ทุ่ม 5 หมื่นล้านปั๊ม 2.5 หมื่น ป.เอก เหตุอีก 10 ปี เกษียณหมดมหา’ลัย

5 เมษายน 2556

เมื่อวันที่ 4 เมษายน นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือแนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในสถาบันอุดมศึกษา โดยเฉพาะอาจารย์ระดับปริญญาเอก ที่ในช่วงประมาณ 10-15 ปีข้างหน้าจะมีอาจารย์ที่มีวุฒิระดับปริญญาเอกเกือบทุกสาขาเกษียณอายุจำนวนมาก จึงต้องเตรียมบุคลากรระดับปริญญาเอกในสาขาต่างๆ ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐ และมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ ซึ่งที่ประชุมได้เสนอแนวทางการพัฒนา โดยให้ทุนอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเรียนต่อระดับปริญญาเอกทั้งในและต่างประเทศ 25,000 ทุน ในเวลา 15 ปี ใช้งบประมาณกว่า 5 หมื่นล้านบาท

นายพงศ์เทพกล่าวว่า ทั้งนี้ ที่ประชุมได้อภิปรายเรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง เช่น กำหนดช่วงเวลาให้สั้นลงเหลือประมาณ 10 ปี เพราะ 15 ปีอาจนานเกินไป และเพื่อให้มีอาจารย์หมุนเวียนมาสอนในมหาวิทยาลัยได้เรื่อยๆ นอกจากนี้ ยังขอให้พิจารณาในส่วนของการให้ทุน โดยตั้งข้อสังเกตว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งเป็นมหาวิทยาลัยดั้งเดิม และมีอาจารย์ปริญญาเอกจำนวนมาก มีรายได้ของตนเอง รวมถึงได้รับงบต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมาสูง ขณะเดียวกันมีมหาวิทยาลัยเกิดใหม่เพิ่มขึ้น และมีอาจารย์ปริญญาเอกน้อย แถมยังได้รับงบแต่ละปีน้อยกว่ามหาวิทยาลัยเก่าแก่ค่อนข้างมาก จึงต้องให้ความสำคัญกับมหาวิทยาลัยใหม่ก่อน ดังนั้น ที่ประชุมได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไปปรับแก้ตามข้อเสนอดังกล่าว

“มหาวิทยาลัยที่เข้มแข็ง อัตราส่วนของอาจารย์ที่จบปริญญาเอกมีมากกว่ามหาวิทยาลัยใหม่ๆ มากอยู่แล้ว บางแห่งมีรายได้มาก จึงมีกำลังส่งอาจารย์ไปเรียนต่อมากกว่าบางมหาวิทยาลัยที่ไม่มีรายได้อื่นนอกจากการสอน หรืองานวิจัย ซึ่งต้องถือว่าไม่เข้มแข็ง ทั้งนี้ การให้ทุนจะเน้นให้ทุกสาขา เพราะมหาวิทยาลัยให้เหตุผลว่าในอีก 15 ปีจะขาดแคลนอาจารย์ปริญญาเอกทุกสาขา” นายพงศ์เทพกล่าว

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32384&Key=hotnews

ทุ่ม 5 หมื่นล้านปั๊ม 2.5 หมื่น ป.เอก เหตุอีก 10 ปี เกษียณหมดมหา’ลัย Read More »

ขาดสอบ ‘1 อ. 1 ทุน’ 2 พันคน คาดหนีรับตรงเข้ามหา’ลัย

5 เมษายน 2556

เมื่อวันที่ 4 เมษายน แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ ศธ.เปิดรับสมัครผู้เข้ารับคัดเลือกโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน รุ่นที่ 4 (ปีงบประมาณ 2556-2563) ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม – 22 กุมภาพันธ์ 2556 พบว่า มีผู้ให้ความสนใจสมัครร่วมโครงการ 20,381 คน แบ่งเป็น ทุนประเภทที่ 1 ผู้รับทุนมีผลการเรียนดี ครอบครัวมีรายได้ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี จะได้รับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีทั้งในประเทศ และต่างประเทศ 928 ทุน/อำเภอ/เขต ไปศึกษาในกลุ่มประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ มีผู้สมัคร 5,053 คน จาก 884 อำเภอ 77 จังหวัด และอำเภอที่ไม่มีผู้สมัคร 54 อำเภอ ใน 34 จังหวัด ทุนประเภท 2 ทุนเรียนดี ไม่จำกัดรายได้ครอบครัว ได้รับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นสาขาวิชาที่ขาดแคลนด้านวิทยาศาสตร์ 928 ทุน/อำเภอ/เขต มีผู้สนใจสมัคร 15,328 คน จาก 921 อำเภอ ใน 77 จังหวัด มีอำเภอที่ไม่มีผู้สมัคร 7 อำเภอใน 6 จังหวัด

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับจังหวัดที่มีผู้สมัครทุนประเภทที่ 1 มากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ จ.สุรินทร์ 200 คน นครราชสีมา 194 คน ศรีสะเกษ 188 คน กรุงเทพฯ 178 คน บุรีรัมย์ 165 คน อุบลราชธานี 156 คน เชียงใหม่ 147 คน เชียงราย 145 คน ขอนแก่น 140 คน และร้อยเอ็ด 117 คน ส่วนทุนประเภทที่ 2 จังหวัดที่มีผู้สมัครมากที่สุด 10 จังหวัดแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ 847 คน เชียงราย 540 คน เชียงใหม่ 517 คน นครราชสีมา 508 คน ขอนแก่น 424 คน อุบลราชธานี 400 คน ศรีสะเกษ 348 คน ร้อยเอ็ด 334 คน ลำปาง 328 คน และอุดรธานี 324 คน

“ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่าจำนวนผู้สมัครปีนี้สูงกว่ารุ่นที่ 3 เนื่องจากเปิดรับสมัครถึง 2 ประเภท การประชาสัมพันธ์ไปยังโรงเรียนต่างๆ ทั่วถึงมากขึ้น ขณะเดียวกัน นักเรียนสมัครได้โดยตรงที่โรงเรียน ทั้งนี้ พบมีผู้สนใจสมัครสอบแข่งขันคัดเลือกในทุนประเภทที่ 2 มากกว่าประเภทที่ 1 เพราะเปิดกว้างโดยไม่กำหนดรายได้ครอบครัว นอกจากนี้ พบว่าในการสอบข้อเขียนวันที่ 17 มีนาคม มีผู้สมัครขาดสอบ 2,000 กว่าคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างมาก เป็นเพราะวันสอบของโครงการ ตรงกับวันสอบรับตรงของมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ดังนั้น เด็กอาจเลือกสอบรับตรงของมหาวิทยาลัยมากกว่า โดยจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสอบข้อเขียน วันที่ 19 เมษายน โดยจะประกาศรายชื่อผู้ที่มีคะแนนสูงสุด 3 อันดับแรกของแต่ละอำเภอ และผู้ที่คะแนนสูงสุดจะได้รับเลือกให้สอบสัมภาษณ์เป็นลำดับแรก และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิรับทุนวันที่ 8 พฤษภาคม” แหล่งข่าวคนเดิมกล่าว

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32383&Key=hotnews

ขาดสอบ ‘1 อ. 1 ทุน’ 2 พันคน คาดหนีรับตรงเข้ามหา’ลัย Read More »

ไม่จบ ม.3 สมัครเรียน ปวช.ได้

5 เมษายน 2556

เมื่อวันที่ 4 เมษายน นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้เปิดรับสมัครนักเรียนนักศึกษา ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประจำปีการศึกษา 2556 ระหว่างวันที่ 15-19 มีนาคมที่ผ่านมานั้น ได้รับรายงานผลการรับนักเรียนนักศึกษาแล้ว ดังนี้ ระดับ ปวช. ตั้งเป้าไว้ 128,687 คน มาสมัครทั้งสิ้น 66,464 คน ยังต่ำกว่าแผนประมาณ 60,000 คน ระดับ ปวส. ตั้งเป้า 188,956 คน มาสมัคร 148,223 คน ยังต่ำกว่าแผนอีก 40,000 คน สำหรับสาขาที่มีผู้สนใจมาสมัครเป็นจำนวนมาก ได้แก่ สาขาการโรงแรมและการท่องเที่ยว ร้อยละ 97.13 รองลงมา เป็นสาขาพาณิชยกรรม ร้อยละ 80.26 สาขาอุตสาหกรรม ร้อยละ 79.72 สาขาคหกรรมศาสตร์ ร้อยละ 75.5 และสาขาเกษตรกรรม ร้อยละ 45.61

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อว่า สอศ.มีกำหนดการให้นักเรียนนักศึกษาไปรายงานตัว ในวันที่ 7 เมษายน และจะสำรวจที่นั่งว่างอีกครั้งในวันที่ 10 เมษายน หลังจากนั้นจะเปิดรับสมัครรอบ 2 ในวันที่ 20-30 เมษายน โดย สอศ.มีนโยบายให้สถานศึกษาทุกแห่งรับนักเรียนที่เรียนชั้น ม.3 แต่ยังไม่จบการศึกษา เนื่องจากติด ร หรือติด มส ได้เข้าเรียนต่อในสถานศึกษาสังกัด สอศ. ด้วยแต่จะมีสถานภาพเป็นนักเรียน ปวช.โดยสมบูรณ์เมื่อเรียนจบชั้น ม.3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนการรับนักศึกษาระดับ ปวส.นั้น ให้สถานศึกษาเป็นผู้พิจารณาดำเนินการรับตามความเหมาะสม แต่ทั้งนี้ต้องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32382&Key=hotnews

ไม่จบ ม.3 สมัครเรียน ปวช.ได้ Read More »

‘กำจร’ชี้ศูนย์นอกที่ตั้งตกประเมิน90% ‘ไขศรี’แจงมศก.เล็งหาพื้นที่รองรับน.ศ. ยันการสอน’คณะไอซีที’ได้มาตรฐาน

5 เมษายน 2556

เมื่อวันที่ 4 เมษายน คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ นายกสภามหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มศก. ออกประกาศงดรับนักศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตร์ ในระบบแอดมิสชั่นส์กลาง นอกสถานที่ตั้ง ณ ศูนย์การศึกษา อาคาร กสท. โทรคมนาคม บางรัก และหันไปรับตรงใน 2 สาขาวิชาเอก คือ สายวิชาลูกค้าสัมพันธ์ และสายวิชาวารสารและหนังสือพิมพ์ ที่สถานที่ตั้งหลักที่วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรีแทน ภายหลังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) มีมติยืนยันผลการตรวจประเมินการจัดการศึกษานอกที่ตั้ง ณ ศูนย์การศึกษา อาคาร กสท. โทรคมนาคม บางรัก ว่าไม่ผ่านนั้นว่า นายชัยชาญ ถาวรเวช อธิการบดี มศก. ยังไม่ได้รายงานปัญหาดังกล่าวให้ที่ประชุมสภา มศก. รับทราบ ดังนั้น ตนยังไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมด แต่คาดว่าภายในเร็วๆ นี้อธิการบดีคงชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กรรมการสภารับทราบ อย่างไรก็ดี เชื่อว่าปัญหาดังกล่าวทางนายชัยชาญและคณะเทคโนโลยีสารสนเทศฯจะพยายามแก้ปัญหาให้ดีที่สุด และคงไม่ให้เกิดผลกระทบต่อนักศึกษา

“เมื่อ สกอ.สั่งงดรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยก็พร้อมปฏิบัติตาม แต่ดิฉันก็ยังเชื่อมั่นว่าระบบการเรียนการสอนของเรายังมีมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ในอนาคตทางมหาวิทยาลัยกำลังจัดทำแผนในการก่อสร้างวิทยาเขตและอาคารเรียนใหม่เพิ่มเติม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดหาพื้นที่และทำแผนก่อสร้าง ซึ่งหลังจากก่อสร้างอาคารเรียนแห่งใหม่เสร็จ ก็จะย้ายศูนย์นอกที่ตั้งมารวมอยู่จุดเดียว เพื่อให้ระบบการเรียนการ สอนมีคุณภาพมากขึ้น” คุณหญิงไขศรีกล่าว

ด้าน นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า จากการประเมินศูนย์การจัดการศึกษานอกที่ตั้ง พบว่ามีหลักสูตรผ่านแค่ 10% เท่านั้น ที่เหลือต้องปรับปรุง และที่ปรับปรุงไม่ได้ ก็ทยอยปิดตัวลงเป็นจำนวนมาก กรณีของ มศก.ก็เป็นตัวอย่างที่ดี ที่พอปรับปรุงไม่ได้ ก็งดรับนักศึกษาที่ศูนย์แห่งนั้น

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ สกอ.ประเมินการจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษา ปีงบประมาณ 2555 ซึ่งประเมินระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ – 30 พฤศจิกายน 2555 จำนวน 110 ศูนย์ 285 หลักสูตร จากจำนวนทั้งสิ้น 313 ศูนย์ 661 หลักสูตร ภายหลัง สกอ.เริ่มออกประเมิน พบว่ามีศูนย์ปิดตัวลงจำนวนมาก คงเหลือจำนวนรวม 213 ศูนย์ 545 หลักสูตร ดังนั้น ในปี 2556 จึงมีศูนย์ที่ต้องตรวจประเมินต่อ 103 ศูนย์ 260 หลักสูตร โดยที่ประชุม กกอ.เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เห็นชอบผลการตรวจประเมินแล้ว 285 หลักสูตร โดยมีหลักสูตรที่ผ่าน 35 หลักสูตร ต้องปรับปรุง 64 หลักสูตร และไม่ผ่าน 186 หลักสูตร

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32381&Key=hotnews

‘กำจร’ชี้ศูนย์นอกที่ตั้งตกประเมิน90% ‘ไขศรี’แจงมศก.เล็งหาพื้นที่รองรับน.ศ. ยันการสอน’คณะไอซีที’ได้มาตรฐาน Read More »

สอศ.เผยผลประเมินอาชีวะ

4 เมษายน 2556

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ประเมินประสิทธิภาพสถานศึกษาสังกัด สอศ.ในการผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการเป็นประจำทุกปี โดยมีเกณฑ์ประเมิน 3 ด้าน คือ

1.สถานศึกษาต้องทำข้อมูลเด็กอาชีวะที่เข้าใหม่ และที่กำลังจะจบการศึกษาให้เป็นปัจจุบัน ก่อนเผยแพร่ทางเว็บไซต์ศูนย์กำลังคนอาชีวศึกษา www.v-cop.net

2.สร้างความรู้ความเข้าใจ และแนะแนวทางอาชีพให้กับเด็กอาชีวะ และ

3.ประชาสัมพันธ์ให้สถานประกอบการประกาศตำแหน่งว่างงานผ่านเว็บไซต์ทั้งหลายทั้งปวงเพื่อให้สถานศึกษา นักเรียน นักศึกษา และสถานประกอบการ ได้เข้าถึงแหล่งทำงานและแก้ปัญหาความต้องการกำลังคนร่วมกัน

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า ในปีการศึกษา 2555 ที่ผ่านมา สอศ.พบว่ามีสถานศึกษาที่ผ่านเกณฑ์ระดับดีมาก 6 กลุ่ม 25 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคทุ่งสง นครศรีธรรมราช มาบตาพุด สระแก้ว กาญจนาภิเษกปัตตานี บุรีรัมย์ ป่าพะยอม วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ เพชรบุรี นครศรีธรรมราช ปัตตานี เชียงราย วิทยาลัยการอาชีพวาปีปทุม ไชยา ปะเหลียน ปัว พิมาย ร้อยเอ็ด วิทยาลัยสารพัดช่างชัยภูมิ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครศรีธรรมราช ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร และวิทยาลัยพณิชยการบางนา

–ข่าวสด ฉบับวันที่ 5 เม.ย. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32368&Key=hotnews

สอศ.เผยผลประเมินอาชีวะ Read More »

‘พงศ์เทพ’ จี้พัฒนาโรงเรียนเอกชน ฝึกคิดวิเคราะห์รู้ภาษาที่ 3 – รับปฏิรูปหลักสูตร

4 เมษายน 2556

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวมอบนโยบายให้กับผู้บริหารโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ปัจจุบันนักเรียนไทยต้องเรียนหนังสือมากถึง 1,200 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งใช้เวลามากกว่ามาตรฐานที่ยูเนสโกกำหนดไว้ 800 ชั่วโมงต่อปี แต่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษากลับต่ำลง ทำให้ต้องมาทบทวนการเรียนการสอนในปัจจุบัน ซึ่งก็พบว่าเด็กมีความเครียด ใช้ทรัพยากรมาก ดังนั้น ศธ.จึงปฏิรูปหลักสูตรใน 2 ประเด็นหลัก คือ เวลาเรียน จะทำอย่างไรที่จะลดเวลาเรียนให้น้อยลง 200 ชั่วโมง และปรับวิธีการเรียนการสอนจากการท่องจำเป็นคิดวิเคราะห์ และคิดสร้างสรรค์ แต่จะต้องรู้วิธีหาข้อมูล วิเคราะห์และตรวจสอบว่าข้อมูลนั้นเชื่อถือได้หรือไม่ และต้องนำความรู้ที่มีอยู่มาปรับใช้กับสถานการณ์ต่างๆ ทั้งในการเรียน ชีวิตประจำวัน และการทำงานในอนาคต ไม่ใช่เรียนเพื่อทำข้อสอบอย่างเดียว

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า อยากฝากให้ผู้บริหารและครูช่วยดำเนินการ คือ

1.ภาษาอังกฤษ ขณะนี้ทุกคนต้องรู้ภาษาและสื่อสารได้ โดยภาษาอื่นๆ ที่จะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเป็นภาษาที่สาม ทั้ง เกาหลี เยอรมัน ฝรั่งเศส และภาษาอาเซียน อาทิ บาฮาซ่า พม่า เวียดนาม เป็นต้น

2.คุณธรรม จริยธรรม ศธ.จะเน้นสร้างให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็นแล้ว ยังต้องการให้เด็กรุ่นใหม่มีคุณธรรม มีศีลธรรมด้วย ซึ่งโรงเรียนจะต้องทำให้เด็กซึมซับสิ่งเหล่านี้และจัดทำหลักสูตร และมีหลายโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนที่ดี อาทิ โรงเรียนดรุณสิขาลัย โรงเรียนนานาชาติต่างๆ เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดทำหลักสูตรใหม่ เมื่อการปฏิรูปหลักสูตรแล้วเสร็จตามที่คาดภายในปี’56 ศธ.จะปรับวิธีการเรียนการสอนใหม่ โดยครูจะต้องจัดการเรียนให้สอดคล้องกับหลักสูตรใหม่ การทดสอบต่างๆ และการเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา ทั้งการสอบ แอดมิชชั่น และสอบตรง ก็ต้องออกข้อสอบให้ตรงกับหลักสูตร คือ เน้นคิด วิเคราะห์ มีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถปรับใช้ความรู้ได้

–ข่าวสด ฉบับวันที่ 5 เม.ย. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32367&Key=hotnews

‘พงศ์เทพ’ จี้พัฒนาโรงเรียนเอกชน ฝึกคิดวิเคราะห์รู้ภาษาที่ 3 – รับปฏิรูปหลักสูตร Read More »

ห้องเรียนอีพี กศน. โอกาสคนนอกระบบ

4 เมษายน 2556

ณัชชารีย์ วิเชียรรัตน์

นาทีนี้..การเตรียมความพร้อมให้แก่คนของประเทศ เพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะทักษะภาษาอังกฤษและภาษาเพื่อนบ้านในอาเซียน ซึ่งสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่เร่งเสริมทักษะภาษาอังกฤษให้คนไทยวัยผู้ใหญ่ ที่อยู่นอกระบบโรงเรียน โดยเปิดสอนหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ภาคภาษาอังกฤษ หรือที่เรียกว่า หลักสูตรอีพี ( English Program: EP)

ปลายปีที่ผ่านมา สำนักงาน กศน. จังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ ได้ประเดิมเปิดห้องเรียนอีพี จังหวัดละ 1 ห้องเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการ กศน. และคณะได้ลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อตรวจเยี่ยม พร้อมทั้งรับฟังปัญหา การจัดการเรียนการสอนอีพี ของ กศน. จังหวัดตรัง กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ซึ่งพบว่าแต่ละพื้นที่มีรูปแบบการจัดการเรียนการสอนในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน คือ นักศึกษาจะได้เรียนกับครูชาวต่างชาติ โดยมีครูไทยเป็นพี่เลี้ยง สอนแบบบูรณาการวิชาต่าง ๆ เน้นสื่อสารโต้ตอบระหว่างครูกับนักศึกษา และนักศึกษาด้วยกันเองบ่อย ๆ และมีการจัดกิจกรรมนอกห้องเรียน โดยพาไปทัศนศึกษาเพื่อได้พบปะกับชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวในพื้นที่นั้น ๆ เป็นต้น

การเปิดสอนอีพีในช่วงแรกของ กศน.ไม่ได้ราบรื่น เหมือนแผนการดำเนินงานที่เขียนไว้ เพราะเจออุปสรรคที่ต้องรอการปรับปรุงแก้ไข ทั้งหนังสือเรียนตามหลักสูตรที่ใช้ในการสอน ค่าตอบแทนครูชาวต่างชาติ การต่อวีซ่าและการทำสัญญาจ้างสอนของครูต่างชาติในประเทศไทย เป็นต้น ซึ่ง นางกานดา ทองคลองไทร ผอ.กศน.จังหวัดสุราษฎร์ธานี เล่าว่า กศน.จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เลือก กศน.อำเภอเกาะสมุย เป็นพื้นที่นำร่องเปิดห้องเรียนอีพี เพราะมีชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และประชาชนในพื้นที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร โดยเปิดสอนทั้งระดับ ม.ต้น และ ม.ปลาย มีนักศึกษา44 คน มีครูผู้สอนเป็นชาวอังกฤษ สอนวันจันทร์-พุธ เวลา 18.00-21.00 น. และวันอาทิตย์ 09.00-16.00 น.

“แม้ กศน.อำเภอเกาะสมุย จะได้ครูเจ้าของภาษาที่มีประสบการณ์สูงมาสอน แต่ก็ยังพบปัญหาว่าหนังสือที่ส่วนกลางให้สอนใช้คำศัพท์ที่ยากเกินไป ไม่เหมาะสมกับพื้นฐานภาษาอังกฤษของคนที่เข้ามาเรียน เช่น วิชาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีคำศัพท์เฉพาะ และเป็นศัพท์ระดับมหาวิทยาลัย อีกทั้งครูผู้สอนก็ไม่มีพื้นฐานในวิชาที่สอน จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการให้เด็กได้อ่านวิชานี้เป็นภาษาไทยก่อน เมื่อมาเรียนเป็นภาษาอังกฤษจะได้เข้าใจง่ายขึ้น และความหมายไม่ผิดเพี้ยน ซึ่งส่วนตัวมองว่าไม่ควรนำหลักสูตรภาษาไทยมาแปลเป็นภาษาอังกฤษ แต่ควรที่จะจัดทำหลักสูตรอีพีขึ้นมาเป็นการเฉพาะจะดีกว่า นอกจากนี้ควรปรับเพิ่มค่าตอบแทน และสวัสดิการให้ครูต่างชาติด้วย เพราะที่ได้รับอยู่ปัจจุบันอัตราเดือนละ 20,000 บาท ถือว่าน้อยเกินไป โดยเฉพาะพื้นที่เกาะสมุย ซึ่งมีค่าครองชีพสูงมาก จึงอาจทำให้ครูต่างชาติอยู่สอนกับ กศน. ได้ไม่นาน และจะเกิดปัญหาการขาดครูตามมาอีก” นางกานดา บอกถึงความกังวล

ด้าน นางสุวดี ผิวดี ครูอาสาสมัคร กศน.อำเภอเมืองกระบี่ กล่าวว่า กศน.อำเภอเมืองกระบี่ เปิดห้องเรียนอีพี ระดับ ม.ต้น เรียนวันจันทร์-พฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา09.00-15.30 น. มีนักศึกษา 18 คน โดยมีครูชาวฟิลิปปินส์เป็นผู้สอน ซึ่งในการเรียนนอกจากจะแจกหนังสือเรียนในวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน เศรษฐกิจพอเพียง และทักษะการเรียนรู้ ซึ่งเป็นวิชาที่ใช้เรียนในภาคเรียนที่1 แล้วที่นี่ยังแจกจีแพด (G-Pad) แก่ทุกคน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอน โดยเฉพาะการโหลดแอพพลิเคชั่นที่เป็นประโยชน์ อาทิ ดิคชันนารี กริยา3 ช่อง รวมถึงติดต่อสื่อสาร และส่งการบ้านครูด้วย

ขณะที่ผู้เรียนทั้งที่ กศน.จังหวัดตรัง กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ซึ่งในทุกพื้นที่มีพื้นฐานการศึกษาที่แตกต่างกันคือ จบการศึกษาตั้งแต่ชั้น ป.6 จนถึงปริญญาตรี ทำงานหลากหลายอาชีพ ทั้งคนเก็บขยะ พนักงานโรงแรม ไกด์นำเที่ยว พนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล พนักงานบริษัท โดยทุกคนต่างบอกถึงความรู้สึกที่คล้ายคลึงกันว่า รู้สึกว่าตัวเองโง่มานานแล้วกับภาษาอังกฤษ และดีใจที่ กศน. เปิดห้องเรียนอีพี เพราะการเรียนภาษาอังกฤษโดยทั่วไป

ต้องเสียความใช้จ่ายสูงมาก พวกตนไม่มีเงินไปเรียน และเมื่อมาเรียนกับครูเจ้าของภาษาแล้วทำให้สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ กล้าพูดคุยกับชาวต่างชาติมากขึ้น โดย นางพัชรี ช้างเผือก อายุ 43 ปี บอกว่า แม้ตนเองจะจบการศึกษาระดับปริญญาตรีมาแล้ว แต่ก็ยังพูดคุยโดยใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้ ซึ่งตนเชื่อว่ายังมีผู้ที่จบปริญญาตรีอีกหลายคนที่เป็นเหมือนตนเอง ดังนั้นขอชวนให้มาเรียนภาษาอังกฤษกันใหม่ โดยต้องไม่อาย เพราะภาษาอังกฤษจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตคนไทยมากขึ้น
นายประเสริฐ ย้อนถึงที่มาของโครงการเปิดสอนหลักสูตรอีพีว่า สำนักงาน กศน. มีนโยบายเตรียมความพร้อมประชาชน เพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 โดยเฉพาะการใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษากลางที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร จึงมอบให้ กศน.จังหวัดทุกแห่งเปิดห้องเรียนอีพีขึ้น โดยนำหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของ กศน. มาแปลและสอนเป็นภาษาอังกฤษทุกวิชา โดยให้เรียนฟรีทุกคน เพราะถือเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งรัฐบาลอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวให้คนละ 6,000 บาทต่อภาคเรียน ในการเปิดสอนนั้น ปีแรกนำร่องเปิดจังหวัดละ 1 ห้องเรียน โดยให้ กศน.จังหวัดเป็นผู้คัดเลือกว่าจะเปิดสอนในพื้นที่ใดก่อน สามารถเปิดได้ทั้งระดับประถมฯ ม.ต้น และม.ปลาย ทั้งนี้ในแต่ละระดับต้องจัดการเรียนการสอนไม่น้อยกว่า 4 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลา22ปี 4 ภาคเรียน

“ยอมรับว่าหลักสูตรอีพีเป็นเรื่องใหม่ ที่ กศน. ต้องปรับปรุง และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ แต่หากรอให้พร้อมทุกอย่างแล้วค่อยเปิดสอนเราคงไม่ได้เปิดหลักสูตรนี้ เนื่องจาก กศน. จัดการศึกษาให้คนด้อยโอกาส และผู้เรียนก็ไม่มีความพร้อมมากนัก ดังนั้นคงต้องช่วยกันประคับประคอง และ กศน.ก็พร้อมที่จะพัฒนาปรับปรุงในทุกเรื่อง”เลขาธิการ กศน. กล่าว

แม้มีหลากหลายปัญหาที่ต้องแก้ไข แต่การให้โอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนที่อยู่นอกรั้วโรงเรียน ได้เริ่มต้นตั้งหลักกับภาษาที่ไม่คุ้นเคย ถือเป็นการปูทางให้คนในพื้นที่มีความพร้อมรับทั้งนักท่องเที่ยว และพร้อมในการเปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียนของไทย.

–เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 5 เม.ย. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32366&Key=hotnews

ห้องเรียนอีพี กศน. โอกาสคนนอกระบบ Read More »

ศธ.เร่งเดิน 8 งานด่วน ตามฝันฮับภูมิภาค

4 เมษายน 2556

โพสต์ทูเดย์ ศึกษาธิการเร่งเดิน 8 งานด่วน เตรียมพร้อมรวมกลุ่มประชาคมอาเซียน
นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนของกระทรวงศึกษาธิการว่า ที่ประชุมได้กำหนด 8 ประเด็นเร่งด่วนที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ต้องปรับแผนงานโครงการให้สอดคล้องกับภาพรวมของกระทรวงฯ เพื่อพัฒนาเป็นเมืองการศึกษานานาชาติรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

ประเด็นเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการได้แก่

1. การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษภาษาเพื่อนบ้านและภาษาอื่น2.การสร้างความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอาเซียนในทุกมิติรวมถึงด้านวัฒนธรรมซึ่งมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)รับผิดชอบ

3. การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา การจัดทำกรอบมาตรฐานคุณวุฒิแห่งชาติ เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาค และการถ่ายโอนหน่วยกิต การเปิดเสรีทางการศึกษารวมทั้งการเชื่อมโยงกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิของอาเซียน มอบให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบ

4. การศึกษานโยบายและจุดเน้นของประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะความก้าวหน้าการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายของ7 วิชาอาชีพ และ 32 ตำแหน่งงาน มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ดูแล

5. จัดตั้งคณะทำงานระดับผู้ปฏิบัติในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อประชุมและแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายระหว่างกันในภูมิภาค

6. การอำนวยความสะดวกด้านกฎระเบียบ เช่น การขอและต่ออายุวีซ่าให้กับครู หรือนักเรียนต่างชาติ

7. การประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของกระทรวง รวมทั้งการนำเสนอรูปแบบปฏิบัติที่ดีระหว่างสถานศึกษา

8. ตั้งหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเฉพาะเรื่องเพื่อไม่ให้การทำงานซ้ำซ้อน
ที่ประชุมยังเห็นชอบ 5 ยุทธศาสตร์เพื่อรองรับการเป็นประชาคมอาเซียนได้แก่ การให้ความสำคัญกับการศึกษา การลงทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การส่งเสริมการจ้างงานที่เหมาะสม การส่งเสริมเทคโนโลยีสารสนเทศ และการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิงประยุกต์

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32365&Key=hotnews

ศธ.เร่งเดิน 8 งานด่วน ตามฝันฮับภูมิภาค Read More »

พิจารณ์ TOR แท็บเล็ตผ่านเว็บ

4 เมษายน 2556

ASTVผู้จัดการรายวัน – ศธ.เตรียมแขวนร่าง ทีโออาร์เว็บกรมบัญชีกลาง ทำประชาพิจารณ์ 5 เม.ย.นี้ ก่อนให้บริษัทในและต่างประเทศร่วมประมูล

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.)กล่าวภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมได้หารือการจัดทำร่างทีโออาร์แท็บเล็ต 1.8 ล้านเครื่อง แจกนักเรียน ป.1 และม.1 ประจำปีการศึกษา 2556 ให้เรียบร้อยก่อนจะนำขึ้นเว็บไซต์กรมบัญชีกลาง www.cgd.go.th เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป ได้เข้ามาร่วมประชาพิจารณ์ร่างดังกล่าว ซึ่งหากมีข้อทักท้วง เราก็จะนำข้อทักท้วงหรือคิดเห็นเหล่านั้นมาปรับปรุงให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด ก่อนจะมีการประกาศทีโออาร์อย่างเป็นทางการ และจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมประมูลแข่งขันกัน

แหล่งข่าวจากกรรมการบริหารนโยบาย 1 แท็บเล็ตต่อ 1 นักเรียน เปิดเผยว่า การนำร่างทีโออาร์ขึ้นประชาพิจารณ์บนเว็บไซต์นั้น คาดว่าจะเริ่ม 5 เม.ย.นี้ เป็นเวลา3 วัน หากมีข้อท้วงติงก็นำกลับไปปรับปรุงและประกาศขึ้นเว็บไซต์อีกครั้ง หากไม่มีประเด็นท้วงติงที่สำคัญ จะสามารถประกาศทีโออาร์เป็นทางการต่อไป

ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32364&Key=hotnews

พิจารณ์ TOR แท็บเล็ตผ่านเว็บ Read More »

สหรัฐส่งอาสาสมัครสอน’อังกฤษ’เด็กไทย

4 เมษายน 2556

นายกมล รอดคล้าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย จัดกิจกรรมต้อนรับหน่วยอาสาสมัครเพื่อสันติภาพสหรัฐอเมริกา รุ่นที่ 125 จำนวน 47 คน ที่จะมาสอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนในโรงเรียนสังกัด สพฐ.ระดับประถมศึกษา และโรงเรียนขยายโอกาสทั่วประเทศ เป็นเวลา 2 ปี โดยจะกระจาย ไปทำงานในโรงเรียนตามจังหวัดต่างๆ ทั้งนี้ กลุ่มอาสาสมัครจะร่วมมือกับครูในโรงเรียนอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยให้ครูที่สอนระดับประถมในชนบทพัฒนาเทคนิคการสอน และวิธีการสอนให้นักเรียน โดยครูเหล่านี้จะเข้ามาช่วยสอนภาษาให้กับเด็กนักเรียน และจะมาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับคนในพื้นที่ ต่างๆ ด้วย

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32363&Key=hotnews

สหรัฐส่งอาสาสมัครสอน’อังกฤษ’เด็กไทย Read More »