กกศ.ผ่านร่างแผนการศึกษาชาติฉบับใหม่

2 เมษายน 2556

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการประชุมสภาการศึกษา เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนกรอบและทิศทางการวิจัยทางการศึกษาของประเทศ พ.ศ. 2555-2558 สู่การปฏิบัติ ใน 3 ประเด็น ได้แก่

1. ให้มีการประสานความร่วมมือและจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ บรรจุกรอบและทิศทางการวิจัยทางการศึกษาของประเทศ พ.ศ. 2555-2558 เข้าเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการดำเนินงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2555-2559 และยึดเป็นกรอบในการพิจารณาส่งเสริม สนับสนุน และจัดสรรงบประมาณดำเนินการวิจัยของหน่วยงานทางการศึกษาทุกระดับและประเภทการศึกษา

2. ให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเป็นหน่วยประสานงานเพื่อสร้างความเชื่อมโยง ของหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการวิจัยทางการศึกษา และ

3.ให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นหน่วยงานในการสร้างกลไกและช่องทางเผยแพร่ทุกรูปแบบ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้มีการนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการศึกษาต่อไป

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบ ร่างแผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 พ.ศ.2556-2559 ซึ่งผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนของสังคมแล้ว โดยมีการกำหนดเป้าหมาย ให้คนไทยเป็นคนดี เก่ง มีภูมิคุ้มกัน มีความสุข มีความรู้เชิงวิชาการและสมรรถนะทางวิชาการ มีคุณธรรม จริยธรรม ใฝ่เรียนรู้และแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง ดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง มีความสำนึกรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและสังคม และพร้อมเป็นประชาคมอาเซียน นอกจากนี้แผนดังกล่าวกำหนดให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระหลักเกินกว่าร้อยละ 50 สถานศึกษาได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) มีจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มสูงขึ้นจาก 9.1 ปี ในปี 2555 เป็น 12 ปี ในปี 2559 รวมถึงภาคเอกชนเข้าร่วมจัดการศึกษาเพิ่มขึ้น และมีสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาเพิ่มขึ้นเป็น 50 : 50 ในปี 2559.

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32317&Key=hotnews

กกศ.ผ่านร่างแผนการศึกษาชาติฉบับใหม่ Read More »

ปรับหลักสูตรแก้ตกงาน

2 เมษายน 2556

จี้ปรับหลักสูตรแก้ตกงาน

นายสุรวาท ทองบุ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในฐานะประธานสภาคณบดี คณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) กล่าวถึงการปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เหมาะสม เพื่อแก้ปัญหาการว่างงาน และช่วยให้บัณฑิตมีคุณภาพ ว่า หลักสูตรจะต้องช่วยให้เด็กรู้จักตนเอง และเลือกอาชีพได้ก่อนจบ ม.3 หลังจากนั้นให้เลือกเรียนในสายที่เหมาะสมกับความถนัด ความสามารถ และจะทำให้มีงานทำเลี้ยงชีพได้ หลังสำเร็จการศึกษาภาคบังคับแล้ว ผู้เรียนจะต้องจะมีทางเลือก 3 ทาง คือ 1.สายวิชาการ อาทิ แพทย์ เภสัชกร ผู้พิพากษา เป็นต้น 2.สายอาชีพ อาทิ ช่างอุตสาหกรรม ช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสายอาชีพเฉพาะทาง เช่น ตำรวจ ทหาร 3.สายประกอบอาชีพ สำหรับผู้มีความสามารถเป็นพิเศษ เช่น นักกีฬา ศิลปินนักร้อง นักแสดง หากผู้เรียนต้องการทำงานสายวิชาการ ก็ให้เข้าเรียนสายสามัญ ซึ่งไม่ควรเกินร้อยละ 40 จากนั้นเป็นสายอาชีพ ส่วนสายประกอบอาชีพ ก็เรียนนอกระบบ และตามอัธยาศัย อาชีพทั้ง 3 เส้นทาง มีระบบที่ให้ศึกษาต่อจนถึง ป.เอกได้

“หลักสูตรพื้นฐานจะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จประเทศ ตราบใดที่นักเรียนสายสามัญศึกษา ยังมีมากกว่าร้อยละ 60 เหมือนปัจจุบัน จะเกิดปัญหาแย่งชิงที่เรียน มหาวิทยาลัยไม่มีคุณภาพ ขณะนี้เด็กไม่รู้จักตนเอง ครูก็ไม่รู้จักนักเรียน พ่อแม่ก็ต้องส่งลูกเรียนสายสามัญไว้ก่อนและตกงาน หลักสูตรการเรียนการสอน จะต้องช่วยให้เด็กรู้จักตนเองและเลือกงานทำได้” นายสุรวาทกล่าว

ที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32316&Key=hotnews

 

ปรับหลักสูตรแก้ตกงาน Read More »

สจล.ติดอาวุธสู่ 1 ใน 10 อุดมศึกษาอาเซียน วิเคราะห์ทุกประเทศหวังผลิตบัณฑิตตรงตลาด

2 เมษายน 2556

ผศ.ดร.สุรินทร์ คำฝอย ผู้ช่วยอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่เป้าหมายสำคัญคือ เป็น 1 ใน 10 ของสถาบันการศึกษาชั้นแนวหน้าแห่งประชาคมอาเซียนในปี 2558 ว่า สิ่งสำคัญที่ สจล.กำลังพยายามปรับตัวเพื่อสร้างความเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมความมีคุณภาพนั้น ในปี 2556 นี้ สถาบันได้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนต่างๆ ให้ตรงตามความต้องการของในประเทศและต่างประเทศ อาทิ การจัดหลักสูตรนานาชาติอย่างจริงจัง โดยเริ่มใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนในวิชาพื้นฐาน เพื่อให้นักศึกษซึมซับกับภาษาอังกฤษและสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดหลักสูตรพื้นฐานทางวิชาการและหลักสูตรเทคโนโลยีเพื่อวิชาชีพให้แก่นักศึกษาทุกระดับชั้น ตลอดจนการเพิ่มเติมหลักสูตรใหม่ที่น่าสนใจ

“ทั้งนี้ได้มองถึงปัญหาว่าแต่ละประเทศมีปัญหาพื้นฐานอย่างไร และยังขาดบุคลากรในด้านไหนที่จะไปพัฒนา หรือประเทศนั้นๆ มีทรัพยากรใดที่จะนำมาพัฒนาประเทศเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตได้ จึงต่อยอดหลักสูตรต่างๆ ขึ้น อาทิ หลักสูตรวิศวกรรมปิโตรเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือหลักสูตรวิศวกรรมชีวการแพทย์ ที่ส่งเสริมด้านการขยายฐานความรู้วิศวกรรมให้สามารถประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมที่เหมาะสมกับการพัฒนาการให้บริการสาธารณสุขของประเทศ ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนบุคคลากรด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ เป็นต้น” ผศ.ดร.สุรินทร์กล่าว

ผู้ช่วยอธิการบดี สจล. กล่าวด้วยว่า ในส่วนของนโยบายการบริหารประจำปี 2556 สจล.จะมุ่งพัฒนาแบบก้าวกระโดด โดยเร่งสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก ในรูปแบบต่างๆ อาทิ การทำวิจัยร่วม การจัดประชุมทางวิชาการนานาชาติ การแลกเปลี่ยนอาจารย์ นักวิจัยและนักศึกษา โดยคาดว่าในปีนี้จะมีสถาบันการศึกษาชั้นนำในหลายประเทศเข้าร่วมการแลกเปลี่ยนการเรียนการสอนเพิ่มขึ้นกว่า 20-30 แห่ง พร้อมการผลักดันให้มีงานวิจัยใหม่ๆ เกิดขึ้น ซึ่งในปีนี้ คาดว่าจะมีงานวิจัยชิ้นใหม่ของคณาจารย์กว่า 1,000 ชิ้น และให้อาจารย์นำงานวิจัยเหล่านั้นมาสอนควบคู่ไปกับเทคโนโลยีสมัยใหม่แก่นักศึกษา ตลอดจนการสร้างความร่วมมือให้มากขึ้นกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้นักศึกษาในทุกระดับรวมไปถึงบุคลากรได้เรียนรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลกในแวดวงอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อตัวนักศึกษาเอง เมื่อจบการศึกษาก็สามารถออกไปทำงานได้ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32315&Key=hotnews

สจล.ติดอาวุธสู่ 1 ใน 10 อุดมศึกษาอาเซียน วิเคราะห์ทุกประเทศหวังผลิตบัณฑิตตรงตลาด Read More »

ทุ่มงบฯ จุดละ 200 ล้าน – เพิ่มโอกาสเด็กชนบท

2 เมษายน 2556

สอศ.เปิดวิทยาลัย 1 อำเภอ เพิ่ม 15 แห่ง ทุ่มงบฯจุดละ 200 ล้าน – เพิ่มโอกาสเด็กชนบท

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการจัดตั้งวิทยาลัยอาชีวศึกษา 1 อำเภอ 1 แห่ง เพื่อรองรับความต้องการของผู้เรียน ว่า ในปีงบประมาณ 2557 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เตรียมเสนอของบประมาณผูกพัน 3 ปี จัดตั้งวิทยาลัย เพิ่มเติมอีก 15 แห่ง แห่งละ 200 ล้านบาท หลังจากนำร่องจัดตั้งไปแล้ว 5 แห่ง สำหรับการจัดตั้งวิทยาลัยทั้ง 15 แห่งนี้ สอศ.ได้สำรวจความต้องการของผู้เรียนในพื้นที่ห่างไกลที่มีประชากรอาศัยอยู่มาก และพื้นที่ชายแดน และพื้นที่พิเศษ เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน สำหรับพื้นที่ห่างไกลมีทั้งหมด 6 อำเภอใน 6 จังหวัด ประกอบด้วย อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ห่างจากสถานศึกษา สอศ.ที่ใกล้ที่สุด 40 ก.ม. มีนักเรียน ม.3 ที่เป็นตัวป้อน 2,815 คน อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ห่าง 45 ก.ม. มีตัวป้อน 2,519 คน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ห่าง 50 ก.ม. มีตัวป้อน 2,386 คน อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ ห่าง 60 ก.ม. มีตัวป้อน 2,254 คน อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ห่าง 40 ก.ม. มีตัวป้อน 2,183 คน อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ห่าง 45 ก.ม. มีตัวป้อน 2,142 คน

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า อำเภอตามแนวชายแดนอีก 9 แห่ง คือ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ห่าง 45 ก.ม. มีตัวป้อน 2,332 คน อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ห่าง 40 ก.ม. มีตัวป้อน 2,042 คน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ห่าง 40 ก.ม. มีตัวป้อน 1,767 คน อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ ห่าง 100 ก.ม. มีตัวป้อน 1,050 คน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ห่าง 120 ก.ม. มีตัวป้อน 1,088 คน อ.อุ้มผาง จ.ตาก ห่าง 100 ก.ม. มีตัวป้อน 1,060 คน อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ห่าง 30 ก.ม. มีตัวป้อน 1,085 คน อ.สะเดา จ.สงขลา ห่าง 50 ก.ม. มีตัวป้อน 1,100 คน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ห่าง 50 ก.ม. มีตัวป้อน 991 คน โดยเบื้องต้นทุกแห่งที่จัดตั้งใหม่จะเปิดสอนใน 3 สาขาวิชา คือ ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า และพาณิชยการ มีเพียง อ.เกาะสมุย เท่านั้นที่เปิดสอนเฉพาะสาขาท่องเที่ยวและการโรงแรม ส่วนจำนวนผู้เรียนนั้น สอศ.ไม่ได้ตั้งเป้าที่จำนวน แต่ตั้งใจนำโอกาสเข้าไปยังพื้นที่เหล่านี้

ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32313&Key=hotnews

ทุ่มงบฯ จุดละ 200 ล้าน – เพิ่มโอกาสเด็กชนบท Read More »

สทศ.ประกาศผล เอ็นเน็ต-บีเน็ต ทางเว็บไซต์

สทศ.ประกาศแล้วผลสอบเอ็นเน็ต-บีเน็ต ปีการศึกษา 55 ทางเว็บไซต์

รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สทศ.ได้ดำเนินการประมวลผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (เอ็นเน็ต) ระดับประถมศึกษา (ป.6) มัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) และมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) ครั้งที่2 ปีการศึกษา 2555 และการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านพระพุทธศาสนา (บีเน็ต) ระดับมัธยมศึกษา 3 และ 6 ปีการศึกษา 2555 และประกาศผลผ่านเว็บไซต์ สทศ.ที่ www.niets.or.thในวันนี้ (31 มี.ค.) พร้อมกันนี้ทำการวิเคราะห์ค่าสถิติของการสอบเอ็นเน็ต ในระดับประถมศึกษา พบว่า สาระทักษะการเรียนรู้ ผู้เข้าสอบ 18,278 คน เฉลี่ย 43.10 คะแนน สูงสุด 86.67 ต่ำสุด 0.00 สาระความรู้พื้นฐาน ผู้เข้าสอบ 18,322 คน เฉลี่ย 37.97 คะแนน สูงสุด 88.33 ต่ำสุด 0.00 สาระการประกอบอาชีพ ผู้เข้าสอบ 18,275 คน เฉลี่ย 48.60 คะแนน สูงสุด 83.33 ต่ำสุด1.67 สาระทักษะการดำเนินชีวิต ผู้เข้าสอบ 18,273 คน เฉลี่ย 52.60 คะแนน สูงสุด 96.67 ต่ำสุด 0.00 และสาระการพัฒนาสังคม ผู้เข้าสอบ 18,211 คน เฉลี่ย 49.46 คะแนน สูงสุด 93.33 ต่ำสุด 0.00

ส่วนระดับม.ต้น พบว่า สาระทักษะการเรียนรู้ ผู้เข้าสอบ 57,789 คน เฉลี่ย 45.16 คะแนน สูงสุด 90.00 ต่ำสุด 0.00 สาระความรู้พื้นฐาน ผู้เข้าสอบ 58,135 คน เฉลี่ย 37.26 คะแนน สูงสุด 87.08 ต่ำสุด 0.00 สาระการประกอบอาชีพ ผู้เข้าสอบ 57,775 คน เฉลี่ย 46.33 คะแนน สูงสุด 88.33 ต่ำสุด 0.00 สาระทักษะการดำเนินชีวิต ผู้เข้าสอบ 57,769 คน เฉลี่ย 47.48 คะแนน สูงสุด 90.00 ต่ำสุด 0.00 และสาระการพัฒนาสังคม ผู้เข้าสอบ 57,675 คน เฉลี่ย 37.27 คะแนน สูงสุด 80.00 ต่ำสุด 0.00 และระดับม.ปลาย มีคะแนนดังนี้ สาระทักษะการเรียนรู้ ผู้เข้าสอบ 78,956 คน เฉลี่ย 52.98 คะแนน สูงสุด 93.33 ต่ำสุด 0.00 สาระความรู้พื้นฐาน ผู้เข้าสอบ 79,368 คน เฉลี่ย 35.41 คะแนน สูงสุด 85.83 ต่ำสุด 0.00 สาระการประกอบอาชีพ ผู้เข้าสอบ 78,932 คน เฉลี่ย 39.91 คะแนน สูงสุด 76.67 ต่ำสุด 3.33 สาระทักษะการดำเนินชีวิต ผู้เข้าสอบ 78,925 คน เฉลี่ย 47.46 คะแนน สูงสุด 90.00 ต่ำสุด 0.00 และสาระการพัฒนาสังคม ผู้เข้าสอบ 78,833 คน เฉลี่ย 36.64 คะแนน สูงสุด 76.67 ต่ำสุด 3.33

รศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับค่าสถิติของการสอบสอบบีเน็ต ระดับม.3 พบว่า วิชาพุทธประวัติและธรรมวินัย ผู้เข้าสอบ 7,479 คน คะแนนเฉลี่ย 41.08 คะแนน คะแนนสูงสุด 78.57 ต่ำสุด 11.43 วิชาศาสนปฏิบัติ ผู้เข้าสอบ 7,470 คน เฉลี่ย 42.77 คะแนน สูงสุด 90.00 ต่ำสุด 0.00 วิชาภาษาบาลี ผู้เข้าสอบ 7,471 คน เฉลี่ย 35.66 คะแนน สูงสุด 94.00 ต่ำสุด 11.00 และระดับม.6 พบว่า วิชาพุทธประวัติและธรรมวินัย ผู้เข้าสอบ 2,799 คน คะแนนเฉลี่ย 44.31 คะแนน คะแนนสูงสุด 85.71 ต่ำสุด 8.57 วิชาศาสนปฏิบัติ ผู้เข้าสอบ 2,798 คน เฉลี่ย 33.82 คะแนน สูงสุด 73.33 ต่ำสุด 3.33 วิชาภาษาบาลี ผู้เข้าสอบ 2,793 คน เฉลี่ย 39.38 คะแนน สูงสุด 94.00 ต่ำสุด 10.00

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9560000038879

สทศ.ประกาศผล เอ็นเน็ต-บีเน็ต ทางเว็บไซต์ Read More »

70 ร.ร.ดังทั่วประเทศจับฉลากเข้า ม.1 สพฐ.ย้ำไม่เปิดรับรอบ 2

ร.ร.ดัง 70 โรงทั่วประเทศจับฉลากรับ นร.วันนี้! “ชินภัทร” ลงพื้นที่ติดตามเผยปีนี้ราบรื่นทุกขั้นตอน ระบุยังเหลือ กทม.เขต 2 ที่มีเด็กล้นอีกกว่า 4 พันคน ชี้เด็กล้นทุกปี แต่ สพฐ.สามารถจัดหาที่เรียนให้ทุกคนได้แน่นอน ฝากเด็กพลาดหวังเร่งยื่นเขตพื้นที่ใกล้บ้านขอจัดสรรที่เรียนก่อนวันที่ 8 เม.ย.นี้ ลั่นไม่ต้องรอเข้า ร.ร.ดังเพราะไม่เปิดรับรอบ 2 แน่นอน

วันนี้ (31 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้กำหนดให้การรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ในปีการศึกษา 2556 ซึ่งที่ผ่านมาได้ผ่านขั้นตอนการสมัครและสอบคัดเลือกแล้ว วันนี้มาถึงขั้นตอนสุดท้าย ที่โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงในสังกัด สพฐ. ดำเนินการการจับฉลากนักเรียนในเขตพื้นที่บริการเพื่อเข้าเรียนต่อชั้นม.1 โดยครั้งนี้ นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ได้เดินทางตรวจเยี่ยมการจับฉลากที่โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย ด้วย

นายชินภัทร ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมว่า ในวันนี้มีโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ที่จับฉลากรับนักเรียนในพื้นที่บริการ 70 โรง แบ่งเป็น โรงเรียนในเขตสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) เขต 1 (กทม.เขต 1 ) จำนวน 4 โรง ,สพม.เขต 2 (กทม.เขต 2) จำนวน 18 โรง และสพม.เขต 3-42 จำนวน 48 โรง โดยปีนี้ จำนวน โรงเรียนที่มีการจับฉลากรับนักเรียนลดลงจากปีการศึกษา 2555 ซึ่งมีโรงเรียนจับฉลากทั้งหมด 110 โรง หลัง จากนี้ เด็กส่วนใหญ่จะมีที่เรียนเรียบร้อยแล้ว ยกเว้น ในพื้นที่ สพม.กทม.เขต 2 ซึ่งมีปัญหาเด็กล้นประจำทุกปี และในปีนี้ก็มีเด็กล้นอยู่ 4,416 คน เนื่องจากโรงเรียนทุกแห่งใน สพม. เขต 2 มีที่นั่งรองรับได้ทั้งหมด 22,260 คน แต่ปรากฎเด็กสมัครเข้าเรียนจำนวน 26,676 คน อย่างไรก็ตาม เด็กพลาดหวังจากการสอบคัดเลือก การจับฉลาก ยังไม่มีที่เรียนนั้น ให้ไปยื่นความจำนงขอรับการจัดสรรที่เรียนที่โรงเรียนในเขตพื้นที่บริการของ ตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 8 เม.ย.

“ สพฐ.ยืนยันว่า สามารถดูแลให้เด็กทุกคนที่เรียนได้อย่างแน่นอน หลังจากวันที่ 3 เม.ย.แล้ว สพม.แต่ละแห่งก็จะเริ่มการเกลี่ยเด็กที่ยังไม่มีที่เรียนไปในโรงเรียนที่ยัง ว่างอยู่ โดยเน้นส่งต่อไปที่โรงเรียนคู่พัฒนาก่อนเป็นอันดับแรก แต่ถ้าโรงเรียนคู่พัฒนาเต็มก็จะส่งต่อไปยัง โรงเรียนคู่สหกิจซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครฯ ขั้น ตอนการเกลี่ยเด็กนี้จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นและประกาศผลก่อนวันที่ 10 เม.ย. เพื่อให้นักเรียนไปมอบตัวทันตามกำหนด 11 เม.ย. การรับนักเรียนของสพฐ.จะเสร็จสมบูรณ์ทุกขั้นตอนก่อนสงกรานต์ และขอย้ำว่า โรงเรียนทุกแห่ง โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงนั้นจะไม่มีการเปิดรับนักเรียนรอบ 2 อย่างแน่นอน จากนี้ไป จะมีแต่การเกลี่ยเด็กเท่านั้น หากโรงเรียนใดเปิดรับ นักเรียนรอบ 2 ถือว่า โรงเรียนนั้นไม่ทำตามหลักเกณฑ์การรับนักเรียนของสพฐ.” นายชินภัทร กล่าว

นายชินภัทร กล่าวต่อว่า การรับนักเรียนในปีนี้นั้น สามารถบริหารจัดการได้ง่ายกว่าปีที่ผ่านมา เพราะจำนวนเด็กที่ป้อนเข้ามาลดลงตามอัตราการเกิดที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อ เนื่อง การรับนักเรียนในขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่ การสอลคัดเลือก การจับฉลากรับนักเรียน จึงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้กระทั่งการนำผลคะแนนโอเน็ตมาใช้ในสอบเข้า ม.1 นั้น ก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน รวมถึงการรับนักเรียน ม.4 ก็ไม่เกิดปัญหาซ้ำรอยปีที่ผ่านมา เพราะ สพฐ.ได้ปรับเกณฑ์รับนักเรียนม.4 ใหม่ ให้โรงเรียนรับนักเรียนเดิมที่มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม 5 ภาคเรียนไม่ต่ำกว่า 2.00 ขึ้น เรียนต่อในระดับมัธยมปลายโดยอัตโนมัติ เพราะถือว่า เด็กได้รับผิดชอบต่อผลการเรียนเขาแล้วก็ควรจะได้สิทธิเรียนต่อม.ปลาย จะมีปัญหาแค่โรงเรียนแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด ที่สับสับในเกณฑ์การับนักเรียน จึงเปิดรับนักเรียนนอกเข้ามามากเกินไป กระเทือนสิทธิ นักเรียนม.3 เดิม แต่เมื่อ สพฐ.ทราบเรื่อง ก็ได้ให้โรงเรียนแห่งนั้น ปรับปรังการรับนักเรียนจนเป็นไปตามเกณฑ์ ไม่มีปัญหาแล้ว

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9560000038877

70 ร.ร.ดังทั่วประเทศจับฉลากเข้า ม.1 สพฐ.ย้ำไม่เปิดรับรอบ 2 Read More »

ไซเบอร์โฮมหนุนการศึกษาไทยจริงหรือ (itinlife390)

game addiction
game addiction

มีนักวิชาการกล่าวถึงวิธีการแก้ปัญหาขาดแคลนครูในหลายโรงเรียนของไทย เพราะปัจจุบันมีโรงเรียนที่ไม่มีครูเลย บางโรงเรียนมี 1 คน ซึ่งสถิติในภาพรวมของประเทศมีอัตราส่วนของครูต่อนักเรียนประมาณ 1 ต่อ 20 ซึ่งมีความเหมาะสม แต่มีปัญหาที่การกระจายครู พบว่า บางพื้นที่ก็กระจุก บางทีก็ไม่มีเลยสักคน แต่มีนักเรียนรอเรียนหนังสืออยู่ ประกอบกับความต่อเนื่องของนโยบายแท็บเล็ตพีซีที่จะมาเป็นปีที่สอง หนุนด้วยการขยายพื้นที่บริการวายไฟร์ (Wi-Fi) และอินเทอร์เน็ตฟรีของกระทรวงไอซีที ล้วนสนับสนุนคำว่าไซเบอร์โฮม (Cyber Home) ให้เป็นจริง

เมื่อมองการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของเด็กไทย ก็พบรายละเอียดในข่าวการจัดงานแข่งเกมออนไลน์เมื่อปลายมีนาคม 2556 ที่ให้ข้อมูลว่ามีคนไทยที่เข้าเกม Hon เดือนละเกือบ 2 ล้านคน โดยเกม Hon กับเกม Point Blank มีสัดส่วนในร้านเน็ตกว่าร้อยละ 80 ซึ่งสถิตินี้ทำให้เกิดข้อสังเกตว่าเด็กไทยเข้าถึงโลกไซเบอร์ได้มากจนบริษัทเกมเลือกประเทศไทยเป็นเวทีหนึ่งในการจัดการแข่งขันของเกมเมอร์ (Gamer) แต่ทำไมเมื่อต้องแข่งขันทางวิชาการกลับพบว่าคะแนนอยู่รั้งท้ายของโลก เมื่อสพฐ.จัดสอบ National Test (NT) โดยใช้แนวข้อสอบแบบ PISA พบว่าด้านเหตุผลมีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าด้านคำนวณและด้านภาษา แล้วไปพบหนังสั้นเรื่องหนึ่งที่ฉายภาพว่าคุณครูยืนสอนอยู่หน้าชั้น แต่นักเรียนก็เปิดเฟซบุ๊คและเล่นเกมออนไลน์ อาจเป็นบรรยากาศที่ครูปล่อยให้นักเรียนเลือกเรียนรู้ด้วยตนเองมากเกินไป การใช้อินเทอร์เน็ตผิดวัตถุประสงค์แบบไม่ถูกที่ถูกเวลา โดยเฉพาะในขณะที่ครูกำลังพัฒนานักเรียนให้มีความรู้ทางวิชาการเพิ่มขึ้น ก็อาจเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนถึงสาเหตุที่ทำให้เด็กไทยมีศักยภาพในการแข่งขันด้านการศึกษาไม่เป็นไปตามคาด

ที่น่าเป็นห่วงคือการขยายโอกาสการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของภาครัฐไปสู่ครัวเรือน แม้จะต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะทำให้ทุกคนเข้าถึงสวัสดิการนี้ได้ แต่ถ้าวันนั้นมาถึงก็จะมีคำถามว่ายังมีเด็กติดเกมอยู่หรือไม่ ถ้ามีก็หมายความว่าอินเทอร์เน็ตเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้การศึกษาล้มเหลว เพราะเด็กติดเกมก็จะไม่ใส่ใจกับการเรียน แต่จะอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เล่นเกมในโลกไซเบอร์ทั้งวันทั้งคืน พฤติกรรมที่แต่งชุดนักเรียนออกบ้านไปร้านเกมก็จะเกิดขึ้นน้อยลง เพราะไซเบอร์โฮมก็เหมือนย้ายร้านเกมไปอยู่ที่บ้าน ส่วนโรงเรียนก็คงจะตั้งอยู่ที่เดิมต่อไป

http://suite101.com/article/video-game-addiction–how-much-video-gaming-is-too-much-a279998

 

ไซเบอร์โฮมหนุนการศึกษาไทยจริงหรือ (itinlife390) Read More »

ดันไซเบอร์โฮม (Cyber home) ส่งไอซีทีถึงบ้าน

ict กับ child
ict กับ child

 

cyber home จะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนครู
เด็ก ๆ จะได้เรียนผ่านอินเทอร์เน็ต เรียนผ่านอีเลินนิ่ง
เรียนแบบ child center


“ภาวิช” แจงช่วยแก้คุณภาพครู สสค.ชี้ไทยเผชิญปัญหาแก่-จน-โง่

http://www.thairath.co.th/content/edu/335714

จากการเสวนาวิชาการนานาชาติด้านการศึกษาและประชุมปฏิบัติการเพื่อการปฏิรูปหลักสูตร โดยสำนัก งานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) องค์การยูเนสโก และคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตร ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตร ศธ. กล่าวว่า หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ใช้อยู่ปัจจุบันใช้มานานกว่า 12 ปี ศธ.จึงต้องปรับให้สอดรับกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเน้นหลักสูตรที่นำไปสู่การปฏิบัติ ทั้งข้อมูลจาก สสค.พบว่า คนกว่า 70% ของประเทศไม่ได้เรียนต่ออุดมศึกษาและต้องเข้าสู่ตลาดแรงงาน ดังนั้น การศึกษาพื้นฐานจึงไม่ควรตอบสนองเพียงแค่เด็กที่เข้าสู่อุดมศึกษา แต่ต้องรวมถึงเด็กกลุ่มใหญ่ของประเทศ และหลังจากที่รัฐบาลปฏิรูปหลักสูตรแล้ว ก็จะปฏิรูปครูต่อ เพราะพบการผลิตครูที่มีจำนวนมากแต่กระทบต่อคุณภาพและการมีงานทำ โดยปัจจุบันเรามีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ถึง 1 ล้านคน และเป็นครูอยู่ในระบบ 600,000 คน หรือครู 1 คน ต่อนักเรียน 19 คน ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่เหมาะสม แต่ปัญหาคือความล้มเหลวของการกระจายครู ทำให้ขาดแคลนครูบางพื้นที่ หากมีระบบไอซีทีที่ดีก็จะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนครูที่มีคุณภาพ ศธ.จึงกำลังเสนอให้รัฐบาลขับเคลื่อนระบบไอซีที จัดทำระบบไซเบอร์โฮม เพื่อใช้ไอซีทีที่เข้าถึงทุกบ้าน

ด้าน ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รองประธานคณะกรรมการ สสค. คนที่ 2 กล่าวว่า การปฏิรูปการศึกษาต้องนำไปสู่การปฏิรูปประเทศไม่ใช่แค่ปฏิรูปเพื่อการศึกษา เพราะประเทศไทยกำลังเผชิญสถานการณ์ 3 ด้านคือ “แก่ จน และโง่

1. ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมวัยชรา สิ่งที่เห็นขณะนี้คือโรงเรียนร้างและการยุบรวมโรงเรียน และอีก 10 ปีข้างหน้าจะเห็น ร.ร.อาชีวะร้าง

2.ความยากจน

3. ระดับการศึกษาแรงงานไทยที่ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ ดังนั้น การศึกษาไทยต้องส่งเสริมให้วัยแรงงานได้ศึกษาต่อเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน ใช้โรงเรียนที่ว่างอยู่เป็นที่ฝึกอาชีพ.

http://www.thairath.co.th/content/edu/335714

http://variety.n108.com/view/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%81-%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B9%8C-80.html

ดันไซเบอร์โฮม (Cyber home) ส่งไอซีทีถึงบ้าน Read More »

เกมออนไลน์ชื่อดัง HON และ Point Blank ตั้งเป้านักเรียน-นักศึกษา

 

ภาพจาก Neolution E-Sport
ภาพจาก Neolution E-Sport

30 มี.ค.56 ผู้จัดงาน Garena Star League 2013 จัดแข่งประชัน 2 เวทีเกมออนไลน์ชื่อดัง HON และ Point Blank ตั้งเป้านักเรียน นักศึกษา ชมงานกว่า 5 หมื่นคน เล็งขยายพื้นที่จัดงานครั้งหน้าอีกเท่าตัว รองรับเกมเมอร์ (Gamer) จากการสำรวจยังพบว่าทั้ง 2 เกม เป็นเกมที่มีสัดส่วนการเล่นกว่า 80% ของร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะเกม HON ที่มีผู้เล่นแอคทีฟกว่า 2 ล้านคนต่อเดือน

นายสกลกรณ์ สระกวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Playinter และ Garena ผู้จัดงาน Garena Star League 2013 เปิดเผยว่า การจัดงาน Garena Star League 2013 ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทขยายไลน์การจัดงานมาเป็นงานใหญ่จากที่เคยเข้าร่วมกับงานเกมประจำปีมาก่อนหน้านี้ โดยการจัดงานครั้งนี้บริษัทใช้งบประมาณทั้งหมดราว 15 ล้านบาท เพื่อจัดแข่งขันหาผู้ชนะใน 2 เกมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทยคือ Hero of Newerth (HON) และ Point Blank ซึ่งเป็นเกมแนววางแผน โดยมีผู้แข่งขันที่เป็นนักกีฬาอี-สปอร์ต จาก 9 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย รัสเซีย สหรัฐอเมริกา ยุโรป จีน และไทย เข้าร่วมการแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะในเกม HON ซึ่งทีมผู้ชนะจะได้รับรางวัลกว่า 9 แสนบาท ส่วนทีมผู้ชนะเกม Point Blank จะได้รับรางวัลราว 2 แสนบาท

สำหรับเป้าหมายการจัดงานในครั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานเกิน 5 หมื่นคน โดยเน้นกลุ่มผู้เข้าร่วมงานเป็นนักเรียนนักศึกษา และหวังให้เกิดการผลักดันวงการอี-สปอร์ตอย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย โดยบริษัทมั่นใจว่าการจัดงานในครั้งนี้เป็นการจัดงานที่ถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งในประเทศไทย นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนขยายพื้นที่การจัดงานในครั้งต่อไปให้ใหญ่กว่าการจัดงานในครั้งนี้อีกว่าเท่าตัว โดยคาดว่าจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน คือ เวทีจัดการแข่งขันและโซนจำหน่ายสินค้าต่างๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์การเล่นเกมออนไลน์ เพื่อรองรับความต้องการของผู้เข้าร่วมงาน

นายสกลกรณ์ กล่าวอีกว่า กระแสความนิยมเกม HON และ Point Blank ในประเทศไทยถือเป็นเกมออนไลน์ 2 เกมที่มีผู้เล่นจำนวนสูงสุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะเกม HON ที่มีผู้เล่นแอคทีฟกว่า 2 ล้านคนต่อเดือน ส่วนเกม Point Blank ถือเป็นเกมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 นอกจากนี้ จากการสำรวจยังพบว่าทั้ง 2 เกม เป็นเกมที่มีสัดส่วนการเล่นกว่า 80% ของร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ทั่วประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้งาน Garena Star League 2013 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30-31 มีนาคม 2556 ณ ไบเทค บางนา ฮอลล์ 103 ตั้งแต่ 10.00-21.30 น. โดยนอกจากกิจกรรมการแข่งขันเกม HON และ Point Blank ภายในงานดังกล่าวยังมีการจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับการเล่นเกมออนไลน์และสินค้าต่าง ๆ

หนังสั้นสุจิปุลิ
http://www.youtube.com/watch?v=tvrwxbuDNeY

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=503350609701978&set=a.172813332755709.30332.164000793636963
http://download.online-station.net/view/g/1101
http://gamerdb.online-station.net/hon
http://www.thairath.co.th/content/tech/335851

 

เกมออนไลน์ชื่อดัง HON และ Point Blank ตั้งเป้านักเรียน-นักศึกษา Read More »

อีกก้าวของ GIS จังหวัดลำปาง

ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม
ผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม

 

quantum gis
quantum gis

http://www.facebook.com/media/set/?set=a.443766532367104.1073741851.22824543725254

 

นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธาน
นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธาน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม อธิการบดี มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง ร่วมประชุมคณะทำงานพัฒนาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) โดยมีนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธาน เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) จังหวัดลำปาง โดยมีหัวหน้างานจังหวัดลำปางเป็นประธานคณะทำงาน, สถิติจังหวัดลำปางเป็นรองประธานคณะทำงาน เจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิทัศน์ศาสตร์ (GIS) เป็นคณะทำงาน และหัวหน้ากลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานจังหวัดลำปาง เป็นคณะทำงานและเลขานุการ ณ ห้องประชุม POC ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำปาง เมื่อวันศุกร์ ที่ 29 มีนาคม 2556

 

28 มี.ค.56 ในการประชุมเรื่อง GIS คุณถาวร จันทร์ต๊ะ ได้นำเสนอการใช้โปรแกรม Quantum GIS ของ nectec ที่ map แผนที่ 1 ต่อ 4000 ส่วนทีมของสำนักงานสาธารณสุขนำเสนอโปรแกรม JHCIS ซึ่งใช้ระบุตำแหน่งบ้านที่มีผู้ป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ทำให้มีฐานข้อมูลสำหรับติดตามผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลงข้อมูลก็สามารถดำเนินการได้ไม่ยากนักคล้ายกับการปักหมุดของ google map และ export ออกมาเป็น excel เพื่อส่งไปใช้ในโปรแกรมอื่น ๆ ได้

ในที่ประชุมได้พูดถึงการลงข้อมูลเดิมไว้ ผ่านโปรแกรม ARCView หรือ ARCInfo แต่ก็ไม่มีรายละเอียดในระหว่างการประชุมมากนัก เพราะก้าวต่อไปคือการนำเสนอประเด็นผู้สูงอายุ กับผู้พิการผ่านเว็บเบส ทำให้มีประเด็นที่ค่อนข้างหลากหลายในเวลาที่จำกัด

 

jhcis
jhcis

มีประเด็นที่พอสรุปได้เบื้องต้น
1. จัดทำความร่วมมือระหว่างจังหวัดกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
2. ประสานพื้นที่ ทำความเข้าใจและลงข้อมูลผ่าน JHCIS
3. กำหนดข้อมูลแผนที่สำหรับจัดทำ GIS ให้ชัดเจน
ในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้านว่าจะใช้แผนที่จากหน่วยใด

 

http://www.nonpordang.com/new/thread-139-1-1.html

GIS for JHCIS on mobile version 1.0.0
http://www.nonpordang.com/ftp/gis/mgis_2013_02_24_1_0_0.zip

ผมสนใจเรื่องทำแผนที่มานานแล้ว แต่ก็ไม่ได้ลงไปในรายละเอียด วันนี้ได้พบผู้รู้ นักวิชาการ ผู้ลงมือปฏิบัติ และผู้กำหนดนโยบายในหลายระดับ ทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นมาก
+ http://www.thaiall.com/map

 

เก็บตก
วันศุกร์ที่ 15 ก.พ.56
ราว 11 โมง ไปประชุมถอดบทเรียนเครือข่ายมหาวิทยาลัยลำปาง มีท่านรองผู้ว่าศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ และผศ.ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม แล้ววันศุกร์ที่ 28 มี.ค.56 ราว 11 โมงเช่นกัน ไปประชุมเรื่องพัฒนาระบบ GIS กับ 2 ท่านเดิม ปรากฎว่าไฟฟ้าดับทั้ง 2 ครั้งที่ไปประชุม น่าจะเป็นอุบัติเหตุครับ

 

Download
Quantum GIS : http://www.qgis.org
JHCIS : http://www.jhcis.net

 

15ก.พ.56 ประชุมวิจัย
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=599537473393721&set=a.598908416789960.144219.506818005999002
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=599731393374329&set=a.598908416789960.144219.506818005999002

อีกก้าวของ GIS จังหวัดลำปาง Read More »