Education News

ข่าวการศึกษา เน้นเกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

สอศ. ระดมสมองแก้ 3 โจทย์ใหญ่อาชีวะ

19 เมษายน 2556

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์พัฒนาการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศพต.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 18 แห่ง รวม 172 คน โดยสาระสำคัญคือการระดมความคิดเพื่อหาแนวทางเพิ่มปริมาณผู้เรียน ลดปัญหาออกกลางคัน และเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอน

สำหรับการเพิ่มปริมาณผู้เรียน สรุปได้ว่า จะต้องสร้างแรงจูงใจด้วยการให้สวัสดิการผู้เรียน เช่น อาหารกลางวันฟรี จัดรถรับ-ส่งผู้เรียน เนื่องจากปัจจุบันรถประจำทางหลายสายไม่ให้บริการแล้ว นอกจากนี้จะต้องลดภาระงานอื่นๆ ของครู เพื่อให้ครูสอนได้เต็มที่ เพิ่มทุนการศึกษา ทำเอ็มโอยูร่วมกับโรงเรียนสอนศาสนา จัดการศึกษาให้ตรงกับความต้องการแรงงานในพื้นที่ และทำโครงการให้นักเรียนมีรายได้ระหว่างเรียน
สำหรับการลดปัญหาออกกลางคันนั้น ครูที่ปรึกษาต้องรู้จักข้อมูลพื้นฐาน เช่น ครอบครัว ที่อยู่ ของนักเรียนทุกคน เมื่อนักเรียนเริ่มมีปัญหาขาดเรียนบ่อยๆ จะติดตามได้ทันที พร้อมกันนี้ต้องปรับโครงสร้างรายวิชาให้นักเรียนได้เรียนวิชาชีพก่อนวิชาสามัญ เช่น คณิตศาสตร์ หรืออังกฤษ เพื่อให้นักเรียนที่ไม่มีความถนัดได้มีเกรดที่สูงขึ้น ตลอดจนจัดสวัสดิการให้รวดเร็วขึ้น เช่น เรียนฟรี 15 ปี ทุนการศึกษา และสวัสดิการต่างๆ ส่วนการเพิ่มคุณภาพการเรียนการสอนจะต้องพัฒนาคุณภาพครู สื่อการเรียนการสอน ครุภัณฑ์อาชีวศึกษา ให้ทันสมัย เพียงพอต่อนักเรียนเป็นรายบุคคล และตรงกับสาขาวิชาที่นักเรียนต้องออกไปทำงาน โดยครูต้องสอนให้ตรงกับคุณวุฒิที่จบมา ต้องมีใจรักในวิชาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรมและจิตสำนึก พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังเห็นควรมีนโยบายรับครูที่จ้างสอนครบอายุงาน 3-5 ปี ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตำแหน่งครูผู้ช่วย เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจในการทำงาน และมีทุนการศึกษาต่อสำหรับครู

นอกจากนี้ สอศ.จะจัดโครงการฝึกอบรมอาชีพ โดยใช้ศูนย์อบรมอาชีพในสถานศึกษาของ สอศ.จำนวน 121 ศูนย์ทั่วประเทศ ที่มีความศักยภาพโดดเด่นเฉพาะด้าน เปิดอบรมอาชีพแก่ประชาชน เช่น วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ เด่นเรื่องอาหารนานาชาติ ก็เปิดอบรมไม่น้อยกว่า 75 ชั่วโมง ให้แก่ผู้สูงอายุ เพื่อนำความรู้ไปประกอบอาชีพ และประสานกับสถานประกอบการ เพื่อดึงเด็ก ม.3 มาทำงานควบคู่กับการเรียนอาชีวะและเปิดสอนหลักสูตรการดูแลเด็กและผู้สูงอายุ ระดับ ปวส.สาขาวิชาการบริหารงานคหกรรมศาสตร์ซึ่งอาชีพบริการผู้สูงอายุนั้น ในปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างมาก ปีการศึกษา 2555 มีสถานศึกษาเปิดสอนทั้งสิ้น 4 แห่ง คือ วิทยาลัยการอาชีพ (วก.) เชียงราย มีผู้เรียน 17 คน วก.พล 8 คน วิทยาลัยเทคนิค (วท.) เดชอุดม 3 คน และวท.สุวรรณภูมิ 1 คน

–คมชัดลึก ฉบับวันที่ 19 เม.ย. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32462&Key=hotnews

สอศ. ระดมสมองแก้ 3 โจทย์ใหญ่อาชีวะ Read More »

จี้รัฐวางแผนพัฒนาผลิตครูใหม่สาขาที่ขาด

19 เมษายน 2556

รศ.ดร.เปรื่อง กิจรัตน์ภร อดีตประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ(ทปอ.มรภ.) และในฐานะที่ปรึกษา ทปอ.มรภ.กล่าวถึงแนวทางโครงการครูมืออาชีพว่า เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ดีที่จะช่วยพัฒนา ผลิตครูในสาขาที่ขาดแคลน แต่สิ่งที่ตนเป็นห่วง คือ ครูในระบบที่มีจำนวนมากและยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร เพราะตอนนี้หลักสูตรเปลี่ยนแปลงแต่ครูในระบบที่สอนอยู่ในโรงเรียนจะเรียนเฉพาะวิชาเอก และสอนเอาเฉพาะสาระความรู้ ไม่ได้สอนแบบบูรณาการ ทำให้เมื่อครูต้องมาสอนในหลากหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้ทำให้สอนไปโดยไม่มีคุณภาพ

ดังนั้น การผลิตครูในปัจจุบันต้องตระหนักปรับเปลี่ยนการพัฒนาครูในระบบให้ตอบสนองต่อความต้องการและมุ่งเน้นผลิตครูรุ่นใหม่เฉพาะในสาขาที่ขาดแลคน เพื่อให้ครูที่อยู่ในระบบ เป็นครูมืออาชีพ โดยรัฐ หน่วยงานผลิตครู, อย่างสถาบันอุดมศึกษาที่ผลิตครู,หน่วยงานที่กำหนดมาตรฐานวิชาชีพครู หรือคุรสภา และโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ภูมิภาคต่าง ๆ ต้องประสานความร่วมมือกันจัดทำหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาว โดย ต้องอบรมพัฒนาครู เพื่อให้ครูที่อยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ต้องประสานความร่วมมือกันจัดทำหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาว โดย ต้องอบรมพัฒนาครู เพื่อให้ครูที่อยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ สอนเฉพาะวิชาเอกของตนเองมีแนวทางในการจัดรูปแบบการสอนที่ตรงกับบริบทของเด็กรุ่นใหม่ และสามารถบูรณาการการเรียนการสอนในแต่ละวิชาร่วมกันได้ ขณะเดียวกันต้องมีการจัดทำหลักสูตรระยะยาวเปิดโอกาสให้ครูในระบบได้เรียนต่อในระดับปริญญาโทเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของครูยิ่งขึ้น

“การผลิตครู พัฒนาครูกับการใช้ครู ตอนนี้มีปัญหาค่อนข้างมาก ถ้ารัฐไม่มีนโยบายในการผลิต พัฒนาครูว่าต้องผลิตครูเท่าไหร่ จะใช้ครูจำนวนเท่าใด มาตรฐานวิชาชีพครูควรอยู่ตรงไหน สิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก การที่รัฐบาลต้องมีความชัดเจน และมอบเป็นนโยบายให้สถาบันผลิตครู และคุรุสภาเข้าใจร่วมกัน อย่างไรก็ตามปัญหาในการพัฒนาครู ผลิตครู เชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะรู้ แต่ไม่ได้เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง รัฐบาลจะต้องวางนโยบายพัฒนา ผลิตครู พร้อมกับเร่งแก้ปัญหาครูในระบบ มุ่งเน้นผลิตครูรุ่นใหม่เฉพาะในสาขาที่ขาดแคลนต้องประสานสถาบันผลิตครู คุรุสภา และโรงเรียนจัดอบรมพัฒนาครู พร้อมส่งเรียนต่อปริญญาโทในสาขาเอกของตนเอง เพื่อให้ได้ครูที่มีคุณภาพมาพัฒนาการเรียนการสอนได้” รศ.ดร.เปรื่อง กล่าว

–คมชัดลึก ฉบับวันที่ 19 เม.ย. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32461&Key=hotnews

จี้รัฐวางแผนพัฒนาผลิตครูใหม่สาขาที่ขาด Read More »

บัณฑิตย์ อวดนโยบายปี ’56 “ปีแห่งการเพิ่มคุณภาพการศึกษาเอกชน”

19 เมษายน 2556

ดร.บัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวถึงนโยบายการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ว่า ปีนี้ทาง สช. ได้ประกาศนโยบาย “ปีการศึกษา 2556 ปีแห่งการเพิ่มคุณภาพการศึกษาเอกชน” โดยกำหนดเป้าหมาย 8 ด้าน ดังนี้

(1) คุณภาพการสอนวิชาภาษาอังกฤษ นักเรียนชั้น ป.4 ต้องสื่อสารภาษาอังกฤษได้
(2) คุณภาพการสอนวิชาภาษาไทย นักเรียนชั้น ป. 3 ต้องอ่านคล่อง เขียนคล่อง
(3) คุณภาพการสอนวิชาคณิตศาสตร์ นักเรียนต้องมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สูงขึ้น
(4) คุณภาพ กระบวนการคิด โรงเรียนต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนานักเรียนให้มีกระบวนการคิดได้อย่างถูกต้องและสร้างสรรค์ โดยการนำนวัตกรรมการสอนที่เหมาะสมมาปรับใช้
(5) คุณภาพทักษะชีวิต โรงเรียนต้องให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างทักษะชีวิตนักเรียน ด้วยการบูรณาการกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์
(6) คุณภาพโรงเรียนอาชีวศึกษานักเรียนที่จบการศึกษาต้องมีงานทำ
(7) คุณภาพโรงเรียนนานาชาติโรงเรียนต้องได้รับการรับรองจากสถาบันรับรองมาตรฐานสากล
(8) คุณภาพโรงเรียนนอกระบบ โรงเรียนต้องมีการจัดทำระบบการประกันคุณภาพภายใน

ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นและเพื่อเป็นการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนซึ่งเรื่องภาษาถือเป็นเรื่องสำคัญและการที่ไทยจะเป็นศูนย์กลางการศึกษานั้นการพัฒนาเรื่องการศึกษาถือเป็นสิ่งที่ทาง สช. ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และโรงเรียนเอกชนที่ดีและมีคุณภาพหลายโรง ก็สามารถใช้เป็นโรงเรียนต้นแบบให้แก่โรงเรียนอื่นๆได้ เช่น โรงเรียนอนุบาลสุธีธร โรงเรียนดรุณสิกขาลัย หรือโรงเรียนสัตยาไสย ที่เนวิชาการและการสอนเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันควบคู่ไปด้วย

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32460&Key=hotnews

 

บัณฑิตย์ อวดนโยบายปี ’56 “ปีแห่งการเพิ่มคุณภาพการศึกษาเอกชน” Read More »

เผยชื่อ 56 โรงเรียนนิติบุคคลรุ่น 2

19 เมษายน 2556

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้คัดเลือกโรงเรียนนำร่อง 58 แห่ง เพื่อบริหารงานในรูปแบบโรงเรียนนิติบุคคลในกำกับของ สพฐ. ในปีการศึกษา 2556 ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้จะมีระบบบริหารจัดการที่คล่องตัวมากขึ้น ทั้งงานวิชาการ การบริหารงานบุคคล และงบประมาณนั้น ปรากฏว่า โรงเรียนนิติบุคคล ได้รับความสนใจจากสถานศึกษาทั่วประเทศ ดังนั้น สพฐ. จึงประกาศรายชื่อโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกเข้าโครงการ รุ่นที่ 2 อีก 56 แห่ง เป็นโรงเรียนประถมศึกษา 29 แห่ง ดังนี้ รร.อนุบาลกาญจนบุรี รร.อนุบาลขอนแก่น รร.สฤษดิเดช รร.อนุบาลวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ รร.อนุบาลชัยภูมิ รร.บ้านสันโค้ง รร.อนุบาลตรัง รร.ราชประสิทธิ์ รร.อนุบาลนนทบุรี รร.อนุบาลบุรีรัมย์ รร.ประถมศึกษาธรรมศาสตร์ รร.อนุบาลปทุมธานี รร.อนุบาลปัตตานี รร.อนุบาลพังงา รร.อนุบาลพิจิตร รร.จ่าการบุญ รร.อนุบาลเพชรบุรี รร.เพชรบูรณ์ รร.อนุบาลแม่ฮ่องสอน รร.อนุบาลลพบุรี รร.อนุบาลลำพูน รร.อนุบาลศรีสะเกษ รร.อนุบาลสกลนคร รร.อนุบาลสตูล รร.อนุบาลสุโขทัย รร.อนุบาลสุราษฎร์ธานี รร.อนุบาลวัดอ่างทอง รร.อนุบาลอุดรธานี และ รร.อนุบาลอุตรดิตถ์

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวอีกว่า โรงเรียนมัธยมศึกษา 27 แห่ง ได้แก่ รร.นวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล รร.เบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รร.โพธิสารพิทยากร รร.วัดนวลนรดิศ รร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนีย์) 2 รร.สตรีวิทยา 2 รร.สตรีศรีสุริโยทัย รร.จอมสุรางค์อุปถัมภ์ รร.สระบุรีวิทยาคม รร.กาญจนานุเคราะห์ รร.เบญจมราชูทิศ ราชบุรี รร.ศรียาภัย รร.กัลยาณีศรีธรรมราช รร.พัทลุง รร.สภาราชินี รร.สตรีภูเก็ต รร.มหาวชิราวุธ สงขลา รร.หาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา รร.พนัสพิทยาคาร รร.อุดรพิทยานุกูล รร.ขอนแก่นวิทยายน รร.สตรีศึกษา รร.บุรีรัมย์พิทยาคม รร.สิรินธร รร.สตรีศรีน่าน รร.นารีรัตน์ และ รร.อุตรดิตถ์ดรุณี ทั้งนี้ เมื่อรวมกับรุ่นนำร่องจะมีโรงเรียนนิติบุคคล ทั้งหมด 114 แห่งทั่วประเทศ.

–เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 19 เม.ย. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32459&Key=hotnews

เผยชื่อ 56 โรงเรียนนิติบุคคลรุ่น 2 Read More »

คอลัมน์: ข้าราษฎร: ผู้บริหารการศึกษา ต้อง ป.โท (4)

19 เมษายน 2556

สายสะพาย  ว่าเรื่องการแก้ไขปรับปรุงข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วย มาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ ฉบับเดิม (พ.ศ.2548 และ 2554) เพื่อออกเป็นฉบับใหม่ ต่อจาก เมื่อวาน

ผู้ประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ ต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโททางการนิเทศการศึกษา (ข้อบังคับเดิมที่ใช้อยู่ขณะนี้ ไม่ต่ำกว่าปริญญาโททางการศึกษา) หรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง โดยมีมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ดังต่อไปนี้

มาตรฐานความรู้ ประกอบด้วยบูรณาการของความรู้และสมรรถนะไม่น้อยกว่า หัวข้อต่อไปนี้
1.การพัฒนาวิชาชีพ 
2.การนิเทศการศึกษา 
3.แผนและกิจกรรมการนิเทศ 
4.การพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้
5.การวิจัยทางการศึกษา
6.นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา
7.การบริหารและการประกันคุณภาพการศึกษา
8.คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณ

มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ ดังต่อไปนี้
1.  มีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อย กว่าห้าปี (ข้อบังคับเดิม สิบปี) หรือมีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนและมีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา หรือผู้บริหารการศึกษารวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี (ข้อบังคับเดิม สิบปี)
2.  มีผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพและมีการเผยแพร่วิชาเอก สาระความรู้และสมรรถนะตามมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพของศึกษานิเทศก์ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด

วิชาเอก สาระความรู้และสมรรถนะดังกล่าว ข้อบังคับฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เขียนไว้ในหมวด 2 กล่าวถึงสมรรถนะและมาตรฐานความรู้ของผู้เป็นศึกษานิเทศก์ไว้หลายด้าน อาทิ ด้านนโยบายและการวางแผนการศึกษา ด้านการพัฒนาหลักสูตรและการสอน ด้านการประกันคุณภาพการศึกษา การบริหารจัดการการศึกษา ด้านการวิจัยทางการศึกษา การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ มีรายละเอียดมากมาย รวมถึงคุณธรรมและจริยธรรมสำหรับศึกษานิเทศก์ คณะกรรมการคุรุสภาชุดใหม่ คงประมวลออกมาเป็นฉบับใหม่ ต้องติดตามกันต่อไป

โดยเฉพาะ ข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณวิชาชีพ ร่างฉบับใหม่ เขียนไว้อย่างไร ตอนหน้าค่อยว่ากัน

–มติชน ฉบับวันที่ 19 เม.ย. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32458&Key=hotnews

คอลัมน์: ข้าราษฎร: ผู้บริหารการศึกษา ต้อง ป.โท (4) Read More »

ผู้ผลิตชุดนักเรียนยื่นพาณิชย์ขอขึ้นราคาขาย

19 เมษายน 2556

ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต
ภาพประกอบจากอินเตอร์เนต

กรมการค้าภายในเผยผู้ผลิตชุดนักเรียน ยื่นหนังสือปรับขึ้นราคาขาย หลังแบกรับต้นทุนจากค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทไม่ไหว เตรียมเรียกชี้แจงต้นทุนเร็วๆนี้ ประเมินราคาสินค้าทรงตัวหลังวัตถุดิบราคาทรงตัว

น.ส.วิบูลลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ ผู้ผลิตชุดนักเรียน 1 ราย ได้ยื่นเรื่องขอปรับราคาขายชุดนักเรียนเข้ามายังกรมฯแล้ว โดยอ้างเหตุผลว่าได้รับกระทบจากนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาททั่วประเทศของรัฐบาล จนส่งผลให้ต้นทุนการผลิตปรับสูงขึ้น เพราะชุดนักเรียนใช้แรงงานผลิตจำนวนมาก อีกทั้งได้ตรึงราคามาหลายปีนี้แล้ว จึงจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาบ้าง อย่างไรก็ตาม คงต้องพิจารณาก่อนว่ามีเหตุผลสมควรให้ปรับขึ้นราคาหรือไม่ และหากจะให้ปรับขึ้น จะให้ปรับขึ้นในอัตราเท่าไรจึงจะเหมาะสม

“ยอมรับว่าการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ มีผลต่อต้นทุนการผลิตสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รวมถึงชุดนักเรียนด้วย สัปดาห์หน้าจะเชิญผู้ประกอบการที่ได้ยื่นหนังสือขอปรับขึ้นราคามาชี้แจงรายละเอียด และเหตุผลการขอปรับขึ้นราคา แต่ถ้าจะให้ปรับขึ้นก็คงมากนัก และไม่น่าจะกระทบกับผู้ปกครองมามากนัก เพราะกระทรวงศึกษาธิการมีระบบการจัดซื้อในราคาที่สมเหตุสมผล และไม่เป็นภาระแก่ผู้ปกครองอยู่แล้ว ส่วนสินค้าสินค้าชนิดอื่น ยังไม่มีการยื่นเรื่องขอปรับราคาเข้ามา เพราะส่วนใหญ่ยังมีการแข่งขันด้านราคากันอยู่” น.ส.วิบูลลักษณ์ กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบถามร้านจำหน่ายชุดนักเรียน ระบุว่า ขณะนี้การซื้อขายชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน ยังน้อย เพราะยังอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คาดว่ากำลังซื้อจะกลับมาช่วงต้นเดือน พ.ค. หรือก่อนการเปิดภาคเรียน 1 สัปดาห์ แต่ยอมรับว่า การแข่งขันของชุดนักเรียนยังมีสูง และการจัดรายการส่งเสริมการขายของห้างค้าปลีกที่เน้นเรื่องราคา ทำให้ชุดนักเรียนยังมีการปรับราคาไม่ได้มากนัก โดยเฉลี่ยคาดว่า การปรับขึ้นราคาไม่น่าเกิน 3-5% ขึ้นอยู่กับขนาด และคุณภาพสินค้า

โดยขณะนี้ราคาขายปลีกเสื้อนักเรียนหญิง (คอบัว/ฮาวาย) ตัวละ 140-253 บาท เสื้อเชิ้ต (ชาย) ตัวละ 145-342 บาท กระโปรงนักเรียน ตัวละ 160-457 บาท กางเกงนักเรียนชาย ตัวละ 150-580 บาท เสื้อลูกเสือ-เนตรนารี ตัวละ 230-495 บาท กระโปรงเนตรนารี ตัวละ 201-457 บาท เป็นต้น

ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ได้อนุมัติให้มีการ ปรับขึ้นราคาอาหารสัตว์ไปแล้วช่วงปลายปี 2555 หลังพบว่าต้นทุนผลิตอาหารสัตว์ปรับเพิ่มขึ้นจริง ซึ่งราคาที่อนุมัติให้ปรับขึ้นนั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 3-10%

สินค้าในกลุ่มนม ที่มีแนวโน้มต้นทุนการผลิต สูงขึ้นนั้น ยังไม่มีการปรับราคาเกินเพดานราคาที่กำหนด ซึ่งส่วนใหญ่ที่มีการปรับราคาจะเป็นการยกเลิกส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดด้านการตลาด

กระทรวงพาณิชย์ได้รายงานแนวโน้มราคาสินค้า ในปี 2556 ให้ ครม.รับทราบ โดยระบุว่าสินค้าส่วนใหญ่มีราคาทรงตัว อยู่ในระดับเดียวกับปี 2555 เนื่อง จากวัตถุดิบหลัก ในการผลิตราคายังคงทรงตัว

ส่วนปัจจัยกระทบได้คำนวณไว้แล้ว ได้แก่ น้ำมันดิบดูไบ คาดว่าจะอยู่ที่ 100 – 120 ดอลลาร์/บาร์เรล (ปี 2555 อยู่ที่ 88.98 – 124.09 ดอลลาร์/บาร์เรล) และอัตราแลกเปลี่ยน คาดว่าจะอยู่ที่ 28.50 – 32.50 บาท/ดอลลาร์ (ปี 2555 อยู่ที่ 30.38 – 32.05 บาท/ดอลลาร์) ทั้งนี้รัฐบาลยังคงมีมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32457&Key=hotnews

ผู้ผลิตชุดนักเรียนยื่นพาณิชย์ขอขึ้นราคาขาย Read More »

กพฐ.เดินหน้าตั้ง ผอ.โรงเรียนกลุ่มพรีเมียม

18 เมษายน 2556

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าการแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มพรีเมียม ที่ประกอบด้วยโรงเรียนคุณภาพพิเศษ และโรงเรียนวัตถุประสงค์พิเศษที่ยังไม่ได้ดำเนินการแต่งตั้ง เนื่องจากต้องรอให้มีการแต่งตั้ง กพฐ.ชุดใหม่ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้พิจารณาในข้อกฎหมายแล้วพบว่า แม้จะยังไม่มี กพฐ.ชุดใหม่ แต่ กพฐ.ชุดเก่า ยังสามารถทำหน้าที่ได้ต่อไป

ดังนั้น สพฐ.จะต้องเดินหน้าพิจารณาแต่งตั้ง เนื่องจากโรงเรียนคุณภาพพิเศษและโรงเรียนวัตถุประสงค์พิเศษ จำนวนหนึ่งไม่มีผู้อำนวยการโรงเรียน มาประมาณ 5-6 เดือน ซึ่งในช่วงปลายเดือน เม.ย.นี้ คณะกรรมการกลั่นกรองที่ทำหน้าที่ในการพิจารณากลั่นกรองจะประชุมกัน และคาดว่าในเดือน พ.ค.จะสามารถส่งรายชื่อไปให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาแต่งตั้งต่อไป

สำหรับตำแหน่ง ผอ.สถานศึกษา สายมัธยมศึกษา ที่ยังว่างประกอบด้วย รร.สตรีวิทยา 2 ในพระราชูปถัมภ์ (กทม.) รร.สวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี จ.นนทบุรี รร.กาญจนาภิเษกวิทยาลัย เพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ รร.กาญจนาภิเษกวิทยาลัยชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ รร.เฉลิมพระเกียรติศรีนครินทร์ ภูเก็ต จ.ภูเก็ต รร.เฉลิมพระเกียรติศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด รร.ทีปังกรวิทยาพัฒน์ (ทวีวัฒนา) ในพระราชูปถัมภ์ กทม.

ส่วนตำแหน่ง ผอ.สถานศึกษา สายประถมศึกษา ได้แก่ รร.สุขานารี จ.นครราชสีมา
สำหรับตำแหน่ง รอง ผอ.สถานศึกษา สายมัธยมศึกษา ประกอบด้วย รร.ทวีธาภิเษก กทม. รร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ กทม. รร.วัดสุทธิวราราม กทม. รร.บดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2 กทม. รร.เบญจมราชูทิศ จ.นครศรีธรรมราช รร.หาดใหญ่วิทยาลัย จ.สงขลา รร.กาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ จ.กาฬสินธุ์ รร.อำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ รร.พิษณุโลกพิทยาคม จ.พิษณุโลก รร.มัธยมสังคีตวิทยากรุงเทพมหานคร จ.ปทุมธานี รร.อุบลรัตน์ราชกัญญาราชวิทยาลัยนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

ส่วนตำแหน่ง รอง ผอ.สถานศึกษา สายประถมศึกษา ได้แก่ รร.อนุบาลสุรินทร์ จ.สุรินทร์ รร.สุขานารี จ.นครราชสีมา รร.ราชวินิต กทม. รร.ทีปังกรณ์วิทยาพัฒน์ (วัดโบสถ์) ในพระราชูปถัมภ์ กทม. รร.พระตำหนักสวนกุหลาบ กทม.

ที่มา: http://www.siamrath.co.th

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32451&Key=hotnews

กพฐ.เดินหน้าตั้ง ผอ.โรงเรียนกลุ่มพรีเมียม Read More »

‘มทส.’ แจกทุนปริญญาเอก ดึงนักศึกษาอาเซียนเรียนร่วม

18 เมษายน 2556

“ประสาท สืบค้า” เร่งสร้างความร่วมมือทางวิชาการ จับมือประเทศอาเซียน ดึงนักศึกษาผ่านสถานทูตในไทย ร่วมเรียนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พร้อมให้ทุนปริญญาเอก เล็งขยายทุนปริญญาตรี-โทเพิ่ม…

เมื่อวันที่ 17 เม.ย.56 ศาสตราจารย์ ดร.ประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า ศิษย์เก่าที่สำเร็จปริญญาโทและปริญญาเอก จาก มทส. เมื่อจบไปเป็นผู้บริหารในมหาวิทยาลัยของเขา จะมีบทบาทสูงมากในการสร้างความร่วมมือทางวิชาการกับ มทส. เช่น ศาสตราจารย์ ดร.เว่ย เว่ย (WeiWei) เป็นคณบดี วิทยาลัยวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยกุ้ยโจว (Collegeof Science, Guizhou University) ดร.สมจัน บุนพันมี (Dr.SomchanPounphanmy) เป็นรองคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว เป็นต้น ดังนั้น ด้วยตระหนักว่าการศึกษาเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการสร้างมิตรภาพและทัศนคติที่ดีต่อกัน ในระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน กับทั้ง มทส. มีที่ตั้งบนเส้นทางเชื่อมโยงอาเซียน (ASEAN Connectivity) มีอุปกรณ์เครื่องมือวิจัยขั้นสูงอยู่พร้อม และมีห้องปฏิบัติการระดับชาติ เช่น ห้องปฏิบัติการแสงสยามของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) หอดูดาว เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษาของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นต้น ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัย

มทส.จึงได้จัดสรรทุนการศึกษาให้ต่างชาติในระดับปริญญาเอก ที่รวมทั้งค่าเล่าเรียน ค่าทำวิจัย และค่าเลี้ยงชีพปีละ 9 ทุน จาก 9 ประเทศสมาชิกอาเซียน ตั้งแต่ปีการศึกษา 2555 ปรากฏว่าในปีการศึกษา 2555 มีผู้สมัคร 44 คน คัดเลือกตามเกณฑ์ความสามารถทางภาษา (TOEFL ตั้งแต่ 500 ขึ้นไปหรือ IELTS ตั้งแต่ 5.0 ขึ้นไป) และความสามารถทางวิชาการ มีคะแนนเฉลี่ยสะสมระดับปริญญาโท ตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไป และการสัมภาษณ์ทางไกลผ่านสไกป์ (skype) มีผู้ผ่านเข้ารับทุน 8 คน
สำหรับในปีการศึกษา 2556 มทส. ได้ดำเนินการเชิงรุกโดยเข้าพบเอกอัครราชทูต และอุปทูตด้านการศึกษา ที่สถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยของ 9 ประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัย ปรากฏว่า มีผู้สมัครเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาเป็น 68 คน เป็นอินโดนีเซีย 18 คน เวียดนาม 14 คน และฟิลิปปินส์ 13 คน นอกจากนั้นเป็นประเทศอื่น และผ่านการคัดเลือกโดยเกณฑ์ที่กำหนดจำนวน 16 คน ได้รับเลือกรับทุนเต็มรูปแบบ 9 คน และได้รับทุนยกเว้นค่าเล่าเรียน 7 คน นักศึกษาทั้ง 16 คน จะมาศึกษาที่ มทส. ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2556 นี้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิวัฒ ไทยอุดม ผู้อำนวยการศูนย์กิจการนานาชาติ มทส. กล่าวเพิ่มเติมว่า “เท่าที่ติดตามผลการศึกษาของนักศึกษารุ่นแรกที่ผ่านไป การเรียน coursework หนึ่งปีการศึกษา ปรากฏว่า ทำคะแนนได้สูงมาก ต่อไปคงต้องดูศักยภาพของการทำวิจัย เป็นที่น่าสังเกตว่า นักศึกษาจากอินโดนีเซีย ชอบสมัครเรียนทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ขณะที่นักศึกษาจากเวียดนามส่วนใหญ่ สมัครเรียนทางด้านเทคโนโลยีการเกษตร ส่วนฟิลิปปินส์เลือกวิทยาศาสตร์พื้นฐาน การมีนักศึกษาต่างชาติเพิ่มขึ้นสร้างความเป็นนาชาติในมหาวิทยาลัยไม่ว่าการสื่อสาร ศาสนาและวัฒนธรรม การจัดกิจกรรมนอกหลักสูตรเสริมให้ก็ไม่มากนัก เนื่องจากนักศึกษาส่วนใหญ่ยังบอกว่า เรียนหนักมาก ที่พอจัดได้ เช่น พาเที่ยวพิมาย เขาใหญ่ วังน้ำเขียว ชายทะเลพัทยา International Night, ASEAN week เป็นต้น กับสนับสนุนให้เข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เช่น บายศรีสู่ขวัญ ไหว้ครู เป็นต้น ในอนาคตอันใกล้หากมีการจัดระบบการศึกษา ปฏิทินการศึกษา การรับรองวิทยฐานะ และการเทียบโอนหน่วยกิจระหว่างประเทศอาเซียน ที่เป็นระบบยอมรับมาตรฐานซึ่งกันและกัน มทส. จะขยายการรับในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทด้วย

ที่มา: http://www.thairath.co.th

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32450&Key=hotnews

‘มทส.’ แจกทุนปริญญาเอก ดึงนักศึกษาอาเซียนเรียนร่วม Read More »

จี้เลิกยืมชื่ออาจารย์ดังดึงนักศึกษาเรียน

18 เมษายน 2556

คณบดีนิเทศศาสตร์ มกค. ชี้ภาพรวมอุดมศึกษาวิ่งแข่งในสนามเดียว เปิดหลักสูตร ตามกระแส เพื่อหารายได้ไม่คำนึงถึงคุณภาพ สอดรับกับบริบทของมหาวิทยาลัยจี้เลิก “ยืมชื่ออาจารย์ดัง” มาแอบอ้างสอน โฆษณาเป็นจุดขายดึงนักศึกษาเข้าเรียน ชี้เข้าข่ายหลอกลวง แนะนักศึกษา พ่อแม่ตรวจสอบข้อมูล สัมผัสมหาวิทยาลัยจริงๆ ก่อนตัดสินใจ

ผศ.ดร.รุ่งรัตน์ ชัยสำเร็จ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์ของสถาบันอุดมศึกษาไทยไม่ว่าจะมหาวิทยาลัยรัฐหรือเอกชนต่างวิ่งแข่งในสนามเดียวกัน มุ่งเน้นเปิดหลักสูตรตามกระแสเพื่อหาเงิน หารายได้เข้ามหาวิทยาลัย เป็นการเปิดออกมาเพื่อขายของ โดยไม่ได้สอดคล้องกับบริบทของมหาวิทยาลัย ทำให้ภาวะการแข่งขันในระดับอุดมศึกษาเพิ่มสูงยิ่งขึ้น เพราะมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งต่างเหมือนกันไม่มีหลักสูตรที่หลากหลายให้เด็กได้เลือก ทำให้มหาวิทยาลัยต่างวางกลยุทธ์ โฆษณา เพื่อดึงนักศึกษาเข้าเรียนสถาบันของตนเอง โดยวิธีที่สถาบันการศึกษานิยมใช้อยู่ในขณะนี้ คือ การยืมชื่ออาจารย์ นักวิชาการเก่ง ดัง ผู้มีประสบการณ์ในสาขาหลักสูตรนั้นๆ มาเป็นจุดขาย

โฆษณาชวนเชื่อว่าเป็นอาจารย์สอนประจำอยู่ที่คณะนั้น มหาวิทยาลัยนี้ แต่ไม่ได้มาสอนจริง หรือบางคนเป็นเพียงอาจารย์พิเศษ ที่มาสอนในบางคลาสเรียนเท่านั้นซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเข้าข่ายหลอกลวงนักศึกษา

“ต้องยอมรับว่ามหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรจำนวนมากแต่อาจารย์สอนมีจำนวนจำกัด ทำให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งต้องจ้างอาจารย์พิเศษมาสอน ซึ่งการจ้างอาจารย์พิเศษมาสอนถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้นักศึกษาได้เห็นมุมมอง ประสบการณ์ ความคิดใหม่ๆ จากอาจารย์พิเศษที่ส่วนใหญ่เป็นผู้เชี่ยวชาญ มีความรู้ความสามารถ อยู่ในแวดวงการทำงานธุรกิจนั้นจริงๆ แต่การที่มหาวิทยาลัยพยายามโฆษณากันมากเพื่อให้เข้าถึงนักเรียน ผู้ปกครองให้มาเรียน โดยไม่บอกข้อมูลให้รู้ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นอยากฝากมหาวิทยาลัยอย่าเปิดหลักสูตรเป็นแฟชั่นหรือว่าแข่งกับใคร แต่ควรคำนึงถึงคุณภาพการศึกษา ตรงกับบริบทของมหาวิทยาลัย เปิดออกมาแล้วต้องแน่ใจว่าเราทำสิ่งที่มีคุณภาพจริงๆ ควรดูศักยภาพความพร้อมของตนเองด้วย ส่วนนักศึกษา พ่อแม่ควรตรวจสอบข้อมูล หรือเข้ามาสัมผัสมหาวิทยาลัยจริงๆ ดูเรื่องของหลักสูตร การจัดการเรียนการสอนก่อนตัดสินใจเรียน อย่าเลือกเพียงเพราะดูอาคารเรียน มีชื่ออาจารย์ดังๆ สอนเท่านั้น” คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มกค.กล่าว

–คมชัดลึก ฉบับวันที่ 18 เม.ย. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32449&Key=hotnews

จี้เลิกยืมชื่ออาจารย์ดังดึงนักศึกษาเรียน Read More »

ดูแลเด็กด้อยโอกาส ดึงเด็กออกกลางคันทำงานพร้อมเรียนได้ด้วย

18 เมษายน 2556

สอศ.ขานรับนโยบายนายกฯ ให้ดูแลเด็กด้อยโอกาส ผู้สูงวัย เตรียมประสานสถานประกอบการดึงเด็กที่ออกกลางคันมาทำงานพร้อมเรียนได้ด้วย ส่วนผู้สูงอายุ เตรียมใช้ศูนย์ฝึกอบรมอาชีพของวิทยาลัย ฝึกอาชีพให้ผู้สูงอายุ พร้อมเร่งผลิตบุคลากรด้านดูแลผู้สูงวัย

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาแรงงานเข้าร่วมประชุม พร้อมกำชับให้ดูแลกลุ่มสตรี ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงวัย เป็นพิเศษ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้รับนโยบายให้ดูแลกลุ่มผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงวัย ในส่วนของผู้ด้อยโอกาสนั้น ที่ประชุมหยิบยกประเด็นเด็กที่เรียนจบม.3 และต้องการทำงานแต่ติดปัญหากฎหมายแรงงานหารือกัน ซึ่ง สอศ.วางแผนไว้ว่าจะประสานกับสถานประกอบการเพื่อดึงเด็กกลุ่มนี้มาทำงานควบคู่กับการเรียนอาชีวะ ส่วนผู้สูงอายุนั้น สอศ.จะจัดโครงการฝึกอบรมอาชีพ โดยคาดว่า จะใช้ศูนย์อบรมอาชีพในสถานศึกษาของ สอศ.จำนวน 121 ศูนย์ทั่วประเทศซึ่งเปิดอบรมให้บุคคลทั่วไปที่ต้องการเรียนอาชีพมาใช้เป็นสถานที่อบรมด้วย

นายชัยพฤกษ์ กล่าวต่อว่า ศูนย์ดังกล่าวเป็นโครงการของรัฐบาล ที่ให้วิทยาลัยที่มีศักยภาพโดดเด่นเฉพาะด้าน เปิดอบรมอาชีพแก่ประชาชน เช่น วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่เด่นเรื่องอาหารนานาชาติ ก็เปิดอบรมด้านอาหารเป็นต้น โดยแต่ละหลักสูตรใช้เวลาอบรมไม่น้อยกว่า 75 ชั่วโมงแต่การันตีว่านำไปประกอบอาชีพได้แน่นอน อย่างไรก็ตาม ศูนย์ฝึกอบรมอาชีพของสอศ.นั้นจะไม่ซ้ำซ้อนกับการฝึกอบรมอาชีพของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เพราะสอศ.มีจุดต่างในเรื่องความพร้อมของเครื่องไม้เครื่องมือในการอบรมอาชีพเฉพาะด้าน เช่น อาชีพสาขาช่างต่างๆ เป็นต้น

“นอกจากการอบรมเพื่อสร้างอาชีพแก่ผู้สูงอายุแล้วนั้น ในส่วนของการดูแลเด็กและผู้สูงอายุนั้น สอศ.พยายามผลิตกำลังคนที่เกี่ยวข้องด้วย โดยเปิดสอนหลักสูตรการดูแลเด็กและผู้สูงอายุ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) แต่ยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากมองว่า อาชีพนี้ไม่มั่นคง ทั้งๆ ที่อาชีพบริการผู้สูงอายุนั้น ในปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างมาก โดยปีการศึกษา 2555 มีสถานศึกษาเปิดสอนทั้งสิ้น 4 แห่ง คือ วิทยาลัยการอาชีพ (วก.) เชียงราย มีผู้เรียน 17 คน วก.พล 8 คน วิทยาลัยเทคนิค (วท.) เดชอุดม 3 คน และ วท.สุวรรณภูมิ 1 คน ดังนั้น สอศ.จึงเตรียมไปจับมือกับผู้ประกอบการที่ทำงานด้านนี้อยู่แล้ว ซึ่งนอกจากจะยกระดับฝีมือของผู้เรียนแล้ว ยังเพิ่มคุณวุฒิให้กับผู้ประกอบการได้อีกด้วย” นายชัยพฤกษ์ กล่าว

–คมชัดลึก ฉบับวันที่ 18 เม.ย. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32448&Key=hotnews

ดูแลเด็กด้อยโอกาส ดึงเด็กออกกลางคันทำงานพร้อมเรียนได้ด้วย Read More »