชัย กล่าว.

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32869&Key=hotnews

อุดมศึกษาเดินหน้าตีจาก ศธ. Read More »

เทคนิคพิจิตรร่วม อาชีวะ 4 จว.เหนือ เตรียมสอน’ป.ตรี’

30 พฤษภาคม 2556

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่หอประชุมปัญญาปรีชาทำ วิทยาลัยเทคนิคพิจิตร นายพันธุ์ศักดิ์ โรจนากาศ นายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 4 เป็นประธานเปิดการประชุมสภาสถาบันอาชีวภาคเหนือ ครั้งที่ 4 เพื่อหารือและรับทราบถึงหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการสรรหาบุคลากรและเครื่องมือการเรียนการสอนเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเปิดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีในสถาบันอาชีวศึกษา 4 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง โดยมี ผู้บริหารสถาบันการการอาชีวศึกษารวม 6 สถาบัน จาก 4 จังหวัด คือ อุทัยธานี กำแพงเพชร นครสวรรค์ และพิจิตร เข้าร่วมรับฟังและเสนอแนะในครั้งนี้

“สำหรับสาขาวิชาที่จะเปิดสอนระดับปริญญาตรี ประกอบด้วยสาขาช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า ธุรกิจอาหาร ธุรกิจการโรงแรม และการบัญชี โดยจะให้สถาบันอาชีวศึกษาแต่ละแห่งหารือถึงสาขาวิชาที่จะเปิดสอนให้สอดคล้องกับความเจริญเติบโตด้านต่างๆ ในท้องถิ่น-ในจังหวัด เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาสามารถฝึกวิชาชีพจากสถานประกอบการของเอกชนได้โดยตรง ไม่ต้องเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงหรือเมืองอุตสาหกรรม สามารถเป็นแรงงานคุณภาพในตลาดแรงงานระดับภูมิภาค ประเทศ รวมถึงภูมิภาคอาเซียน สำหรับวิทยาลัยเทคนิคพิจิตร มีความพร้อมทุกด้าน เช่น สถานที่ บุคลากร สื่อการสอนต่างๆ รวมทั้งสถานที่ฝึกทดสอบฝีมือแรงงาน” นายพันธุ์ศักดิ์กล่าว

–มติชน ฉบับวันที่ 31 พ.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32860&Key=hotnews

เทคนิคพิจิตรร่วม อาชีวะ 4 จว.เหนือ เตรียมสอน’ป.ตรี’ Read More »

สพฐ.จัดนิทรรศน์ศิลป์ฯ

30 พฤษภาคม 2556

นางพจมาน พงษ์ไพบูลย์ ผอ.สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ. เปิดเผยว่า สพฐ.ได้จัด “นิทรรศน์ศิลป์ ศิลปินน้อย สพฐ.” (OBEC Arts Education Exhibition 2013) ภายใต้แนวคิด ร้อยจินตนาการ ล้านความหมาย ภายในห้องนิทรรศการ ชั้น 4 หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 22 มิ.ย. เพื่อพัฒนาคุณภาพของนักเรียนสังกัด สพฐ. ในด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สติปัญญา อารมณ์ สังคม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของตัวผู้เรียน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ทางศิลปะ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาระการเรียนรู้ที่บรรจุอยู่ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ที่สำคัญศิลปะยังเป็นส่วนสำคัญที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีพัฒนาการด้านการแสดงออกทางความคิด รู้จักถ่ายทอดเรื่องราว และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

นางพจมานกล่าวต่อว่า สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา ได้รวบรวมผลงานนักเรียน โดยเฉพาะกลุ่มทัศนศิลป์มาจัดนิทรรศ ศิลป์ฯ แบ่งเป็น 4 ห้อง ประกอบด้วย ห้องที่ 1 ร้อยเรียง คุณพ่อหลวง ไพศาล ห้องที่ 2 จินตนาการ จากใจ ไทยวิถี ห้องที่ 3 ล้านสำเนียง อาเซียน หนึ่งปฐพี และห้องที่ 4 ความหมาย แห่งสุนทรีย์ เมธีศิลป์วัยเยาว์ จำแนกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ การนำผลงานชนะเลิศการแข่งขันกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลป์ สาระทัศนศิลป์ ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 62 ปีการศึกษา 2555 กว่า 300 ผลงาน มาจัดแสดงในรูปแบบร้อยเรื่องนิทรรศน์ด้วย

–ข่าวสด ฉบับวันที่ 31 พ.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32859&Key=hotnews

สพฐ.จัดนิทรรศน์ศิลป์ฯ Read More »

อาชีวะดึงครูภูฏานฝึกเด็กไทยพูดอังกฤษปร๋อ

30 พฤษภาคม 2556

โพสต์ทูเดย์อาชีวะเดินหน้าแลกเปลี่ยนบุคลากรกับภูฏาน ดึงครูสอนภาษาอังกฤษเด็กไทย

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะเดินทางไปราชอาณาจักรภูฏานระหว่างวันที่ 19-23 มิ.ย. เพื่อลงนามและเจรจาขยายความร่วมมือการแลกเปลี่ยนและพัฒนาครู เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสื่อสารภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนนักศึกษาและครูของอาชีวศึกษา

ภูฏานได้ส่งครูอาสาสมัครมาสอนทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษให้นักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาของไทยตั้งแต่ปี 2555 เพื่อแลกกับการจัดฝึกอบรมอาชีพระยะสั้นให้ครูภูฏานในสาขาศิลปะประดิษฐ์ การโรงแรมและการท่องเที่ยว และสปา เนื่องจากภูฏานมีรายได้หลักจากการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ แต่งานฝีมือส่วนใหญ่ยังขาดทักษะด้านเทคโนโลยีและเครื่องมือในการผลิต

นายรังสันต์ เทพมนตรี ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ สอศ. กล่าวว่า จากการสำรวจปริมาณความต้องการครูสอนภาษาอังกฤษในสถาบันอาชีวศึกษา พบว่ามีความต้องการครูสอนภาษาทั้งหมด 30 แห่ง จำนวน 30 คน ซึ่ง สอศ.ได้ขอความร่วมมือให้ภูฏานส่งอาสาสมัครมาสอนภาษาอังกฤษในไทย และคาดว่า น่าจะได้อาสาสมัครครบตามจำนวนที่ขอไป
โครงการนี้เป็นความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่าง สอศ.กับทางภูฏานเป็นปีที่2 โดยปีแรก ภูฏานส่งอาสาสมัครครู 19 คนมาสอนภาษาอังกฤษในสถานศึกษาอาชีวศึกษา 17 แห่ง เป็นระยะเวลา 1 ปีโดยฝ่ายไทยต้องจ่ายเงินเดือนแก่ครูอาสาเดือนละ 1.8 หมื่นบาทพร้อมจัดหาที่พักและเครื่องอำนวยความสะดวกให้ตามความเหมาะสม และสถานศึกษาจะรับผิดชอบค่าประกันอุบัติเหตุ ค่าประกันสุขภาพและค่าจัดทำใบอนุญาตทำงานให้

นอกจากภูฏานแล้ว สอศ. ยังไม่มีความร่วมมือแลกเปลี่ยนอาสาสมัครครูสอนภาษาอังกฤษกับประเทศอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาโดยในส่วนของครูสอนภาษาชาวฟิลิปปินส์ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยส่วนใหญ่นั้นสถาบันศึกษาเอกชนเป็นผู้จัดจ้าง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ รมว.ศึกษาธิการได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อแลกเปลี่ยนบุคลากรทางการศึกษาระหว่างกันแล้ว

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32858&Key=hotnews

 

อาชีวะดึงครูภูฏานฝึกเด็กไทยพูดอังกฤษปร๋อ Read More »

จี้ตอบโจทย์ใหญ่ปฏิรูปหลักสูตร สสค.ถอดโมเดลเน้นทักษะสู่อาชีพ-อุ้มเด็กจน

30 พฤษภาคม 2556

สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) เสวนาวิชาการนานาชาติด้านการศึกษา ครั้งที่ 2 หัวข้อการพัฒนาทักษะอาชีพและโลกของงาน ถอดบทเรียนการปฏิรูปหลักสูตรและโลกของงานจากกรณีศึกษาในต่างประเทศ 2 กรณี โดย น.ส.เกศรา อมรวุฒิวร ผู้จัดการโปรแกรมนวัตกรรมการศึกษา สถาบันคีนันแห่งเอเชีย กล่าวว่า Career Technical Education (CTE) เป็นรูปแบบการศึกษาที่สหรัฐอเมริกาจัดมากว่า 40 ปี เป็นต้นแบบของการสร้างความร่วมมือจากหลายภาคส่วนต่อการพัฒนาการศึกษา ร่วมวางแผนพัฒนาและบริหารจัดการการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา การสอนและปรับวิธีการเรียนรู้ทั้งในและนอกสถานศึกษาให้สอดคล้องกับโลกแห่งการทำงาน พบว่าอัตราการออกกลางคันนักเรียนกลุ่มเสี่ยงลดลง และมีอัตราเรียนจบสูงขึ้น ร้อยละ 90 ได้รับเงินเดือนสูงกว่านักเรียนที่จบแบบปกติถึง ร้อยละ 11

น.ส.ไหล ปี้ จี (Jill Lai) นักวิชาการการศึกษาอาวุโส สำนักเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลไต้หวันลงทุนด้านการศึกษาอย่างจริงจัง มหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพต่างๆ แก่ผู้เรียน ส่วนกรณีเด็กที่มาจากครอบครัวยากจน ไต้หวันยังมีหลักสูตรเฉพาะที่เรียกว่า TVE High School Cooperative Work Experience Education เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนวิชาชีพฟรี พร้อมทั้งทำงานไปด้วยอย่างละครึ่ง หารายได้จุนเจือครอบครัว

ดร.กฤษณพงษ์ กีรติกร รองประธานคณะกรรมการ สสค. กล่าวว่า อยากเน้น 3 เรื่องใหญ่ที่เป็นปัญหาของไทย คือ 1.การศึกษาของไทยนำไปสู่การมีวุฒิ แต่ไม่นำไปสู่การมีงานทำ จึงต้องเปลี่ยนแนวคิดการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และอุดมศึกษาต้องนำสู่การเรียนรู้ 2.ปัญหาเรื่องโครงสร้างประชากรลดลง เรามีวัยทำงาน 35-40 ล้านคน จึงต้องสนับสนุนให้การพัฒนา การฝึกอบรม 3.รัฐบาลต้องเปลี่ยนบทบาท เป็นผู้ให้งบประมาณ แล้วให้โอกาสท้องถิ่น จังหวัด ภาคเอกชนเข้ามาเป็นผู้จัดการศึกษา การปฏิรูปหลักสูตรใหม่ ต้องเน้นสร้าง “ทักษะ”

ที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32856&Key=hotnews

จี้ตอบโจทย์ใหญ่ปฏิรูปหลักสูตร สสค.ถอดโมเดลเน้นทักษะสู่อาชีพ-อุ้มเด็กจน Read More »

เบรกเลื่อนเปิดเทอมอาเซียน

30 พฤษภาคม 2556

ASTV ผู้จัดการรายวัน -เบรกเลื่อนเปิดเทอมอาเซียน สพฐ. เหตุห่างจากอุดมศึกษาถึง 2 เดือน เสนอทบทวนใหม่ให้เชื่อมโยงกับอุดมศึกษาที่เลื่อนเปิดกลาง ส.ค.ขณะที่ สพฐ.กำหนดไว้ 10 มิ.ย.

นายธเนศวร์ เจริญเมือง ที่ปรึกษา รมว.ศธ.เปิดเผยภายหลังการประชุมเรื่องการปรับเวลาเปิดปิดภาคเรียนของสถานศึกษาในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ตามที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้มีมติว่าตั้งแต่ ปีการศึกษา2557 เป็นต้นไปมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ. 24 แห่งจะเลื่อนการเปิดภาคเรียนออกไปเป็นกลางเดือนส.ค.-ก.ย.เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มประเทศอาเซียนและประเทศสากลทั่วโลกเพื่อสะดวกต่อการแลกเปลี่ยนนักศึกษา อาจารย์เมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปี 2558

ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ผ่านมา สพฐ.ได้มีการหารือในเรื่องดังกล่าวและที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้มติกำหนดให้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนสังกัดสพฐ.จะเลื่อนเปิดภาคเรียนออกไปเป็นวันที่ 10 มิ.ย.จากเดิมที่เปิดเรียนในช่วงกลางเดือนพ.ค. เท่ากับว่าช่วงเวลาการเปิดภาคเรียนของการศึกษาขั้นพื้นฐานกับอุดมศึกษาห่างกันถึง 2 เดือน เพราะฉะนั้นที่ประชุมจึงอยากให้ สพฐ.ไปทบทวนดูว่าควรจะขยับกำหนดการเปิดเทอมใหม่หรือไม่ โดยไปดูรายละเอียดการเปิด-ปิดภาคเรียนของโรงเรียนระดับการศึกษาพื้นฐานทั้งประเทศกลุ่มอาเซียนและอื่นๆอีกครั้ง

ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32855&Key=hotnews

เบรกเลื่อนเปิดเทอมอาเซียน Read More »

สอบทุจริตครูผู้ช่วยเจาะลึก พบมีมูลสอบวินัย

30 พฤษภาคม 2556

กก.สอบข้อเท็จจริงทุจริตสอบครูผู้ช่วยเล็งสอบประเด็นทุจริตแบบเจาะลึก ประธาน กก.ชี้หลักฐานสาวถึงใครตั้งกรรมการสอบวินัยได้

นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษหรือเหตุจำเป็น ว 12 ว่า หลังจากที่คณะกรรมการฯ ได้เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ในความผิดฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่จนทำให้ราชการเกิดความเสียหายแล้วนั้น คณะกรรมการฯ กำลังสอบสวนข้าราชการที่เหลืออีก 3 ราย ได้แก่ นายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการ กพฐ. นายสุเทพ ชิตยวงศ์ ผู้ตรวจราชการ ศธ. อดีตผู้ช่วยเลขานุการ กพฐ. และนายไกร เกษทัน ผู้อำนวยการสำนักติดตามและประเมินผล สพฐ. อดีต ผอ.สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (กพร.)

โดยจะมีการเรียกพยานแวดล้อมมาสอบปากคำเพิ่มอีกหลายราย เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคมนี้จะเรียกพยานปากสำคัญที่รู้เรื่องราวทั้งหมดมาสอบปากคำ จากนั้นวันที่ 3 มิถุนายน 2 ราย 5 มิถุนายน 2 ราย และ 11 มิถุนายน 1 ราย เมื่อสอบปากคำเสร็จเรียบร้อยแล้วจะพิจารณาดูว่าจะต้องเรียกผู้บริหารทั้ง 3 คนมาสอบปากคำอีกหรือไม่ ถ้าพยานต่าง ๆ ให้ปากคำไว้อย่างชัดเจนครอบคลุมทุกเรื่อง อาจจะไม่จำเป็นต้องเรียกเจ้าตัวมาสอบปากคำเพิ่มอีก สามารถสรุปการสอบสวนได้เลยโดยดูจากบันทึกการสอบปากคำพยานทั้งหมด และนำคำสั่งที่เลขาธิการ กพฐ.มอบหมายความรับผิดชอบในการจัดสอบครูผู้ช่วย และคำสั่งในทางปกครองมาพิจารณาว่า ทั้ง 3 คนเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

นางพนิตา กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การสอบสวนข้อเท็จจริงนั้น นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งให้มุ่งประเด็นการสอบสวนไปที่เรื่องทุจริตควบคู่กันด้วย เพราะฉะนั้น คณะกรรมการชุดนี้จึงมีหน้าที่อีกอย่างคือสอบสวนหาว่า ใครบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบครูผู้ช่วย โดยการสอบสวนประเด็นทุจริตนี้จะขอข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ มาพิจารณาร่วมกับการจะสอบสวนอย่างลงลึกจของกรรมการเอง ทั้งสอบปากคำพยานแวดล้อม การสอบโรงพิมพ์ด้วย

“หากผลการสอบสวนชี้มูลว่ามีใครร่วมทุจริตบ้างคณะกรรมการฯ จะสรุปผลเสนอ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงบุคคลเหล่านั้น ซึ่งกรรมการฯมีอำนาจเสนอตั้งกรรมการสอบวินัยบุคคลอื่น ๆ ด้วย ไม่จำเป็นต้องจำกัดวงเฉพาะข้าราชการที่ถูกสอบในประเด็นละเลยการปฏิบัติหน้าที่ทั้ง 4 ราย ส่วน 4 รายนี้รวมถึงนายชินภัทร นั้น ถ้าผลการสอบสวนชี้มูลว่า ร่วมทุจริตด้วย ก็จะถูกตั้งกรรมการสอบวินัยพร้อมกัน 2 คดี ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะเร่งสอบสวน เพื่อสรุปผลการสอบสวนในประเด็นละเลยการปฏิบัติหน้าให้ได้ภายในต้นเดือนมิ.ย. 2556 นี้ ส่วนประเด็นทุจริตนั้น มั่นใจว่า สามารถสรุปการสอบได้ภายในเดือนมิ.ย.เช่นกัน”

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32854&Key=hotnews

สอบทุจริตครูผู้ช่วยเจาะลึก พบมีมูลสอบวินัย Read More »

DSI ชง’ เอกสารลับ’ ส่งศธ. ฟันแก๊งโกงสอบครูผู้ช่วย

30 พฤษภาคม 2556

ไทยโพสต์ * เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลการดำเนินคดีกรณีทุจริต การสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรร จุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็น ข้าราชการครูและบุคลากรทาง การศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ล่า สุดวันนี้ตนได้เซ็นเอกสารสำคัญส่งไปให้กระทรวงศึกษาธิการแล้ว ส่วนรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเป็นเรื่องลับ โดยวันที่ 3-7 มิ.ย.นี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ออกหมายเรียกผู้ที่สอบได้ในเขตพื้นที่ จ.นคร ราชสีมา จำนวน 48 ราย มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลนครนครราชสีมา

จากนั้นนายประจักษ์ คง แหลม หัวหน้าส่วนโยธา องค์การ บริหารส่วนตำบล (อบต.) หัวตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในคดีทุจริตสอบครูผู้ช่วย มีนายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้อง กันและปราบปรามการทุจริต ดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหา โดยนายธานินทร์กล่าวว่า พนัก งานสอบสวนมีหลักฐานยืนยันว่า นายประจักษ์มีพฤติกรรมเป็น คนกลางในการติดต่อผู้สมัครสอบและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการทำข้อสอบ โดยจะนำเฉลยข้อสอบมาให้กับผู้สมัครและเรียกรับเงิน ซึ่งก็มีพยานที่เป็นผู้เข้าสอบยืนยัน

วันเดียวกัน นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิ การ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุด กรณีทุจริตสอบคัดเลือกครูผู้ช่วย ว12 ที่ผ่านมา กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่า ผู้ที่ต้องถูกสอบสวนเพิ่มเติมทั้ง 3 คน คือ นายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการ สพฐ., นายไกร เกษทัน ผอ.สำนักติดตามและประเมินผล สพฐ. อดีต ผอ.สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติกร และนายสุเทพ ชิตยวงษ์ ผู้ตรวจราชการ ศธ. อดีตผู้ช่วยเลขาธิการ สพฐ.จะเอาไว้ที่หลัง แต่คณะกรรม การฯ จะสอบสวนเจ้าหน้าที่ที่ทำ งานก่อน เพื่อให้เห็นเส้นทางการทำงานที่ชัดเจน.

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32853&Key=hotnews

 

DSI ชง’ เอกสารลับ’ ส่งศธ. ฟันแก๊งโกงสอบครูผู้ช่วย Read More »

ร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิทยาลัยชุมชน พ.ศ. ….

29 พฤษภาคม 2556

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิทยาลัยชุมชน พ.ศ. …. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ
1. กำหนดให้สถาบันเป็นนิติบุคคลและเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาโดยวิทยาลัยชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อสร้างความเข้มแข็งของท้องถิ่นและชุมชน ตอบสนองและสอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นและชุมชน

2. กำหนดให้สถาบันแบ่งส่วนราชการออกเป็น สำนักงานสถาบันวิทยาลัย ส่วนราชการอื่น ๆ และให้การจัดตั้ง การรวม การโอนหรือการยุบเลิกวิทยาลัย หรือส่วนราชการอื่นจัดทำเป็นกฎกระทรวง เว้นแต่การแบ่งส่วนราชการภายในให้ทำเป็นประกาศสถาบัน

3. กำหนดให้สถาบันมีรายได้นอกจากเงินที่กำหนดไว้ในงบประมาณแผ่นดิน ได้แก่ เงินผลประโยชน์ ค่าธรรมเนียม เบี้ยปรับ ค่าปรับ และค่าบริการต่าง ๆ ของสถาบันเงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือเงินอุดหนุนอื่นที่สถาบันได้รับเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการของสถาบัน เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้ เป็นต้น และให้รายได้ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

4. กำหนดให้มีสภาสถาบัน ประกอบด้วยนายกสภาสถาบัน กรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการซึ่งเลือกจากผู้แทนภาคเอกชน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กำหนดคุณสมบัติหลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งนายกสภาสถาบันและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและภาคเอกชนเป็นไปตามที่กำหนด และให้สภาสถาบันมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด

5. กำหนดให้มีสภาวิชาการ สภาวิทยาลัย และคณะกรรมการส่งเสริมกิจการวิทยาลัย โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด และให้จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง ตลอดจนการประชุมเป็นไปตามที่กำหนด

6. กำหนดให้มีผู้อำนวยการสถาบันเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของสถาบัน กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามให้เป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน และให้ผู้อำนวยการมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด

7. กำหนดให้วิทยาลัยซึ่งเป็นส่วนราชการในสถาบันมีหน้าที่จัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา และฝึกอบรมด้านวิชาการหรือด้านวิชาชีพ และให้วิทยาลัยบริหารและจัดการศึกษาบนพื้นฐานของการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ตลอดจนการระดมทรัพยากรและการสนับสนุน

8. กำหนดห้ามมิให้วิทยาลัยปฏิเสธการรับบุคคลเข้าศึกษาในวิทยาลัยหรือยุติหรือชะลอการศึกษาของนักศึกษาด้วยเหตุเพียงว่าผู้นั้นขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษา สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาว่านักศึกษาผู้ใดเป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้เป็นไปตามระเบียบที่สภาสถาบันกำหนด

9. กำหนดให้มีผู้อำนวยการวิทยาลัยซึ่งแต่งตั้งจากผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนด หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาเป็นไปตามข้อบังคับของสถาบัน วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และให้ผู้อำนวยการมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด

10. กำหนดบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับการโอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณฯ การโอนบรรดาข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ การดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการต่าง ๆ การได้รับอนุปริญญาและประกาศนียบัตร ตลอดจนกฎกระทรวง กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

–ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 28 พฤษภาคม 2556–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32850&Key=hotnews

ร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิทยาลัยชุมชน พ.ศ. …. Read More »

เผยยอดนักศึกษาพิเศษพุ่งกว่าเท่าตัว เรียนร่วมห้องเด็กปกติ ม.ราชมงคล กรุงเทพ

29 พฤษภาคม 2556

ดร.สาธิต พุทธชัยยงค์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เปิดเผยถึงการรับ นศ.กลุ่มพิเศษ ให้เข้าเรียนร่วมกับ นศ.ปกติ ว่า มหาวิทยาลัยฯ ได้เปิดรับนักศึกษากลุ่มพิเศษ ที่มีความบกพร่องทางเสียงและการรับฟัง หรือ “หูหนวกเป็นใบ” เข้ามาเรียนร่วมกับนักศึกษาปกติของมหาวิทยาลัยฯ ในปีนี้จำนวน13 คน โดยส่วนใหญ่จะเรียนใน คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ โดยทาง มหาวิทยาลัยฯ ได้มีการจัดมาแล้วหลายปี ที่ผ่านๆ มาจะมีเข้ามาเรียนปีละ 1-2 คน ในปีที่แล้วมีนักศึกษากลุ่มพิเศษเข้าสอบผ่านเข้ามาเรียน 6 คน แต่ในปีนี้มีนักศึกษาพิเศษกลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วกว่าหนึ่งเท่าตัว และนับตั้งแต่ที่เปิดรับกลุ่มเด็กพิเศษดังกล่าวมหาวิทยาลัยก็ได้รับมือโดยการเริ่มส่ง คณาจารย์ที่เกี่ยวข้องไปเรียนภาษามือ เพื่อให้คณาจารย์สามารถสื่อสารและถ่ายทอด ทักษะความความรู้ให้กับนักศึกษาพิเศษได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกิจกรรมแรกของนักศึกษาใหม่ทุกคนรวมทั้งกลุ่มนักศึกษาพิเศษที่ต้องทำร่วมกันคือ กิจกรรมเข้าค่ายปฐมนิเทศแนวใหม่ ที่เพิ่งจัดผ่านไปในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น พบว่านักศึกษากลุ่มพิเศษสามารถผูกมิตรและทำกิจกรรมร่วมกับนักศึกษาปกติได้เป็นอย่างดี

“ในการดูแลนักศึกษากลุ่มพิเศษนั้น มหาวิทยาลัยฯ จะปฏิบัติเช่นเดียวกับนักศึกษาปกติทั่วไป ทั้งเรื่องการเรียนการสอนที่ต้องเรียนห้องเดียวกัน ใช้ประโยชน์จากสาธารณูปโภคของมหาวิทยาลัยเหมือนๆกัน และนักศึกษาพิเศษยังต้องเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆทั้งในและนอกสถานที่ ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดเช่นเดียวกับนักศึกษาปกติ เพราะไม่ต้องการให้เกิดการแบ่งแยกระหว่างนักศึกษาและที่สำคัญไม่ต้องการให้นักศึกษาพิเศษรู้สึกว่า ตัวเองแตกต่างจากคนปกติทั่วไป เพื่อปูทางไปสู่การใช้ชีวิตในสังคมเมื่อนักศึกษากลุ่มนี้เติบโตและก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงาน” ดร.สาธิต กล่าว

ที่มา: http://www.naewna.com

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32849&Key=hotnews

 

เผยยอดนักศึกษาพิเศษพุ่งกว่าเท่าตัว เรียนร่วมห้องเด็กปกติ ม.ราชมงคล กรุงเทพ Read More »