Education News

ข่าวการศึกษา เน้นเกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

สพฐ.จับมือเอกชนส่งตัวแทนนร.ไทยแข่งขันหุ่นยนต์โลกที่อินโดนีเซีย

12 พฤศจิกายน 2556

นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และบริษัทแกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ส่งเสริมให้เด็กเยาวชนและครูผู้สอนทั่วประเทศ ได้มีการศึกษาค้นคว้าโดยเล็งเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ตามกระแสโลกาภิวัฒน์ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ คิดค้นผลงานการบูรณาการความรู้เกี่ยวกับแมคานิคทางกลศาสตร์และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ กับสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ศิลปะ และสาระวิชาอื่นๆ โดยได้จัดจัดการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2556

ทั้งนี้  เพื่อคัดเลือกทีมเยาวชนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์โลก WRO 2013 :World Robot Olympiad 2013 ระว่างวันที่ 14-18 พ.ย. 56 ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ซึ่งมี 4 ประเภทการแข่งขันด้วยกัน ประกอบด้วย ประเภทโรบอทซอคเกอร์ หรือการแข่งขันหุ่นยนต์เตะฟุตบอล จำนวน 5 ทีม ได้แก่ทีม RBT-ZADENT,ทีม RBT-Sentinel และทีม RBT-SKELIC จากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ทีม YB-Newgen และทีม Mile Militis จากโรงเรียนโยธินบูรณะ กทม.ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ หัวข้อ”World Heritage : หุ่นยนต์กับการอนุรักษ์มรดกโลก” รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ได้แก่ ทีม F.F.P.จากศูนย์หุ่นยนต์ Robot Create กทม., ทีม Robomac Miracle โรงเรียนไอแมคจินตคณิต จังหวัดลำพูน, ทีม Impossible กลุ่ม Robot play กรุงเทพมหานครและทีม Robomac A+ จากกลุ่ม Robomac KORAT จังหวัดนครราชสีมา
รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้แก่ ทีมทำดีได้ดี จากโรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ,ทีม Impossible จาก Internation Pioneer school กทม.,ทีมเด็กโต จากโรงเรียนสามเสนนอก(ประชาราษฎร์อนุกูล) กทม. และทีมTUM-BOT จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวันกทม.และรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ได้แก่ ทีม Raja-o-ros Dream Team 2 จากโรงเรียนวัดราชโอรส กทม.,ทีมอืดอาด และ ทีมเอาจริงแล้วนะ จากศูนย์หุ่นยนต์ไทยบริดจสโตน ชัยภูมิ และทีมจักรคำ 4 จากโรงเรียนจักรคำคณาทร จ.ลำพูน

ส่วนประเภทความคิดสร้างสรรค์ หัวข้อ World Heritage : หุ่นยนต์กับการอนุรักษ์มรดกโลก รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปีได้แก่ ทีม Raise Rise Rose จากศูนย์หุ่นยนต์ Raise Genius School กทม.และทีมนครภูเก็ต 6 โรงเรียนเทศบาลภูเก็ต ภูเก็ต รุ่นอายุไม่เกิน15 ปี ได้แก่ทีม PCM Robot จากโรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิตจ.นครราชสีมา และทีม  T.5 robot โรงเรียนเทศบาล 5  (พหลโยธินรามินทรภักดี) จ.ราชบุรี และรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ได้แก่ ทีม ลูกท้าวสุรนารี จากโรงเรียนปักธงชัยประชานิรมิต จ.นครราชสีมา และทีม TWK ROBOT โรงเรียนเทศบาลวัดกลาง จ.ขอนแก่น

ประเภท Pilot ซึ่งเป็นการทดลองแข่งขันหุ่นยนต์ปฏิบัติภารกิจในระดับอุดมศึกษา ได้แก่ทีมขนมชั้น จากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์กทม.จังหวัดกรุงเทพมหานคร และทีม IRON BEAR จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

ทั้งนี้เลขาฯแสดงความยินดีและอวยพระพร้อมเป็นกำลังใจให้นักเรียนทุกคนตั้งใจทำหน้าที่ของตนเอง พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั้งจากการแข่งขัน และการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากนานาประเทศ และประสบผลสำเร็จในการเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันระดับโลก

ที่มา: หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=34745&Key=hotnews

สพฐ.จับมือเอกชนส่งตัวแทนนร.ไทยแข่งขันหุ่นยนต์โลกที่อินโดนีเซีย Read More »

ศธ.เล็งแก้ ‘1 อ.’ รุ่น 5 อิงกลุ่มแทน หลังรับสมัครถี่แต่ไม่ถึงเกณฑ์คะแนน 70 % เปิดทางให้เด็กได้แต้มสูงสุดในอำเภอซิวทุน

12 พฤศจิกายน 2556

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการเปิดรับสมัครสอบคัดเลือกรับทุนโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน ในรุ่นที่ 4 รอบสอง ซึ่งมียอดสมัครกว่า 10,000 คนและสามารถรับทุนได้ประมาณ 1,000 คน โดยจะประกาศผลการสอบข้อเขียน วันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ จากนั้นจะสอบสัมภาษณ์และทราบผลต้นเดือนธันวาคมและจะจัดอบรมผู้ที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นเพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถเลือกมหาวิทยาลัยได้ตามที่ต้องการและเรียนจนจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้ช่วงเดือนกันยายนปี 2557 ทั้งนี้ หากผลการคัดเลือก ปรากฏว่า มีจำนวน ผู้ผ่านเกณฑ์คะแนนวิชาที่สอบ 70% ขึ้นไป น้อยกว่าจำนวนทุน 1,000 กว่าทุน จะต้องพิจารณาว่าจะต้องรับสมัครสอบรุ่นที่ 4 รอบที่สามหรือไม่ หรืออาจจะต้องนำทุนที่ไม่มีผู้สอบได้ไปสมทบรวมกับการคัดเลือกโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุนในรุ่นที่ 5 แทนหรือไม่ ทั้งหมดจะต้องนำเสนอคณะกรรมการบริหารโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน ที่มีรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เป็นประธาน พิจารณาว่าจะดำเนินการเช่นไร

“ในการสอบโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุนรุ่นที่ 5 จะต้องปรับเกณฑ์การคัดเลือกใหม่ เพราะทุกวันนี้การที่เราไปอิงเกณฑ์มากๆ ทำให้เป้าหมายของนักเรียนที่จะผ่านเกณฑ์รับทุนมีน้อยเพราะปัจจุบันเกณฑ์การคัดเลือกจะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 บางครั้งนักเรียนต่างจังหวัดที่สอบได้ที่หนึ่งในอำเภอ แต่ไม่ถึงร้อยละ 70 จึงทำให้ไม่ได้รับทุน ดังนั้น เกณฑ์ใหม่จะเน้นการอิงกลุ่ม การกระจายโอกาสให้มากขึ้น และอาจจะไปเข้มข้นในเรื่องการเตรียมพร้อมก่อนจะไปเรียนต่อ เช่น การเตรียมด้านสภาพแวดล้อม มีการสอนเสริมให้มากขึ้น เป็นต้น เพื่อให้สามารถสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้” ปลัด ศธ.กล่าว

ปลัด ศธ.กล่าวต่อว่า เกณฑ์อิงกลุ่มอาจจะไม่ได้ยึดคะแนนร้อยละ 70 ทั้งหมด เช่น ใครที่สอบได้คะแนนที่หนึ่งของอำเภอแต่ไม่ถึง ร้อยละ 70 จะให้รับทุนดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้เป็นหลักการเดิมของโครงการนี้ที่ให้เด็กเก่งแข่งกันในอำเภอ โดยให้นักเรียนที่ได้ที่หนึ่งของอำเภอได้รับทุน ทั้งนี้ เมื่อมีการใช้เกณฑ์อิงกลุ่มเพิ่ม จะต้องมีการจัดกลุ่มของเด็กที่ได้รับทุน เช่น อาจจะเป็นกลุ่มที่พร้อมมาก พร้อมปานกลางและพร้อมน้อย เพื่อมาเตรียมความพร้อมให้แต่ละกลุ่ม ส่วนการเลือกมหาวิทยาลัยนั้น จะมีช่องทางเพิ่มขึ้น คือ มีมหาวิทยาลัยที่มีข้อตกลงกับทาง ศธ.ให้เด็กได้เข้าไปเรียนจากเดิมที่เด็กจะเป็นผู้เลือกมหาวิทยาลัยเอง ส่วนนักเรียนอาชีวศึกษา อาจจะต้องปรับเกณฑ์ให้สอดคล้อง ไม่ใช่ว่าจะให้เด็กอาชีวะมาสอบรวม อย่างไรก็ตามทั้งหมดจะรีบนำเสนอคณะกรรมการบริหาร พิจารณาต่อไป ทั้งนี้นายจาตุรนต์ ยังได้มอบให้ ศธ.วิจัยติดตามผลของโครงการว่าที่ผ่านมาเป็นเช่นไรบ้าง

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=34744&Key=hotnews

ศธ.เล็งแก้ ‘1 อ.’ รุ่น 5 อิงกลุ่มแทน หลังรับสมัครถี่แต่ไม่ถึงเกณฑ์คะแนน 70 % เปิดทางให้เด็กได้แต้มสูงสุดในอำเภอซิวทุน Read More »

เล็งผุดแผนแม่บทไอซีทีการศึกษา

12 พฤศจิกายน 2556

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยตอนหนึ่งในการบรรยายพิเศษนโยบาย Smart Education เพื่อคุณภาพการศึกษา ณ ศูนย์การประชุมวายุภักษ์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ว่า กำลังให้ช่วยกัน คิดว่าควรจะมีอัตราครูด้านเทคโนโลยีการศึกษาให้เพียงพอได้อย่างไร โรงเรียนหนึ่ง จะมีครูด้านนี้หนึ่งคนได้หรือไม่ ซึ่งอาจจะรับจากผู้ที่จบการศึกษาด้านนี้อยู่แล้วหรืออาจใช้วิธีการอบรมพัฒนาครูที่มีอยู่ แต่เรื่องใหญ่มากของประเทศไทย คือ การคิดวางแผนแม่บทสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษา ไม่ใช่เฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและการที่จะทำให้คนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตเท่านั้น แต่ต้องเป็นเรื่องการพัฒนาเนื้อหาสาระ แบบเรียน บทเรียน แบบฝึกหัดและบททดสอบที่จะนำมาใช้ในลักษณะของแอพพลิเคชั่น ที่จะใช้ในการเรียนการสอน โดยการวางแผนนี้ ต้องรีบทำ จะทำให้มีการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาในการเรียนการสอนสมัยใหม่ได้เร็วขึ้น เป็นระบบและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=34743&Key=hotnews

เล็งผุดแผนแม่บทไอซีทีการศึกษา Read More »

คอลัมน์: สถานีก.ค.ศ. : เงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ปี 2556 และ ปี 2557

11 พฤศจิกายน 2556

ศิริพร กิจเกื้อกูล
เลขาธิการ ก.ค.ศ.
สวัสดีค่ะเพื่อนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกท่าน หลายท่านคงได้รับทราบข่าวเกี่ยวกับมติการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 กันไปบ้างแล้วว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ.รับรอง (การกำหนดอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ) ปี 2556 และปี 2557 และเห็นชอบการกำหนดอัตราเงินเดือนและจำนวนเงิน ที่ได้ปรับตามคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ.รับรอง (การปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ) ปี 2556 และปี 2557 ตามที่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำเสนอ โดยมีหลักการที่สำคัญในการปรับอัตราเงินเดือนดังกล่าวคือ

1.) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมีรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า 15,000 บาท

2.) การกำหนดอัตราเงินเดือนแรกบรรจุของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจะต้องกำหนดให้ใกล้เคียงกับข้าราชการพลเรือนสามัญ และ

3.) การกำหนดอัตราเงินเดือนนั้นจะต้องยึดโยงตามบัญชีเงินเดือนชั่วคราวของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

ซึ่งจากมติ ครม.ที่เห็นชอบการกำหนดอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ และการปรับอัตราเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุในปี 2556 และปี 2557 นี้ จะส่งผลให้

1.ผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2556 และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป ได้รับเงินเดือนแรกบรรจุที่สูงขึ้น เช่น คุณวุฒิปริญญาตรี 4 ปี เดิม ในวันที่ 1 มกราคม 2555 ได้รับเงินเดือนในอัตรา 11,920 บาท เงินเดือนใหม่ในปี 2556 จะได้รับในอัตรา 13,470 บาท และปี 2557 จะได้รับในอัตรา 15,050 บาท คุณวุฒิปริญญาโททั่วไป จากเดิมในวันที่ 1 มกราคม 2555 ได้รับเงินเดือนในอัตรา 15,430 บาท เงินเดือนใหม่ในปี 2556 จะได้รับในอัตรา 16,570 บาท และปี 2557 จะได้รับในอัตรา 17,690 บาท เป็นต้น

2.สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุในครั้งนี้ คือผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2556 ก็จะได้รับการปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้น ในวันที่ 1 มกราคม 2556 เช่น คุณวุฒิปริญญาตรี 4 ปี อันดับครูผู้ช่วย ช่วงอัตราเงินเดือนที่จะได้รับการปรับชดเชย คือ อัตรา 11,920-17,690 บาท อันดับ คศ 1 ช่วง 11,920-23,360 บาท และปี 2557 ในวันที่ 1 มกราคม 2557 คุณวุฒิปริญญาตรี 4 ปี อันดับครูผู้ช่วย ช่วงอัตราเงินเดือนที่จะได้รับการปรับชดเชย คือ อัตรา 13,470-17,690 บาท อันดับ คศ 1 ช่วง 13,860-25,240 บาท เป็นต้น

ซึ่งการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับการปรับอัตราเงินเดือนทั้ง 2 กรณีดังกล่าวข้างต้น ให้ใช้เงินเหลือจ่ายจากส่วนราชการก่อน หากไม่พอให้ใช้จ่ายจากงบกลางรายการเงินเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับวุฒิข้าราชการ ทั้งนี้ รายละเอียดต่างๆ สำนักงาน ก.ค.ศ.จะได้มีหนังสือแจ้งไปยังส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเร็วๆ นี้ นอกจากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น สำนักงาน ก.ค.ศ.จะเร่งดำเนินงานด้านการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้เกิดผลอย่างต่อเนื่องต่อไป และพบกันใหม่ในวันจันทร์หน้าค่ะ

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=34727&Key=hotnews

 

คอลัมน์: สถานีก.ค.ศ. : เงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ปี 2556 และ ปี 2557 Read More »

นำผลประเมินคณะขึ้นเว็บครั้งแรก สมศ.ชี้เป็นข้อมูลให้น.ร.เลือกสถาบัน

11 พฤศจิกายน 2556

นายมณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา (มพ.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ (สมศ.) เปิดเผยกรณีที่ สมศ.พัฒนาตัวบ่งชี้การประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 (พ.ศ.2559-2563) โดยอิงการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม ให้น้ำหนักกับการประเมินผลผลิต ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์มากกว่าเอกสาร ว่า เกณฑ์การประเมินดังกล่าว ได้ระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายรอบ ไม่ใช่ สมศ.คิดเอง และการประเมินรอบสี่ สมศ.จะให้ความสำคัญกับผู้ประเมิน โดยจะคัดกรองแบบเข้มข้น และอนาคตอาจจะเพิ่มการสอบและออกใบประกาศนียบัตรรับรองการเป็นผู้ประเมินคุณภาพภายนอกให้ จากปัจจุบันที่จะมีเฉพาะบัตรประจำตัวผู้ประเมินคุณภาพภายนอกเท่านั้น ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการร้องเรียนเกี่ยวกับผู้ประเมินคุณภาพภายนอก เมื่อตรวจสอบและพบว่าผิดจริง ก็จะปลดพร้อมทั้งปิดศูนย์ของผู้ประเมินนั้นๆ

“การประเมินรอบสี่ สมศ.จะประกาศให้สาธารณชนรับทราบผ่านเว็บไซต์ของ สมศ. ว่า สถาบันการศึกษาแห่งใดได้รับการรับรองหรือไม่ได้รับการรับรอง พร้อมทั้งประกาศแบบเจาะลึกเป็นรายคณะและโปรแกรมวิชา ไม่ใช่ประกาศเหมารวมเป็นรายมหาวิทยาลัย ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปดูได้ จากปัจจุบันที่จะเข้าไปดูได้เฉพาะสถานศึกษาเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ปกครอง และนักเรียนมีข้อมูลในการเลือกที่จะเข้าศึกษาในทุกระดับการศึกษา” ประธานกรรมการบริหาร สมศ. กล่าว และว่า สมศ.อยากให้สถานศึกษา รวมถึงต้นสังกัด นำผลการประเมินไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาสถานศึกษา เพราะ สมศ.เปรียบเหมือนหมอวิชาการ แต่ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นหรือไม่ ก็อยู่ที่คนไข้ดูแลรักษาตัวเอง

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=34729&Key=hotnews

นำผลประเมินคณะขึ้นเว็บครั้งแรก สมศ.ชี้เป็นข้อมูลให้น.ร.เลือกสถาบัน Read More »

‘มศว’ เผยสาระประชุมอธิการบดีทวีปเอเชีย

8 พฤศจิกายน 2556

‘มศว’ เผยสาระประชุมอธิการบดีทวีปเอเชีย

ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า จากที่ตนเดินทางไปร่วมประชุมอธิการบดีของมหาวิทยาลัยทวีปเอเชีย 22 ประเทศ ครั้งที่ 12 ณ มหาวิทยาลัยปะลิส ประเทศมาเลเซีย นั้น การประชุมดังกล่าวมีต่อเนื่องกันมาทุกปี โดยมหาวิทยาลัยผู้ริเริ่มประกอบด้วย มศว มหาวิทยาลัยสยามและอีก 2 มหาวิทยาลัยของประเทศจีน ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกเกือบ 30 ประเทศ ประมาณ 100 มหาวิทยาลัย เป็นเวทีการประชุมวิชาการการบริหารมหาวิทยาลัยในระดับอธิการบดี ซึ่งปีนี้กิจกรรมเริ่มด้วยปาฐกถาของอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ การศึกษาดูงานวิทยาเขตใหม่ของมหาวิทยาลัยเจ้าภาพ การเรื่องวิสัยทัศน์การศึกษาของยุโรปปี 2020 ตามด้วยการบรรยายของอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกาหลีใต้เรื่องการบริหารมหาวิทยาลัยในยุคของการเปลี่ยนแปลง การนำเสนอเรื่องราวของมหาวิทยาลัยของประเทศจีน ญี่ปุ่น อิหร่าน ไทย อินเดีย อินโดนีเซีย และอีกหลายประเทศ มีสาระด้านการบริหารสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นประโยชน์มาก ทำให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยไทย หมายรวมถึงผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากรสายสนับสนุน และนิสิต จะต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อวงการอุดมศึกษาของเอเชียในอนาคต

ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=34718&Key=hotnews

‘มศว’ เผยสาระประชุมอธิการบดีทวีปเอเชีย Read More »

มรภ.สงขลา-นิวซีแลนด์สานต่อ ป.เอก เปิดวงวิชาการความร่วมมือด้านพัฒนาอาจารย์

8 พฤศจิกายน 2556

ดร.พิพัฒน์ ลิมปนะพิทยาธร คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยถึงโครงการสัมมนาแนะแนวการศึกษาต่อระดับปริญญาเอกและทุนการศึกษาในประเทศนิวซีแลนด์ ที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ มรภ.สงขลา ว่า จากการสำรวจความต้องการศึกษาต่อระดับปริญญาเอกของอาจารย์และบุคลากรภายในคณะวิทยาศาสตร์ฯ ที่เข้าร่วมอบรมโครงการแนะแนวการศึกษาต่อระดับปริญญาเอกทั้งในและต่างประเทศ พบว่าอาจารย์และบุคลากรมีความสนใจจะศึกษาต่อระดับปริญญาเอกเพิ่มมากขึ้น จึงมอบนโยบายให้ ผศ.ดร.พลพัฒน์ รวมเจริญ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และประชาสัมพันธ์ จัดสัมมนาแนะแนวการศึกษาต่อระดับปริญญาเอกและทุนการศึกษาในประเทศนิวซีแลนด์ โดยมีวิทยากรจากมหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ มหาวิทยาลัยแคนเทอร์บิวรี่ มหาวิทยาลัยเวลลิงตัน เป็นต้น มาบรรยาย ซึ่งการสัมมนาดังกล่าวทำให้อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ฯ และอาจารย์ผู้สนใจจากภายนอก ได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาต่อระดับปริญญาเอก และทุนการศึกษาในประเทศนิวซีแลนด์ รวมทั้งการเตรียมตัวเพื่อการศึกษาต่อ ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งหวังในการพัฒนาบุคลากร อันเป็นนโยบายหลักอย่างหนึ่งของคณะวิทยาศาสตร์ฯ และมรภ.สงขลา

ด้าน ผศ.ดร.พลพัฒน์กล่าวว่า เป้าหมายในการสัมมนาครั้งนี้ เพื่อแนะนำระบบการศึกษา มหาวิทยาลัย และข้อมูลเกี่ยวกับทุนการศึกษาระดับปริญญาเอก ซึ่งนอกจากจะสัมมนาให้ความรู้แก่อาจารย์และบุคลากรแล้ว ยังมีการประชุมปรึกษาหารือระหว่างตัวแทนของมหาวิทยาลัยดังกล่าวกับคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ฯ และผู้บริหาร มรภ.สงขลา นำโดย รศ.ดร.สุนทร โสตถิพันธุ์ อธิการบดี เกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือในการพัฒนาอาจารย์ในอนาคตอีกด้วย โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ฯ คณะวิทยาการจัดการ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะศิลปกรรม คณะเทคโนโลยีการเกษตร มรภ.สงขลา และมหาวิทยาลัยอื่นๆ เช่น มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ผศ.ดร.พลพัฒน์ กล่าวว่า ผลจากการสัมมนานอกจากจะเป็นการกระตุ้นให้อาจารย์สนใจศึกษาต่อระดับปริญญาเอกมากขึ้น และเห็นถึงแนวทางในการวางแผนการพัฒนาตนเองแล้ว การเจรจาความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้มีการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยจากทั้ง 2 ประเทศ ในการพัฒนาบุคลากรร่วมกัน โดยเบื้องต้นเป็นการทำความรู้จักกันก่อน และจะมีกิจกรรมร่วมกันต่อไป

ที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=34720&Key=hotnews

มรภ.สงขลา-นิวซีแลนด์สานต่อ ป.เอก เปิดวงวิชาการความร่วมมือด้านพัฒนาอาจารย์ Read More »

แนะ สมศ.ประเมินสถานศึกษาเน้นความร่วมมือ-ไม่ใช่ชิงเด่น

8 พฤศจิกายน 2556

ASTVผู้จัดการรายวัน – “พงศ์เทพ”แนะ สมศ.พัฒนาระบบประเมิน เน้นสร้างความร่วมมือของสถานศึกษามากกว่าให้เกิดการชิงดีชิงเด่นกัน

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การประกันคุณภาพการศึกษา” ในการประชุมวิชาการนานาชาติ ประจำปี 2556 ภายใต้แนวคิด “คุณภาพ ศิษย์สะท้อนคุณภาพครู” ตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันมาตรฐานเป็นเรื่องสำคัญในทุกแวดวง ซึ่งรวมถึงสถาบันการศึกษาที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะถูกประเมินคุณภาพได้ ดังนั้น สิ่งที่สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ซึ่งรับภาระหน้าที่เป็นผู้ประเมิน จึงมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยขณะนี้ตนเชื่อว่ามีหลายคนที่อยากถามสมศ.ว่า การที่ สมศ.เข้าไปประเมิน และรับรองคุณภาพมาตรฐานของสถาบันการศึกษานั้น มีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ซึ่งตนคิดว่าเมื่อไหร่ที่ผลการประเมินของ สมศ.สามารถทำให้ผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น สถานศึกษา ครู ผู้ปกครองและนักเรียนนำไปใช้ประโยชน์ ก็จะทำให้ภาระหน้าที่ของ สมศ.ที่ทำอยู่ในทุกวันนี้ประสบความสำเร็จ เพราะผลการประเมินเป็นที่เชื่อถือได้

“ที่ผ่านมา สมศ.จะถูกบ่นเสมอว่าการประกันคุณภาพภายนอกทำให้สถานศึกษาต้องมาเสียเวลา และทำงานซ้ำซ้อนเพราะมีการประกันคุณภาพภายในแล้วผมจึงได้บอกกับประธานบอร์ด สมศ.ว่าในฐานะที่เราเป็นผู้ประเมินคุณภาพภายนอกจะต้องจัดระบบใหม่ร่วมกับการประเมินคุณภาพภายใน โดยให้ผู้รับบริการได้รับความสะดวกและลดภาระให้มากที่สุดได้ความจริงมากที่สุด ไม่มีการจัดฉากเพราะไม่มีใครอยากเห็นผักชีโรยหน้า”นายพงศ์เทพ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้เมื่อ สมศ.จะเข้าไปประเมินก็เกิดผลกระทบข้างเคียง คือการแข่งขันระหว่างสถาบันการศึกษาต่างๆ รวมถึงหน่วยงานในสถาบันการศึกษาเดียวกัน ทำให้ต่างคนต่างรู้สึกว่า

อยากทำงานของตนเองให้ดีกว่าคนอื่น จึงทำให้ขาดความร่วมมือกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะถ้าร่วมกันทำจะเป็นประโยชน์มากกว่า โดย สมศ.ต้องไปพัฒนาระบบการประเมินให้เกิดความร่วมมือ มากกว่าการแข่งขัน

ด้าน ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ผอ.สมศ. กล่าวว่า จากการประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ. ได้สะท้อนภาพความจริงให้แก่สถานศึกษาได้ทราบถึงระดับคุณภาพของตนเอง และจากการประเมินก็พบว่าครูเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาคุณภาพศิษย์ในมิติ คุณธรรม จริยธรรมความรู้ ความคิด ทักษะการทำงาน ซึ่งคุณภาพครูและคุณภาพศิษย์เชื่อมโยงส่งต่อกัน ไม่สามารถแยกออกได้ ดังนั้นหัวใจสำคัญของการพัฒนาคุณภาพศิษย์จึงต้องเกิดจากหัวใจที่มีจิตวิญญาณของครูที่มีความปรารถนาดีต่อศิษย์

ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=34719&Key=hotnews

แนะ สมศ.ประเมินสถานศึกษาเน้นความร่วมมือ-ไม่ใช่ชิงเด่น Read More »

พระบรมฯ พระราชทานทุนศึกษาเพิ่ม ขยายจังหวัดละ 4 คน – เครือข่าย ร.ร.พระราชูปถัมภ์

7 พฤศจิกายน 2556

นายกมล รอดคล้าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับอุดมศึกษา โดยเริ่มในปี 2552 เด็กจะได้รับทุนตั้งแต่ชั้น ม.4-6 สายสามัญและสายอาชีพ ต่อเนื่องไปจนจบป.ตรี จังหวัดละ 2 ทุน ขณะนี้มีนักเรียนทุนรวม 750 คน กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี 288 คน ศึกษาชั้น ม.ปลาย 462 คน เงินทุนพระราชทาน คนละ 18,000 บาท/คน/ปี

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า ต่อมา นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการ กพฐ. ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และมีพระราชดำริว่า จะพระราชทานทุนการศึกษาให้แก่เด็กเพิ่มเติม โดยจะจัดงบฯเพิ่ม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงรับสนองพระราชดำริ เบื้องต้นจะเพิ่มเป็นจังหวัดละ 4 ทุน ชาย 2 ทุน หญิง 2 ทุน ให้กับร.ร.ในเครือข่ายพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร 14 โรงเรียน

คือ ร.ร.อนุราชประสิทธิ์, ร.ร.มกุฎเมืองราชวิทยาลัย, ร.ร.มัธยมพัชรกิติยาภา 1 นครพนม, ร.ร.มัธยมพัชรกิติยาภา 2 กำแพงเพชร, ร.ร.มัธยมพัชรกิติยาภา 3 สุราษฎร์ธานี, ร.ร.มัธยมสิริวัณวรี 1 อุดรธานี, ร.ร.มัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา, ร.ร.มัธยมสิริวัณวรี 3 ฉะเชิงเทรา, ร.ร.ทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดโบสถ์), ร.ร.ทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดน้อยใน), ร.ร.ทีปังกรวิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา), ร.ร.ทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดประดู่), ร.ร.ทีปังกรวิทยาพัฒน์ (มัธยมวัดหัตถสารเกษตร), และร.ร.ทีปังกรวิทยาพัฒน์ (วัดสุนทรสถิต)

ร.ร.ประถมฯ 3 โรง มัธยมฯ 11 โรง ระดับประถมฯ เริ่ม ป.4-6 จำนวน 4 ทุน ต่อเนื่อง 3 ปี 3 โรง รวม 12 ทุน ทุนละ 18,000 บาท/คน/ปี รวมเงินปีละ 216,000 บาท รวม 3 ปี 648,000 บาท ระดับมัธยม เริ่มตั้งแต่ม.1-6 จำนวน 4 ทุน ต่อเนื่อง 3 ปี 11 โรง รวม 44 ทุน ทุนละ 18,000 บาท/คน/ปี รวมเงินปีละ 792,000 บาท รวม 3 ปี 2,376,000 บาท รวม 56 ทุน ใช้งบฯทั้งสิ้น 1,008,000 บาท ต่อปี รวม 3 ปี เป็นเงิน 3,024,000 บาท

–ข่าวสด ฉบับวันที่ 8 พ.ย. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=34710&Key=hotnews

พระบรมฯ พระราชทานทุนศึกษาเพิ่ม ขยายจังหวัดละ 4 คน – เครือข่าย ร.ร.พระราชูปถัมภ์ Read More »

สอศ.ฝันเพิ่ม น.ศ.เกษตร 100 % ปี’58 ผุดโรดแมป-ยกเครื่องการสอนทั้งระบบ หลังยอดเรียน’ปวช.-ปวส.’แค่ 2.9 หมื่น

7 พฤศจิกายน 2556

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า จากสภาวการณ์เด็กเรียนด้านการเกษตรในวิทยาลัยสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา สอศ.ได้จัดงบประมาณลงไปปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานภายในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) รวมถึงวิทยาลัยประมง พร้อมทั้ง พัฒนาครูและรับปรุงหลักสูตรต่างๆ ให้ทันสมัยและ เหมาะสม แต่ก็ยังไม่สามารถดึงดูดเด็กเข้าเรียนด้านการเกษตรให้เพิ่มมากขึ้นได้ โดยปัจจุบันมีสัดส่วนนักเรียนที่เรียนใน วษท. 47 แห่ง ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 17,974 คน และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 11,752 คน รวม 29,726 คน และเมื่อเทียบสัดส่วนระหว่างผู้เรียนสาขาด้านการเกษตรกับสาขาอื่นๆ ที่ สอศ.จัดการเรียนการสอนอยู่ พบว่าผู้เรียนสาขาด้านการเกษตรมีสัดส่วนน้อยมาก โดยระดับ ปวช.อยู่ที่ 4:96 และ ปวส.อยู่ที่ 5.6:94.4

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อว่า ดังนั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นและส่งเสริมให้เด็กมาเรียนด้านการเกษตรมากขึ้น สอศ.จึงได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การอาชีวศึกษาเกษตร พ.ศ.2557-2558 ฉบับเร่งด่วนขึ้น โดยมีเป้าหมายคือ เพิ่มผู้เรียนอาชีวศึกษาเกษตรขึ้นเป็น 100% เมื่อเทียบกับปีการศึกษา 2556, จัดการเรียนการสอนในระบบทวิภาคี และหลักสูตรเฉพาะทางเพิ่มขึ้น, จัดทำกรอบคุณวุฒิวิชาชีพและมาตรฐานอาชีพอาชีวศึกษาเกษตรแห่งชาติ เทียบได้กับระดับสากล และให้เกษตรกรในชุมชนได้รับโอกาสในการเข้าถึงการบริการทางวิชาการและวิชาชีพมากขึ้น ทั้งนี้ ในปีการศึกษา 2556 ภาควิชาเกษตรมีนักเรียน ปวช.ชั้นปีที่ 1 จำนวน 4,682 คน และนักศึกษา ปวส.ชั้นปีที่ 1 จำนวน 3,657 คน รวม 8,339 คน ดังนั้น ในปีการศึกษา 2557 ภาพรวมจะต้องเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 50% หรือ 12,509 คน และปีการศึกษา 2558 ต้องเพิ่มขึ้นเป็น 100% หรือ 16,678 คน

“หลังจากนี้จะมีการปฏิรูปการเรียนการสอนด้านการเกษตร โดยให้เด็กได้เรียนรู้จากโครงงานเป็นหลัก เพื่อให้เกิดการคิดวิเคราะห์ และจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการเรียนการสอน รวมทั้งประสานกับสถานประกอบการ เพื่อให้เด็กได้เข้าไปฝึกปฏิบัติงาน เมื่อจบแล้วเด็กจะสามารถเลือกได้ว่าจะไปทำงานในสถานประกอบการ หรือจะไปประกอบอาชีพของตนเอง และในปีนี้จะมอบให้ วษท.จัดทำโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยให้ วษท.แต่ละแห่งระบุชนิดของพืชที่จะทำการอนุรักษ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ของตนเอง ขณะเดียวกันก็จะมีการจัดหน่วยเคลื่อนที่อบรมวิชาชีพเกษตรระยะสั้นให้แก่เกษตรกรในชุมชนต่างๆ ด้วย” เลขาธิการ กอศ.กล่าว

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=34708&Key=hotnews

สอศ.ฝันเพิ่ม น.ศ.เกษตร 100 % ปี’58 ผุดโรดแมป-ยกเครื่องการสอนทั้งระบบ หลังยอดเรียน’ปวช.-ปวส.’แค่ 2.9 หมื่น Read More »