Education News

ข่าวการศึกษา เน้นเกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

ทปอ.ดันตั้งกระทรวงอุดมศึกษา ตั้ง ‘วันชัย ‘นั่งประธาน กก.ศึกษาฯ

8 พฤษภาคม 2556

นายวันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้มอบหมายให้เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินการศึกษาและจัดทำโครงการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษาและวิจัย โดยมีนายมณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา เป็นรองประธานและมีกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยต่างๆ รวม 15 คนนั้น เร็วๆ นี้ จะมีการนัดประชุมคณะกรรมการนัดแรก โดยกรอบการทำงานจะศึกษาข้อมูลรอบด้านที่เกี่ยวข้องทั้งปัญหา อุปสรรค การบริหารจัดการหลังจากที่การอุดมศึกษาได้อยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในรูปของคณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งข้อเสนอจากการพิจารณาก็อาจจะออกมาใน 2 แนวทาง คือ แนวทางแรกอาจจะเห็นว่าไม่จำเป็นต้องแยกออกจาก ศธ. เพียงแต่ปรับปรุงการบริหารจัดการและรูปแบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แนวทางที่สองก็อาจจะเห็นถึงความจำเป็นที่จะให้มีการจัดตั้งเป็นกระทรวงอุดมศึกษาและวิจัย เพื่อประสิทธิภาพในการบริการจัดการและการพัฒนาประเทศ

“อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งเป็นกระทรวงมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่การดำเนินการของคณะกรรมการคงไม่มีอคติในการพิจารณาว่าควรเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ แต่ต้องพิจารณาจากข้อมูลรอบด้าน รวมทั้งการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอย่างครบถ้วน เพื่อให้เกิดความรอบคอบทุกด้านและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบ้านเมือง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องใช้เวลาและยังมีขั้นตอนการดำเนินงานหลายขั้นตอน” นายวันชัยกล่าว

อธิการบดี มฟล.กล่าวต่อว่า การที่ ทปอ.หยิบยกประเด็นนี้มาพิจารณาถือเป็นบทบาทหน้าที่ของ ทปอ.ที่จะเสนอแนะแนวทางการบริหารจัดการอุดมศึกษาที่ถูกต้องเหมาะสมให้กับรัฐบาล ซึ่งอยู่ในห้วงเวลาที่เหมาะสมหลังจากที่การอุดมศึกษาได้อยู่ภายใต้การกำกับของ ศธ.มาเป็นระยะเวลาพอสมควร เพื่อเสนอแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากที่สุดให้กับรัฐบาลพิจารณาต่อไป

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32635&Key=hotnews

ทปอ.ดันตั้งกระทรวงอุดมศึกษา ตั้ง ‘วันชัย ‘นั่งประธาน กก.ศึกษาฯ Read More »

เผยเด็กเก่งทิ้ง ‘หมอ’ แห่เรียน ‘ครู’ เพียบอธิการบดี มข. ชี้รุ่นใหม่ฮิตสายสังคมฯ

8 พฤษภาคม 2556

นายกิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยถึงผลการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาระบบรับตรงผ่านเคลียริ่งเฮ้าส์ ประจำปีการศึกษา 2556 ซึ่งมีผู้ขอสละสิทธิ จำนวน 11,735 คน จากผู้ผ่านการคัดเลือก จำนวน 43,445 คน โดยในส่วนของ มข.รับ 3,647คน แต่สละสิทธิ 1,429 คน ว่า มข.มีผู้สละสิทธิมากเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งหลายคนสละสิทธิเพื่อไปเลือกเรียนคณะแพทยศาสตร์ อย่างไรก็ตาม พบว่าปัจจุบันเด็กไทยไม่ค่อยสนใจเรียนด้านวิทยาศาสตร์ แต่หันไปเรียนสายสังคมศาสตร์มากกว่า เพราะแม้แต่เด็กเก่งๆ ที่จบชั้น ม.6 สายวิทยาศาสตร์ แทนที่จะเลือกเรียนคณะแพทยศาสตร์ กลับเลือกเรียนสายสังคมศาสตร์มากกว่า โดยคณะยอดนิยมของ มข.ที่สนใจเข้าเรียนมากที่สุดคือ คณะศึกษาศาสตร์ มีสัดส่วนการแข่งขันประมาณ 1 ต่อ 30 และคณะนิติศาสตร์ มีสัดส่วนการแข่งขัน 1 ต่อ 20 ขณะที่สัดส่วนการแข่งขันในภาพรวมของ มข.อยู่ที่ 1 ต่อ 18 ส่วนสาเหตุที่เด็กสนใจเลือกเรียนแพทย์น้อยลง อาจจะเป็นเพราะตั้งแต่แพทย์ถูกฟ้องร้องได้ ทำให้เด็กสนใจเรียนน้อยลง เพราะแม้แต่แพทย์ด้วยกันเอง ก็ยังเลือกเรียนแพทย์เฉพาะทางที่มีโอกาสถูกฟ้องน้อย และมีรายได้ดี เช่น ศัลยแพทย์ เป็นต้น

“ที่เด็กๆ นิยมเรียนคณะศึกษาศาสตร์ ถือเป็นทิศทางที่ดี เพราะจะทำให้ประเทศไทยได้ครูเก่งๆ อย่างการรับตรงของ มข.เอง พบว่าคนที่สอบเข้าได้ ที่สุดท้ายของคณะศึกษาศาสตร์ ยังมีคะแนนสูงกว่าเด็กสอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ และแม้แต่คนที่คะแนนสูงพอที่จะเลือกคณะทันตแพทยศาสตร์ได้สบายๆ ก็ยังเลือกที่จะเรียนครู ส่วนที่เกรงว่าเมื่อเด็กแห่เรียนครูจำนวนมาก อาจเกิดการทุจริตเช่นเดียวกับการสอบเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในตำแหน่งครูผู้ช่วย ที่มีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 ในขณะนี้นั้น เหตุการณ์เช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น เพราะหลักสูตรที่คณะศึกษาศาสตร์ใช้อยู่ขณะนี้เป็นหลักสูตรครูพันธุ์ใหม่ 4+1 ปี เมื่อเรียนจบแล้ว จะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการทันที ซึ่งขณะนี้รุ่นแรกจบ และได้รับการบรรจุแล้ว ซึ่งต่างจากกรณีของครูผู้ช่วยที่ไม่ได้เรียนครูโดยตรง เป็นเพียงพนักงานราชการ หรืออัตราจ้าง และต้องสอบเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วย นายกิตติชัยกล่าว

นายกิตติชัยกล่าวว่า ส่วนการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษาใหม่ หรือแอดมิสชั่นส์ ประจำปีการศึกษา 2556 ขณะนี้มหาวิทยาลัยได้รับแจ้งให้ยืนยันจำนวนที่จะรับนักศึกษาอีกครั้ง ซึ่ง มข.จะแจ้งตัวเลขนักศึกษาที่สละสิทธิจากระบบรับตรง ไปเพิ่มในยอดรับสมัครของแอดมิสชั่นส์แล้ว ทั้งนี้ โดยภาพรวมการรับนักศึกษาผ่านระบบรับตรง และผ่านระบบแอดมิสชั่นส์ของ มข.อยู่ที่ 75 ต่อ 25

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32634&Key=hotnews

เผยเด็กเก่งทิ้ง ‘หมอ’ แห่เรียน ‘ครู’ เพียบอธิการบดี มข. ชี้รุ่นใหม่ฮิตสายสังคมฯ Read More »

ลงพื้นที่เค้น ‘บิ๊กมมส.’ 13 พ.ค. หลังตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรง

8 พฤษภาคม 2556

นายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัยร้ายแรงนายศุภชัย สมัปปิโต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) และผู้เกี่ยวข้อง กรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ชี้มูล เรื่องการทุจริตในการเบิกจ่ายเงินโครงการก่อสร้างอาคารวิทยพัฒนา คณะศึกษาศาสตร์ มมส.วงเงิน 88 ล้านบาท มีพฤติการณ์ไม่ชอบด้วยระเบียบ กฎหมาย หรือมีการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เงิน หรือทรัพย์สินของราชการ และกรณีร้องเรียนกล่าวหาการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษอธิการบดี โดยใช้เงินรายได้ ให้แก่นายศุภชัย โดยไม่ปฏิบัติตามระเบียบ หรือกฎหมายกำหนด ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่า นายศุภชัยมีพฤติการณ์น่า เชื่อว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการสอบสวนได้เชิญนาย ศุภชัยและผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมือด้วยดี และวันที่ 13-14 พฤษภาคมนี้ ตน และคณะกรรมการสอบสวน จะลงพื้นที่ มมส.เพื่อสอบปากคำนายศุภชัย และผู้ถูกกล่าวหา รวมถึงพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

นายพิษณุกล่าวต่อว่า หลังแจ้งข้อกล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหารับทราบแล้ว จะให้ผู้ถูกกล่าวหาแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งมีทั้งการสอบปากคำ และให้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร โดยส่วนใหญ่เลือกชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร จากนั้นคณะกรรมการสอบสวนจะพิจารณาเอกสารหลักฐานว่า การแก้ข้อกล่าวหาฟังขึ้นหรือไม่ หากฟังไม่ขึ้นก็ต้องสืบหาหลักฐานพยานต่อไป โดยจะสอบสวนให้เสร็จภายใน 180 วัน ในช่วงเดือนกรกฎาคม และส่งสรุปผลการสอบสวนทั้งหมดให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) พิจารณา ส่วนจะมีโทษสถานใด ขึ้นอยู่กับหน่วยงานต้นสังกัด

“ที่นายศุภชัยกำลังจะหมดวาระอธิการบดี มมส.ในเดือนมิถุนายน และมีแนวโน้มจะเข้ารับการสรรหาต่อนั้น จะเหมาะสมหรือไม่ คง ตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหา ผู้เหมาะสมดำรงตำแหน่งอธิการบดี” นาย พิษณุกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายอักขราทร จุฬารัตน นายกสภา มมส.ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง เพราะปัญหาการทุจริตใน มมส.และการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาอธิการบดีคนใหม่ โดยนาย อักขราทรเสนอให้คัดเลือกผู้ที่เป็นกลางมาทำหน้าที่ แต่ฝ่ายบริหารไม่ยอม และพยายามใช้วิธีโหวตเลือก ซึ่งไม่ถูกต้อง ทำให้นายอักขราทรตัดสินใจยื่นหนังสือลาออก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหานายก มมส.คนใหม่

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32633&Key=hotnews

ลงพื้นที่เค้น ‘บิ๊กมมส.’ 13 พ.ค. หลังตั้ง กก.สอบวินัยร้ายแรง Read More »

อึ้ง! 30 เขตพื้นที่ไร้ ‘ผู้อำนวยการ’ ทำ ‘ผลการเรียนต่ำ-บริหารงานย่ำแย่’

8 พฤษภาคม 2556

อึ้ง! 30 เขตพื้นที่ไร้ ‘ผู้อำนวยการ’ ทำ ‘ผลการเรียนต่ำ-บริหารงานย่ำแย่’ สพฐ.เล็งทบทวนวิธีตั้ง’รก.ผอ.’ใหม่

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า สำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รายงานความคืบหน้าเรื่องการติดตามและประเมินผลด้านประสิทธิภาพการทำงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ซึ่ง สพฐ.ได้จัดทำระบบติดตามประสิทธิภาพการทำงานของเขตพื้นที่ฯ แบบเจาะลึกในกลุ่มที่ยังไม่มีผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ตัวจริงประมาณ 30 เขต พบปัญหาการบริหารงานด้านต่างๆ อาทิ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านวิชาการ เมื่อวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนจากการสอบประเมินคุณภาพการศึกษา (Nation Test) มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ และยังพบว่าระบบการ นิเทศก์ หรือการติดตามประเมินผลของเขตพื้นที่ฯ กลุ่มนี้ ไม่ตื่นตัว รวมถึงทักษะด้านเทคโนโลยีของนักเรียนที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าว อยู่เกณฑ์ปานกลางถึงต่ำ

“นอกจากนี้ การดูแลโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล ทั้งเรื่องอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ด้านการเรียนการสอนที่ชำรุดเสียหาย ก็ดำเนินการล่าช้า ที่สำคัญตัวชี้วัดการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเรื่องอัตราการออกกลางคัน พบว่าระบบการแนะแนวยังไม่ดีพอ และความสัมพันธ์ระหว่างเขตพื้นที่ฯ กับเครือข่ายผู้ปกครองยังไม่ดี จากปัญหาดังกล่าว สพฐ.จะนำมาสร้างความเข้มแข็งให้กับเขตพื้นที่ฯ เหล่านี้ต่อไป”  นายชินภัทรกล่าว
นายชินภัทรกล่าวอีกว่า จากนี้คงต้องทบทวนระบบวิธีการตั้งรักษาการผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ เพราะที่ผ่านมามักเลือกผู้ที่อาวุโส แต่ไม่ได้คำนึงภาวะผู้นำ ส่วนการแก้ปัญหาเขตพื้นที่ฯ ที่ยังไม่มีผู้อำนวยการตัวจริงนั้น คงต้องพยายามกระตุ้นเตือน และเป็นพี่เลี้ยงให้ เพราะในสภาวะที่ขาดผู้นำ ส่งผล กระทบต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และสะท้อนมาถึงตัวนักเรียน ที่ประชุมจึงมอบให้สำนักติดตามฯ ลงพื้นที่หารายละเอียดเพิ่ม โดยเฉพาะประเด็นการบริหารงาน เพราะเชื่อว่าเป็นสาเหตุให้กระบวนการทำงานไม่เกิดประสิทธิภาพ อาทิ การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า เป็นต้น เมื่อได้ข้อมูลชัดเจนมากขึ้น จะหาทางแก้ปัญหาให้เป็นรูปธรรมมากกว่านี้

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32632&Key=hotnews

อึ้ง! 30 เขตพื้นที่ไร้ ‘ผู้อำนวยการ’ ทำ ‘ผลการเรียนต่ำ-บริหารงานย่ำแย่’ Read More »

ยอดสมัครครูผู้ช่วยกว่า 8 หมื่น

8 พฤษภาคม 2556

ศึกษาธิการ * สพฐ.เผยยอดสมัครครูผู้ช่วยกว่า 8 หมื่น สมัครมากสุด สพป.ศรีสะเกษ เขต 3 รองลงมา สพป.ตาก เขต 2 วิชาคอมพิวเตอร์มีคนสมัครมากที่สุด รองลงมาสังคมศึกษา ปฐมวัย สาขากายภาพบำบัดไร้คนสมัคร

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ตามที่ สพฐ.เปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปีการศึกษา 2556 ระหว่างวันที่ 29 เม.ย.-5 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เปิดสอบครูผู้ช่วย จำนวน 79 เขต ในจำนวนนี้เป็นสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 1 แห่ง รวมจำนวน 34 สาขาวิชา 1,070 อัตรา

ขณะนี้สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการได้สรุปข้อมูลผู้สมัครสอบแข่งขันแล้ว พบว่ามีผู้สมัครทั้งสิ้น 84,583 คน โดยเขตพื้นที่การศึกษาที่มีผู้สมัครสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สพป.ศรีสะเกษ เขต 3 จำนวน 6,385 คน, สพป.ตาก เขต 2 จำนวน 3,207 คน, สพป.กระบี่ จำนวน 3,105 คน, สพป.สมุทรปราการ เขต 1 จำนวน 3,095 คน และ สพป.นครราชสีมา เขต 3 จำนวน 2,749 คน โดยกลุ่มวิชาที่มีผู้สมัครมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มวิชาคอมพิวเตอร์ จำนวน 12,236 คน, กลุ่มวิชาสังคมศึกษา จำนวน 9,673 คน, กลุ่มวิชาปฐมวัยศึกษา/อนุบาลศึกษา จำนวน 8,974 คน, กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน 8,222 คน และกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ จำนวน 7,028 คน อย่างไรก็ตาม สำหรับสาขาที่ไม่มีผู้สมัครเลยคือ สาขากายภาพบำบัด ขณะที่สาขากิจกรรมบำบัดมีผู้สมัครเพียง 3 ราย.

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32631&Key=hotnews

ยอดสมัครครูผู้ช่วยกว่า 8 หมื่น Read More »

คอลัมน์: รายงานพิเศษ: ปัญหา…อนาคต’แท็บเล็ต’

8 พฤษภาคม 2556

ธเนศน์ นุ่นมัน ผ่านไปกว่า 8 เดือน นักเรียนชั้น ป.1 ทั้งหมด 8.6 แสนคน ได้ลองใช้แท็บเล็ตจากนโยบายรัฐบาล ที่เริ่มแจกตั้งแต่กลางเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว

ก่อนหน้านี้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เคยสรุปว่า แท็บเล็ตยังสนับสนุนการเรียนการสอนได้ไม่ดีนัก เนื่องจากเนื้อหาของหนังสือที่มีอยู่ในแท็บเล็ตเน้นการแปลงจากหนังสือเรียนมาเป็นไฟล์พีดีเอฟ หรือส่วนใหญ่ยังเป็นเพียง 2 มิติขาดการสร้างรูปแบบบทเรียนต่างๆ อยู่
อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ทำวิจัยผลการใช้งานแท็บเล็ตของนักเรียนชั้น ป.1 กับโรงเรียนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 503 โรงเรียน นักเรียน 7,078 คน ครูผู้สอน 533 คน เน้นเก็บข้อมูลผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียนจริงๆ หวังจะนำผลการวิจัยมาเป็นข้อมูลเบื้องต้น สำหรับแนวทางการใช้แท็บเล็ตเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้แบบใหม่
ผลวิจัยที่ได้ระบุในเชิงบวกว่า โรงเรียนหลายแห่งมีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมการเรียนการสอนรูปแบบใหม่เด็กชั้น ป.1 ตื่นตัวใฝ่หาความรู้ด้วยตัวเองยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เด็กมีพัฒนาการได้ดียังพบด้วยว่าเด็ก 72% ใช้แท็บเล็ตสืบหาความรู้เอง รวมถึงนำมาทำความเข้าใจและสรุปเป็นองค์ความรู้
ปัญหาที่พบจากการใช้แท็บเล็ตเป็นเรื่องเล็กน้อยเช่น การชาร์จแบตในโรงเรียน แบตเตอรี่หมดเร็วเครื่องทำงานช้าและดับเองเด็กมีอาการปวดเมื่อยนิ้วปวดตา เคืองตา แสบตา เวียนหัว ปวดบริเวณคอและไหล่ และปวดหลังบ้างเล็กน้อยจากการใชแท็บเล็ต ยังพบอีกว่าเด็กชั้น ป.1 เล่นกับเพื่อนน้อยลง หลังจากได้รับแท็บเล็ตประมาณ 35.96%
งานวิจัยของ สพฐ.เกิดเสียงวิจารณ์ตามมาว่า ทำเอง ชงเอง จึงยากที่จะเห็นผลลบต่อโครงการแท็บเล็ต  เพราะเนื้อหางานวิจัยไม่ได้กล่าวถึงสิ่งที่ผู้ปกครองทั่วประเทศอยากได้ยินจาก สพฐ. คือแผนระยะยาวที่วางไว้สำหรับแท็บเล็ตที่จะเริ่มกลายเป็นอุปกรณ์ตกรุ่นใกล้สิ้นสุดระยะประกัน
แท็บเล็ตรอบแรกยังมีคำถามหลายเรื่องอย่างไรก็ตามการจัดซื้อแท็บเล็ตนักเรียนชั้น ป.1 และ ม.1 ปีการศึกษานี้ อีก 1.7 ล้านเครื่องก็เดินหน้าเต็มสูบ ขณะเดียวกันสำนักงบประมาณ ระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติให้ปรับลดงบปี 2557 ในโครงการจัดซื้อแท็บเล็ตนักเรียนชั้น ป.4 และ ม.4 วงเงิน 7,000 ล้านบาท เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนของโครงการ

สพฐ.ได้ออกมาชี้แจงกรณียื่นงบแบบตีเช็คเปล่าว่านักเรียนหรือ ม.4 เป็นต้นไป ต้องใช้คอมพิวเตอร์สำหรับชิ้นงานที่ซับซ้อนขึ้น ต้องมีสมรรถนะสูงกว่าแท็บเล็ต ถือเป็นครั้งแรกที่ สพฐ.ออกมาแตะเบรกการจัดซื้ออุปกรณ์นี้ และเป็นคำถามใหม่ถึงโครงการนี้ว่าในอนาคตจะยังเดินหน้าต่อไปหรือไม่

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32630&Key=hotnews

คอลัมน์: รายงานพิเศษ: ปัญหา…อนาคต’แท็บเล็ต’ Read More »

ถวายพระราชสมัญญาแด่’ราชินี’พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแผ่นดิน

8 พฤษภาคม 2556

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทศพร เสรีรักษ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการถวายพระราชสมัญญา  “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม พ.ศ.2555 ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯแก่ปวงชนชาวไทย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยพระ วิริยอุตสาหะ ทรงเป็นคู่พระบารมี คู่พระราชหฤทัยแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภาระ โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา ที่ทรงเห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่จะช่วยขจัดความไม่รู้และความด้อยโอกาสให้ลดน้อยลง

นพ.ทศพรกล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเห็นว่าการศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นเพราะจะช่วยพัฒนาชีวิต สังคม และประเทศชาติ และทรงพระกรุณาดำเนินการเพื่อการศึกษาของราษฎรหลายรูปแบบ เช่น ทรงเป็นครูของผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ทรงอุปถัมภ์เยาวชนผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษา พระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนการศึกษาแก่เยาวชนจากครอบครัวที่ยากจน พระราชทานพระราชดำริและพระราชทานสิ่งของต่างๆ แก่มูลนิธิที่ส่งเสริมการศึกษาและสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งทรงรับไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ด้วย นอกจากนี้ ทรงสนับสนุนการก่อตั้งและขยายโรงเรียนที่อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดาร โดยได้พระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนสร้างโรงเรียน พระราชทานอุปกรณ์การเรียน และทรงรับไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ด้วย

“พระอัจฉริยภาพด้านการศึกษาของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นที่ประจักษ์ทั่วไป ทั้งในประเทศและนานาประเทศ ทรงเป็นครูของพระราชโอรสและพระราชธิดา โดยทรงอบรมสั่งสอนและทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่าง พระราชโอรสและพระราชธิดาทุกพระองค์จึงทรงเจริญรอยตามพระยุคลบาทใฝ่พระราชหฤทัยในการศึกษา และทรงสงเคราะห์ประชาชนด้านการศึกษานานัปการ” นพ.ทศพรกล่าว

นพ.ทศพรกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังทรงเป็นครูของผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ทรงส่งเสริมการศึกษาแก่ราษฎรผู้ด้อยโอกาส โดยทรงสอนหนังสือแก่ราษฎรด้วยพระองค์เอง ในโอกาสที่โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดาร ทรงสอดแทรกความรู้ทางพุทธศาสนา จริยศึกษาและสุขศึกษา ตลอดจนความรักชาติ รักแผ่นดินถิ่นกำเนิดของตนด้วย ซึ่งเป็นแบบฉบับของการสอนแบบบูรณาการ

“นับว่าทรงส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษานอกระบบโรงเรียนให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น และเป็นพระมหากรุณาแก่ผู้ด้อยโอกาส ด้วยพระราชหฤทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันบริสุทธ์ มิได้ทรงเลือกที่รักมักที่ชังแก่ผู้ใด กลุ่มใด ทรงมีแต่ให้ อันเป็นคุณลักษณะเด่นแห่งความเป็นครู จึงทรงเป็น ครู เป็น สิริ เป็น ศรี แผ่นดินไทยโดยแท้”  นพ.ทศพรกล่าว

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32629&Key=hotnews

ถวายพระราชสมัญญาแด่’ราชินี’พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแผ่นดิน Read More »

สกสค. ขนชุดนักเรียนมาขายช่วยผู้ปกครอง

8 พฤษภาคม 2556

สกสค. ขนชุดนักเรียนและสินค้าทางการศึกษาราคาพิเศษมาขาย แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครองรับเปิดเทอม พร้อมเปิดหนังสือจิ๋วเล็กที่สุดในโลก“หลวงพ่อคูณ”

วันนี้ 7 พ.ค. ที่บริเวณโรงพิมพ์องค์การค้าของ สกสค. กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และบริษัทห้างร้าน จัดงานมหกรรมสินค้าทางการศึกษา ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ครั้งที่ 1 โดยนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีเปิด ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครองในการซื้อสินค้าทางการศึกษาราคาถูกในช่วงเปิดภาคเรียน และอำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนและผู้ปกครองในการซื้อสินค้าทางการศึกษาที่มีคุณภาพและครบวงจร

นายสมมาตร์ มีศิลป์ ผู้อำนวยการองค์การค้า ของ สกสค. เปิดเผยว่า ภายในงานดังกล่าวมีการจำหน่ายสินค้าทางการศึกษาในราคาพิเศษ อาทิ หนังสือเรียน ชุดนักเรียน ชุดลูกเสือ ถุงเท้า รองเท้านักเรียน เป้-กระเป๋านักเรียน และสินค้าที่มีนวัตกรรมใหม่ เช่น Tablet Digital นอกจากนี้ องค์การค้าของ สกสค.ได้จัดทำหนังสือเล่มเล็กที่สุดในโลกที่มีการพิมพ์ QR Code ไว้ในหนังสือออกจำหน่าย ได้แก่ หนังสือหลวงพ่อคูณปริสุทโธ ขนาด 1.3x 1.7 ซม.40 หน้า พร้อมผนึกจีวรของหลวงพ่อคูณในหนังสือ บรรจุในกล่องพลาสติก จำหน่ายพร้อมหนังสือหลวงพ่อคูณเล่มใหญ่ ขนาด 14.8 x 21 เซนติเมตร ในราคาเล่มละ 99.- บาท รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำถวายหลวงพ่อคูณเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และหนังสือภาษาอังกฤษ Project Play and Learn ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

“ สำหรับหนังสือจิ๋วที่จัดทำขึ้นโดย องค์การค้าของ สกสค. ซึ่งมี 2 ชนิดด้วยกัน คือ หนังสือหลวงพ่อคูณปริสุทโธ โดยได้ขออนุญาตกับทางหลวงพ่อคูณปริสุทโธ จัดทำเพื่อให้พุทธศาสนิกชนกราบไว้บูชา และในปกหลังผนึกจีวรของหลวงพ่อคูณ นอกจากนี้ภายในเล่มมี QR Code เพื่อสแกนและสามารถเข้าไปชมข้อมูลได้ ในส่วนของ หนังสือภาษาอังกฤษ Project Play and Learn ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ก็สามารถเข้าไปศึกษาผ่าน QR Code อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะสามารถรวบรวมและจัดทำหนังสือในทุกวิชา ตั้งแต่ ป.1-ม.6 ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้” นายสมมาตร์ กล่าว

สำหรับบรรยากาศการจัดงานวันแรก มีผู้ปกครองทยอยมาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าราคาพิเศษก่อนเปิดภาคเรียนที่จะถึงนี้กันเป็นจำนวนมาก โดยมหกรรมสินค้าทางการศึกษา โดยศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ครั้งที่ 1 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 7-12 พ.ค.2556 ณ โรงพิมพ์องค์การค้าของ สกสค.ลาดพร้าว 61-63 ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น.

ที่มา: http://www.dailynews.co.th

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32628&Key=hotnews

สกสค. ขนชุดนักเรียนมาขายช่วยผู้ปกครอง Read More »

สกอ.แจกทุนเด็กใต้

7 พฤษภาคม 2556

ดร.วราภรณ์ สีหนาท รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยถึง โครงการทุนอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระยะที่ 2 ปีการศึกษา 2556 ว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัด/ในกำกับ สกอ. ให้ทุนจำนวน 250 ทุน โดยให้แก่เด็ก 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1.นักเรียนที่ไม่สามารถสอบเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาได้หรือยังไม่มีที่เรียน 125 ทุน และ กลุ่มที่

2. นักเรียนที่สอบเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาได้แล้วในสาขาที่ขาดแคลน หรือสาขาที่เป็นความต้องการของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 125 ทุน โดยทุนที่ให้จะสนับสนุนค่าครองชีพตามระยะเวลาของการศึกษาของหลักสูตรประมาณคนละ 4,000 บาท ต่อเดือนระยะเวลา 10 เดือนต่อปีการศึกษา คือ เดือน มิ.ย. ถึงเดือน มี.ค.

ดร.วราภรณ์ กล่าวต่อไปว่า การรับสมัครจะรับสมัคร กลุ่มที่ 1 ก่อนโดยสมัครด้วยตนเอง วันที่ 10-12 พ.ค. 56 เวลา 08.30-15.30 น. ณ อาคารเรียนรวม (อาคาร 19) ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ วันที่ 23 พ.ค. 56 สอบสัมภาษณ์/รายงานตัวที่สถาบัน วันที่ 29-30 พ.ค.56 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าศึกษาและได้รับทุนค่าครองชีพ ภายในเดือนมิ.ย. 2556 ทางเว็บไซต์ www.mua.go.th ผู้สนใจดูรายละเอียดโครงการได้ที่เว็บไซต์ www.mua.go.th หรือ สอบถามโทร. 0-2610-5419 สำหรับกลุ่มที่ 2 จะรับสมัครประมาณภาคการศึกษาที่ 2/2556.

–เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 8 พ.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32619&Key=hotnews

สกอ.แจกทุนเด็กใต้ Read More »

เชิดชูครูผู้เสียสละรับรางวัล’เจ้าฟ้าฯ’

7 พฤษภาคม 2556

ยึดมั่นตามรอยพระปณิธาน สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเห็นถึงความเสียสละของวิชาชีพครู โครง การพระเมตตาสมเด็จย่า ภายใต้ทุนการกุศลสมเด็จย่า ได้จัดพิธีมอบรางวัล “ครูเจ้าฟ้ากรมหลวง นราธิวาสราชนครินทร์ ประจำปี 2556” ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 5 เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจแก่ครูดีเด่นผู้เสียสละปฏิบัติงานในถิ่นทุรกันดาร พร้อมเผยแพร่ผลงาน คุณความดีในการเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สาธารณชน และในปีนี้ถือเป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันประสูติ 90 พรรษา ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในฐานะ “ครูของแผ่นดิน”

ภายในงานพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติ เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ (6 พ.ค.) ที่ห้องประชุม ชั้น 10 อาคารมูลนิธิ พอ. สว. กรุงเทพฯ ด้วยการสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์ ได้รับเกียรติจาก นายบุญธันว์ มหาวรรณ์ ประธานอำนวยการโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลพร้อมกล่าวให้ข้อคิดแก่ครูผู้ได้รับรางวัลฯ ว่า ปัจจุบันโลกของเรามีทั้งคนดีและคนเลวเพิ่มขึ้น แต่จะทำอย่างไรให้มีคนดีมากกว่าคนเลว ครูเป็นบุคลากรที่มีส่วนสำคัญในการสร้างคนดี ดังนั้นครูต้องปฏิบัติงานด้วยจิตอาสาอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ เพื่อสร้างคนดีสู่สังคม

การคัดเลือกครูดีเด่นประจำปีนี้ได้ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกจาก 3 หน่วยงาน เข้ารับรางวัลหน่วยงานละ 3 รางวัล คือ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แก่ นายอนุศักดิ์ ฮงประยูร ครูศิลปะ ร.ร.บ้านเมืองกาญจน์ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย, จ.ส.ท.สัญญา สอนบุญทอง ครูชำนาญการพิเศษ ร.ร.บ้านห้วยเฮี๊ยะ ต.ปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอนและ นายสุเทพ เท่งประกิจ ครูชำนาญการ ร.ร.บ้านคลองน้ำใส ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา, สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ได้แก่ ด.ต.สุมน ขันติพิทักษ์กุล ครูใหญ่ ร.ร.ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตุน ต.ห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน, ร.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตวิจารณ์ ครูใหญ่ ร.ร.ตำรวจตระเวนชายแดนสังวาลย์วิท 8 ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย และ ส.ต.อ. วิโรจน์ ชูแหละ ร.ร.ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตืองอช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ 13 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส และสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ได้แก่ นายชัยณรงค์ คำอ้าย ครูอาสาสมัครศูนย์การเรียนชุมชนบนพื้นที่สูงบ้านห้วยเฮียะ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน, นายวัชรินทร์ แก้วมาลา ครูอาสาสมัครศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านแม่ระมีดหลวง ต.อมก๋อย อ.อม ก๋อย จ.เชียงใหม่ และ นางสากีน๊ะ บิง ดอเล๊าะ ครูการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) อ.รามัน สำนักงาน กศน. จ.ยะลาอ.รามัน สำนักงาน กศน. จ.ยะลา
หนึ่งในครูที่ได้รับรางวัลจากสังกัดสำนักงาน สพฐ. นายอนุศักดิ์ ฮงประยูร เผยว่า ตลอดระยะเวลา 24 ปี ของวิชาชีพครู ยึดมั่นพระปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ที่ว่า “เราช่วยเขา เพื่อให้เขาช่วยตัวเอง” โดยการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาผสมผสานกับความรู้ด้านศิลปะ “เส้นสาย ลายศิลป์” ที่ตัวเองมีความชำนาญถ่ายทอดให้แก่เด็ก เพื่อพัฒนาเป็นอาชีพหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ ขณะที่ ส.ต.อ.วิโรจน์ ชูแหละ ครูจากสังกัด ตชด. ที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยในพื้นที่ความไม่สงบ บอกว่า จุดเริ่มต้นของการเป็นครูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะสงสารเด็ก ๆ ที่ไม่ได้เรียนหนังสือ เนื่องจากขาดแคลนครูจึงเข้ามาเป็นอาสาสมัครสอนหนังสือ แม้เป็นระยะเวลาไม่นานในการทำหน้าที่ครูมีบางครั้งที่ท้อบ้าง แต่ไม่เคยคิดถอย ยิ่งได้รับรางวัลนี้ถือเป็นกำลังใจในการทำงานอย่างมาก เช่นเดียวกับ นางสากีน๊ะ บิงดอเล๊าะ ครูจากสำนักงาน กศน. ที่ปฏิบัติงานอย่างไม่ย่อท้อในพื้นที่ความไม่สงบ เผยความรู้สึกว่า ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้รับรางวัลนี้ ถือเป็นเกียรติแก่ชีวิตและครอบครัว ตัวเองจะตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจะพยายามเรียนรู้ แก้ไข และใช้ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ เป็นบทเรียนของชีวิต.

–เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 8 พ.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32618&Key=hotnews

เชิดชูครูผู้เสียสละรับรางวัล’เจ้าฟ้าฯ’ Read More »