ศธ.จับมือเครือข่ายต่อสู้ยาเสพติด

3 เมษายน 2556

นายศุภกร วงศ์ปราชญ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้ทุกกระทรวงดำเนินการป้องกันและปราบปรามปัญหายาเสพติดนั้น ในส่วนของ ศธ.ทางคณะอนุกรรมการบริหารแผนยุทธศาสตร์ด้านการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด ซึ่งมีนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัด ศธ. เป็นประธาน ได้กำหนดแนวนโยบายในการป้องกันยาเสพติดให้เห็นเป็นรูปธรรมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะ ศธ.จะทำลำพังฝ่ายเดียวไม่ได้ เช่น ร่วมกับศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) สร้างวิทยากรแกนนำ อาทิ วิทยากรจากตำรวจ ทหาร หรือครูพระ ที่จะเข้าไปให้ความรู้ในสถานศึกษาต่าง ๆ ควบคู่กับครูอาจารย์ที่ทำหน้าที่ให้ความรู้เป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งวิทยากรแกนนำจะมีเทคนิคการนำเสนอที่แตกต่างเป็นที่น่าสนใจของเด็ก

รองปลัด ศธ. กล่าวอีกว่า ศธ.ยังจะร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สร้างความเข้มแข็งให้สถานศึกษา โดยสนับสนุนการจัดกิจกรรมที่นำไปสู่การเป็นโรงเรียนต้นแบบต่อต้านและป้องกันปัญหายาเสพติด โดย ป.ป.ส. จะสนับสนุนงบประมาณให้ 3,675 โรงเรียน โรงเรียนละ 7,000 บาท เพื่อจัดกิจกรรม นอก จากนี้ ศธ.ยังจะคัดเลือกสถานศึกษาต้นแบบในแต่ละสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อมอบรางวัลให้เป็นขวัญและกำลังใจในการทำ ความดีด้วย

“จากข้อมูลของ ป.ป.ส.พบว่าแนวโน้มกลุ่มเยาวชนจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น โดยกลุ่มอาชีวศึกษาจะมากกว่าสายสามัญ ส่วนกลุ่มอายุที่น่าเป็นห่วงคือม.ปลาย และ ปวช. ทาง ศธ.จึงต้องเร่งจัดหาวิทยากรเข้าไปให้ความรู้เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม รวมทั้งยังจะร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำรวจพื้นที่เสี่ยงทั้งแหล่งสถานบันเทิง และอบายมุขที่อยู่ใกล้สถานศึกษา แม้แต่หอพักที่อาจใช้เป็นแหล่งมั่วสุมของเยาวชน เพื่อหามาตรการในการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อไป” นายศุภกร กล่าว.

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32345&Key=hotnews

ศธ.จับมือเครือข่ายต่อสู้ยาเสพติด Read More »

‘พงศ์เทพ’ ป้อนชื่อทุจริตครูใส่มือ อ.ก.ค.ศ. ยันเพียงพอตัดสินใจ ‘ฟัน’ / ‘ดีเอสไอ’ เตรียมแกะรอยควานหาข้อสอบรั่ว

3 เมษายน 2556

ศึกษาธิการ/ดีเอสไอ * “พงศ์เทพ” ชี้เป้ามอบรายชื่อผู้สอบครูผู้ช่วยรายไหนทุจริตให้ อ.ก.ค.ศ.ฟันแล้ว ยันเพียงพอแก่การตัดสินใจ ย้ำ สพป.ศรีสะเกษ เขต 3 อย่าอ้างไม่มีหลักฐานเอาผิด “ภาณุวัฒน์” ถามมีชื่อสอบสองที่ ใครในโลกทำกันอย่างนี้ ไม่ทุจริตหรือ ด้าน “ชินภัทร” หอบหลักฐาน 600 หน้าให้ดีเอสไอสอบ “ธานินทร์” เผยปฐมบทต้องแกะรอยให้ได้ ข้อสอบรั่วยังไง

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีหลายคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา จะส่งเรื่องการพิจารณายกเลิกการสอบคัดเลือกครูผู้ช่วย กรณีจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 ที่มีปัญหาทุจริตมาให้ ก.ค.ศ.พิจารณา ว่าคงไม่มีปัญหา ถ้าคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่ฯ ได้ไปตรวจสอบข้อมูลได้เพียงพอ แต่คิดว่ายังไม่อยากตัดสินใจเอง ทาง ก.ค.ศ.ก็จะตัดสินใจให้ได้ แต่ว่าขณะนี้ข้อมูลคะแนนที่ทางสำนักงาน ก.ค.ศ.ส่งไปให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ นั้น ไม่ใช่ดูแค่ว่าคะแนนเป็นเช่นไร และส่งเรื่องกลับมาที่ ก.ค.ศเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ศธ.ได้ส่งตัวเป้าไปให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ไปแล้วว่าใครได้คะแนนสูงผิดปกติบ้าง และสามารถเรียกคนเหล่านี้มาสอบได้ หรืออาจจะเรียกคนที่ได้คะแนนสูงมาทำข้อสอบก็ได้ จะได้ดูว่าทำได้อย่างไร และจะดูได้ว่าเก่งจริงหรือไม่เก่ง ซึ่งจะได้เป็นข้อมูลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจ ซึ่งการที่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ จะส่งเรื่องมาให้ ก.ค.ศ.ตัดสินนั้นมีวิธีการที่จะดำเนินการได้อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณี ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3 ระบุว่ากรณีของนายภานุวัฒน์ ไชยวงค์ ผู้ที่ผ่านการสอบครูผู้ช่วยที่ สพป.ศรีสะเกษ เขต 3 ยังไม่มีข้อมูล หลักฐานที่จะวินิจฉัยได้ว่ามีการทุจริต นายพงศ์เทพกล่าวว่า เรื่องนี้มีข้อมูลต่างๆ ที่สืบสวนออกมาแล้ว ลองคิดดูว่าหากไปสมัครสอบสองที่แล้วทำใบสมัครสอบคัดเลือกหาย คงไม่มีใครที่ไหนในโลกทำ จะเอาใบสมัครคนอื่นไปสอบเพื่ออะไร และกรณีแบบนี้ทราบว่ามีหลายเขตพื้นที่ด้วย
“ผมเชื่อว่าหลาย อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ จะดำเนินการเพื่อที่จะดูว่าผู้ที่สอบบรรจุครูผู้ช่วยได้สอบมาได้ด้วยตนเองหรือไม่ ซึ่งจุดที่สำคัญจะต้องช่วยกันสกัดคนที่ไม่ได้สอบมาด้วยความรู้ความสามารถ แต่อาจจะไปรู้ข้อสอบมา หรือรู้เฉลยมา ซึ่งวิธีการตรวจสอบน่าจะตรวจสอบกันได้ และให้ถือว่าเป็นการช่วยเหลือกันทำงานและตรวจสอบเรื่องนี้”

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เดินทางเข้าพบนายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามทุจริต กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ปากคำในคดีทุจริตการสอบครู และกล่าวก่อนการเข้าปากคำต่อพนักงานสอบสวนว่า วันนี้ตนได้เตรียมเอกสารและหลักฐานกว่า 600 หน้ามาให้ดีเอสไอ เกี่ยวข้องใน 7 ประเด็น ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับสพฐ. อยู่ 4 ประเด็น ประกอบด้วย การกำหนดหลักเกณฑ์ให้ส่วนกลางเป็นผู้ออกข้อสอบแทนเขตพื้นที่การศึกษา, การจัดจ้างบริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นติ้ง จำกัด เป็นผู้จัดพิมพ์ข้อสอบ, การให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย เป็นผู้จัดส่งข้อสอบไปยังเขตพื้นที่การศึกษา และการเผยแพร่เฉลยคำตอบของข้อสอบ ว่าในส่วน 4 ประเด็นนี้ทาง สพฐ.นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง และมั่นใจในพยานหลักฐานว่าจะสามารถชี้แจงกับพนักงานสอบสวนได้ แต่ในส่วนรายละเอียดนั้นยังไม่ขอเปิดเผย เนื่องจากมีจำนวนมาก

นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ดีเอสไอ เปิดเผยก่อนการเข้าสอบปากนายชินภัทรว่า ประเด็นการสอบปากคำในวันนี้มุ่งเน้นไปในเรื่องของหลักเกณฑ์ในการจัดสอบแบบรวมศูนย์ที่ส่วนกลางมีกระบวนการขั้นตอนอย่างไร ซึ่งนายชินภัทร ในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรง จะต้องชี้แจงเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ให้ส่วนกลางเป็นผู้รับผิดชอบจัดการสอบ แทนเขตพื้นที่ฯ ไปจัดการสอบเอง และภายหลังกำหนดหลักเกณฑ์การสอบแล้ว มีการตั้งคณะกรรมการกี่ชุดเข้าไปดูแลรับผิดชอบ ตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกข้อสอบ การออกข้อสอบว่าข้อสอบรั่วหรือไม่ การเฉลยข้อสอบรั่วมีหรือไม่ จนกระทั่งการจัดพิมพ์ข้อสอบ ซึ่งหากได้ข้อมูลในส่วนนี้แล้วทางดีเอสไอก็จะทยอยเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบปากคำ
ส่วนกรณีดังกล่าวจะโยงไปถึง รมว.ศธ.ด้วยหรือไม่ จะต้องสอบถามนายชินภัทรก่อนว่า รมว.ศธ. ในฐานะประธาน ก.ค.ศ. ได้เข้าไปมีส่วนในการมอบหมายสั่งการและเข้าไปล้วงลูกการสอบครั้งนี้ด้วยหรือไม่

นายธานินทร์กล่าวอีกว่า โดยส่วนตัวเชื่อว่าการทุจริตสอบครูทำกันเป็นขบวนการ และเริ่มจากส่วนกลางเป็นหลัก โดยข้อสอบจำนวน 200 ข้อ อาจมีการเฉลยข้อสอบเล็ดลอดออกมาด้วยตั้งแต่ต้น ดังนั้นดีเอสไอจึงเตรียมเชิญนายพิษณุ ฟองศรี อดีตรองคณะบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และนายชอบ ลีชอ อดีตผู้ตรวจราชการ ศธ. มาเป็นที่ปรึกษาในการทำคดี และช่วยวิเคราะห์คะแนนของผู้เข้าสอบทั้งหมดกว่า 9 พันคน ซึ่งมีการบรรจุไปแล้ว 240 คน ว่าผู้ที่ได้คะแนนสูงมันมีความผิดปกติหรือไม่ ซึ่งจะทำให้ชี้ได้ว่าใครได้คะแนนมาด้วยความสามารถ และใครทุจริตการสอบครั้งนี้

ภายหลังการให้ปากคำของนายชินภัทร นายธานินทร์ เปิดเผยว่า นายชินภัทรได้ให้ข้อมูลครอบคลุมตามประเด็นที่ซักถามทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาดีเอสไอไม่รู้ว่าในการจัดสอบครั้งนี้มีการตั้งคณะกรรมการชุดใดในการดำเนินการบ้าง หลังจากนี้เมื่อได้ข้อมูลคณะกรรมการชุดต่างๆ แล้วในสัปดาห์หน้าดีเอสไอต้องเชิญผู้เกี่ยวข้องในส่วนอื่นๆ ทั้งเจ้าหน้าที่ควบคุมคลังข้อสอบ เจ้าหน้าที่ที่นำข้อมูลออกมาทำข้อสอบ บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดพิมพ์ข้อสอบ บริษัท ไปรษณีย์ไทย เข้าให้ปากคำ ตลอดจนต้องลงไปตรวจสอบสถานที่ในการจัดเก็บข้อสอบทุกขบวนการทุกพื้นที่ ว่ามีความรัดกุมในการจัดเก็บแค่ไหน โดยเฉพาะในพื้นที่ว่ามีการตั้งคณะกรรมการดูแลข้อสอบอย่างไร มีจุดใดที่อาจเป็นช่องโหว่ให้สามารถนำไปเฉลยคำตอบได้หรือไม่.

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32342&Key=hotnews

‘พงศ์เทพ’ ป้อนชื่อทุจริตครูใส่มือ อ.ก.ค.ศ. ยันเพียงพอตัดสินใจ ‘ฟัน’ / ‘ดีเอสไอ’ เตรียมแกะรอยควานหาข้อสอบรั่ว Read More »

สทศ.เปิดคะแนนสูง-ต่ำแกต,แพต 56

3 เมษายน 2556

รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยผลสรุปผลการจัดสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ปีการศึกษา 2555 และผลการจัดทดสอบความถนัดทั่วไป หรือแกต และความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ หรือแพต ครั้งที่ 2/2556 ว่า ปีนี้ สทศ.ได้ตรวจข้อสอบแกต และ แพตเสร็จเร็ว จึงประกาศผลก่อนกำหนดจากวันที่ 10 เม.ย. เป็น วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนักเรียนที่มีข้อสงสัยในคะแนนโอเน็ต แกตและแพต สามารถยื่นคำร้อง เพื่อขอดูกระดาษคำตอบได้ที่ สทศ. ตั้งแต่วันที่ 3-5 เม.ย. 56 เวลา 09.00-16.30 น. โดยจะเปิดให้ดูกระดาษคำตอบ ในวันที่ 10 เม.ย.นี้

รศ.ดร.สัมพันธ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับค่าสถิติแกตและแพต มีดังนี้ แกตคะแนนเต็ม 300 คะแนน มีผู้เข้าสอบ 124,601 คน คะแนนเฉลี่ย 297.50 คะแนนต่ำสุด 2.50 คะแนนสูงสุด 297.50 ช่วงคะแนนสูงสุดที่นักเรียนทำคะแนนได้ 150.01-180.00 จำนวน 31,611 คน แกต 1 คะแนนเต็ม 150 คะแนน เข้าสอบ 79,855 คน เฉลี่ย 102.47 ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 150.00 ช่วงคะแนน 120.01-150.00 จำนวน 51,473 คน แกต 2 คะแนนเต็ม 150 คะแนน เข้าสอบ 76,411 คน เฉลี่ย 53.63 ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 150.00 ช่วงคะแนน 30.01-60.00 จำนวน 77,201 คน แพต คะแนนเต็ม 300 คะแนน แพต 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ เข้าสอบ 79,855 คน เฉลี่ย 44.91 ต่ำสุด 0.00 สูงสุด 295.00 ช่วงคะแนน 30.01-60.00 จำนวน 46,474 คน แพต 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ เข้าสอบ 76,411 คน เฉลี่ย 96.63 ต่ำสุด 18.00 สูงสุด 231.00 ช่วงคะแนน 90.01-120.00 จำนวน 34,843 คน แพต 3 ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์ เข้าสอบ 21,545 คน เฉลี่ย 113.75 ต่ำสุด 32.00 สูงสุด 280.00 ช่วงคะแนน 90.01-120.00 จำนวน 8,060 คน แพต 4 ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ เข้าสอบ 5,040 คน เฉลี่ย 98.09 ต่ำสุด 6.00 สูงสุด 226.00 ช่วงคะแนน 90.01-120.00 จำนวน 1,718 คน
แพต 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู เข้าสอบ 45,888 คน เฉลี่ย 144.01 ต่ำสุด 40.00 สูงสุด 234.00 ช่วงคะแนน 120.01-150.00 จำนวน 20,069 คน แพต 6 ความถนัดทางศิลปกรรมศาสตร์ เข้าสอบ 6,334 คน เฉลี่ย 132.87 ต่ำสุด 56.00 สูงสุด 238.00 ช่วงคะแนน 120.01-150.00 จำนวน 2,669 คน แพต 7.1 ความถนัดทางภาษาฝรั่งเศส เข้าสอบ 3,014 คน เฉลี่ย 89.74 ต่ำสุด 30.00 สูงสุด 285.00 ช่วงคะแนน 60.01-90.00 จำนวน 1,812 คน แพต 7.2 ความถนัดทางภาษาเยอรมัน เข้าสอบ 1,437 คน เฉลี่ย 87.39 ต่ำสุด 33.00 สูงสุด 285.00ช่วงคะแนน 60.01-90.00 จำนวน 942 คน แพต 7.3 ความถนัดทางภาษาญี่ปุ่น เข้าสอบ 2,530 คน เฉลี่ย 98.49 ต่ำสุด 27.00 สูงสุด 291.00 ช่วงคะแนน 60.01-90.00 จำนวน 1,359 คน แพต 7.4 ความถนัดทางภาษาจีน เข้าสอบ 4,641 คน เฉลี่ย 85.58 ต่ำสุด 6.00 สูงสุด 285.00 ช่วงคะแนน 60.01-90.00 จำนวน 2,916 คน แพต 7.5 ความถนัดทางภาษาอาหรับ เข้าสอบ 454 คน เฉลี่ย 90.89 ต่ำสุด 39.00 สูงสุด 261.00 ช่วงคะแนน 60.01-90.00 จำนวน 256 คน และแพต 7.6 ความถนัดทางภาษาบาลี เข้าสอบ 2,145 คน เฉลี่ย 90.46 ต่ำสุด 21.00 สูงสุด 207.00 ช่วงคะแนน 60.01-90.00 จำนวน 1,121 คน ทั้งนี้ วิชาที่มีผู้ได้คะแนนเต็มมากที่สุด คือแกต 1 จำนวน 6,383 คน คิดเป็นร้อยละ 5.13 ของผู้เข้าสอบ ขณะที่วิชาที่มีผู้ได้คะแนนต่ำสุดมากที่สุดคือ แกต 1 เช่นกัน คือได้คะแนนเป็น 0 จำนวน 1,004 คน คิดเป็นร้อยละ 0.81 ของผู้เข้าสอบ.

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32343&Key=hotnews

สทศ.เปิดคะแนนสูง-ต่ำแกต,แพต 56 Read More »

ยอดรับแอดมิสชั่นส์ 91 มหาวิทยาลัย 119,520 คน จำหน่ายใบสมัคร 4 – 21 เม.ย.

3 เมษายน 2556

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) และนายกสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(สอท.) แถลงข่าวการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง การรับนิสิต นักศึกษา หรือ แอดมิสชั่นส์ประจำปี 2556 ว่า ในปีนี้มีสถาบันอุดมศึกษา 91 แห่งเข้าร่วมรับนักศึกษา

โดยมีให้เลือก 720 คณะ/สาขาวิชา 3,812 รหัสวิชา รับนักศึกษาได้119,520 คน แบ่งเป็น มหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิกของ ทปอ. 24 แห่ง รับ59,658 คน มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) และมหาวิทยาลัยราชมงคล (มทร.)26 แห่ง รับ 20,066 คน สถาบันสมทบ 4 แห่ง รับ 1,726 คน และสถาบันอุดมศึกษาเอกชน 37 แห่ง รับ 38,070 คน

ทั้งนี้มหาวิทยาลัยในประเทศไทยมีอิสระที่จะเปิดรับนักศึกษาเพิ่มขึ้นได้ตลอด ซึ่งในปีนี้จำนวนรับนักศึกษาก็มากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาเกือบ 10,000 คน แม้ว่าจำนวนรับที่เพิ่มขึ้นอาจจะสวนทางกับจำนวนนักศึกษาที่น้อยลงก็ตาม ซึ่งสาเหตุที่มหาวิทยาลัยรับนักศึกษาเพิ่มขึ้นนั้น อาจเป็นเพราะการเปิดคัดเลือกในระบบรับตรงของมหาวิทยาลัยบางแห่งไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ขยายการศึกษาของตนเองโดยเปิดคณะต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจำนวนรับนักศึกษาจึงเพิ่มขึ้น

พร้อมระบุว่า สำหรับปฏิทินการแอดมิสชั่นส์ปี 2556 มีดังนี้
–  จำหน่ายหนังสือระเบียบการฯ วันที่ 4-21 เม.ย. ศูนย์กรุงเทพมหานคร/ศูนย์ภูมิภาค
–   รับสมัครวันที่ 11-21 เม.ย. ทาง www.cuas.or.th
–   ชำระเงินค่าสมัคร วันที่ 11-23 เมษายน ชำระเงินผ่านธนาคาร หรือ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ไทย
–   ผู้สมัครตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการสมัคร วันที่ 12-26 เม.ย.ทางเว็บไซต์ www.cuas.or.th
–   ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย วันที่ 9 พ.ค.ทางเว็บไซต์ www.cuas.or.th
–   สอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย วันที่ 14-16 พ.ค.และมหาวิทยาลัย/สถาบันอุดมศึกษาที่สอบได้- –   ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา วันที่ 22 พ.ค. ทางเว็บไซต์ www.cuas.or.th

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ สอท.
โทรศัพท์  0-2354-5150-2
โทรสาร 0-2354-5155-6

ที่มา: หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32341&Key=hotnews

ยอดรับแอดมิสชั่นส์ 91 มหาวิทยาลัย 119,520 คน จำหน่ายใบสมัคร 4 – 21 เม.ย. Read More »

สมัคร ม.1 เขต 2 กทม.ล้น เร่งเกลี่ยลง ร.ร.คู่พัฒนา

3 เมษายน 2556

เมื่อวันที่ 2 เมษายน นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงการรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 เขต กทม.ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปีการศึกษา 2556 ว่า สรุปข้อมูลเบื้องต้นการรับนักเรียนไม่ได้มีปัญหามากเหมือนปีที่ผ่านมา แต่จำนวนนักเรียนจะไปล้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 2 กทม. ซึ่งในปีนี้มียอดสมัครเรียน ม.1 จำนวน 30,447 คน แผนการรับ 22,260 คน แต่เมื่อไปตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครแล้วพบว่ามีการสมัครสอบซ้ำหลายโรงเรียนจำนวน 3,771 คน จึงทำให้มียอดสมัครเข้าเรียนจริง 26,676 คน และเมื่อรวมกับแผนการรับแล้วจึงเหลือนักเรียนที่เกินอยู่ 4,416 คน

นายชินภัทรกล่าวว่า หลังจากการจับสลากนักเรียนในเขตพื้นที่บริการเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา มีนักเรียนที่ยังไม่มีที่เรียนอีกประมาณ 3,000 คน ซึ่งทางเขตพื้นที่การศึกษากำลังประสานและเกลี่ยให้เด็กจำนวนนี้ไปเรียนในโรงเรียนคู่พัฒนา และกลุ่มโรงเรียนสหกิจในสังกัด กทม. โดยคาดว่าน่าจะหาที่เรียนให้เด็กเหล่านี้ได้ทั้งหมด “ภาพรวมการรับนักเรียนชั้น ม.1 ทั่วประเทศปีนี้ มีจำนวนเด็กที่เข้าเรียนน้อยกว่าปี 2555 ส่วนภาพรวมของการรับ ม.4 ยังไม่มีข้อมูลรายงานเข้ามา” นายชินภัทรกล่าว

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32340&Key=hotnews

สมัคร ม.1 เขต 2 กทม.ล้น เร่งเกลี่ยลง ร.ร.คู่พัฒนา Read More »

เกณฑ์คำนวณครูต่อนักเรียนในระดับประถมและมัธยม

teacher criteria
teacher criteria

การคำนวณอัตรากำลังข้าราชการครู
โรงเรียนประถมศึกษาและโรงเรียนมัธยมศึกษา

แบบ 1
โรงเรียนประถมศึกษาที่มีนักเรียน 120 คน ลงมา
และจัดการเรียนการสอน อ.1-ป.6 หรือ ป.1-ป.6

– นักเรียน 1 -20 คน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีครูผู้สอนได้ 1 คน
– นักเรียน 21 -40 คน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีครูผู้สอนได้ 2 คน
– นักเรียน 41 -60 คน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีครูผู้สอนได้ 3 คน
– นักเรียน 61 -80 คน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีครูผู้สอนได้ 4 คน
– นักเรียน 81 -100 คน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีครูผู้สอนได้ 5 คน
– นักเรียน 101 -120 คน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีครูผู้สอนได้ 6 คน

แบบ 2
โรงเรียนประถมศึกษาที่มีนักเรียน 121 คนขึ้นไป
และจัดการเรียนการสอน อ.1-ป.6 หรือ ป.1-ป.6

อัตราส่วน (อนุบาล) ครู : นักเรียน = 1 : 25
จำนวนนักเรียน : ห้อง = 30 : 1
อัตราส่วน (ประถม) ครู : นักเรียน = 1 : 25
จำนวนนักเรียน : ห้อง = 40 : 1

จำนวนบุคลากรสายบริหาร
– นักเรียน 121 – 359 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง
– นักเรียน 360 – 719 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 1 ตำแหน่ง
– นักเรียน 720 – 1,079 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 2 ตำแหน่ง
– นักเรียน 1,080 – 1,679 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 3 ตำแหน่ง
– นักเรียน 1,680 คนขึ้นไป มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 4 ตำแหน่ง

เงื่อนไข
– การคิดจำนวนห้องเรียน (โดยใช้จำนวนนักเรียน : ห้อง หารจำนวนนักเรียน) แต่ละชั้น
หากมีเศษตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เพิ่มอีก 1 ห้อง
– การคิดจำนวนครูให้ปัดเศษตามหลักคณิตศาสตร์ (0.5ขึ้นไปปัดเป็น 1 , ไม่ถึง 0.5 ปัดทิ้ง)

แบบ 3
โรงเรียนประถมศึกษาที่มีนักเรียน 121 คนขึ้นไป
และจัดการเรียนการสอน อ.1-ม.3 หรือ ป.1-ม.3

อัตราส่วน (อนุบาล) ครู : นักเรียน = 1 : 25
จำนวนนักเรียน : ห้อง = 30 : 1
อัตราส่วน (ประถม) ครู : นักเรียน = 1 : 25
จำนวนนักเรียน : ห้อง = 40 : 1
อัตราส่วน (มัธยม) ครู : นักเรียน = 1 : 20
จำนวนนักเรียน : ห้อง = 40 : 1

จำนวนบุคลากรสายบริหาร
– นักเรียน 121 – 359 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง
– นักเรียน 360 – 719 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 1 ตำแหน่ง
– นักเรียน 720 – 1,079 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 2 ตำแหน่ง
– นักเรียน 1,080 – 1,679 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 3 ตำแหน่ง
– นักเรียน 1,680 คนขึ้นไป มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 4 ตำแหน่ง

เงื่อนไข
– การคิดจำนวนห้องเรียน (โดยใช้จำนวนนักเรียน : ห้อง หารจำนวนนักเรียน) แต่ละชั้น
หากมีเศษตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เพิ่มอีก 1 ห้อง
– การคิดจำนวนครูให้ปัดเศษตามหลักคณิตศาสตร์ (0.5ขึ้นไปปัดเป็น 1 , ไม่ถึง 0.5 ปัดทิ้ง)

แบบ 4 โรงเรียนมัธยมศึกษา

อัตราส่วน (มัธยม) ครู : นักเรียน = 1 : 20
จำนวนนักเรียน : ห้อง = 40 : 1

จำนวนบุคลากรสายบริหาร
– นักเรียน 121 – 359 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง
– นักเรียน 360 – 719 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 1 ตำแหน่ง
– นักเรียน 720 – 1,079 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 2 ตำแหน่ง
– นักเรียน 1,080 – 1,679 คน มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 3 ตำแหน่ง
– นักเรียน 1,680 คนขึ้นไป มีผู้บริหารได้ 1 ตำแหน่ง มีผู้ช่วยได้ 4 ตำแหน่ง

เงื่อนไข
– การคิดจำนวนห้องเรียน (โดยใช้จำนวนนักเรียน : ห้อง หารจำนวนนักเรียน) แต่ละชั้น
หากมีเศษตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ให้เพิ่มอีก 1 ห้อง
– การคิดจำนวนครูให้ปัดเศษตามหลักคณิตศาสตร์ (0.5ขึ้นไปปัดเป็น 1 , ไม่ถึง 0.5 ปัดทิ้ง)

แบบ 5 การคำนวณอัตรากำลังข้าราชการครูโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์
อัตราส่วน ครู : นักเรียน = 1 : 12
จำนวนนักเรียน : ห้อง = 35 : 1

จำนวนครูรวม = (35 x จำนวนห้องเรียน) / 12

จำนวนครูปฏิบัติการสอน = จำนวนครูรวม – จำนวนบุคลากรสายบริหาร

จำนวนบุคลากรสายบริหาร
1 – 2 ห้องเรียน มีผู้บริหารได้ 1 คน
3 – 6 ห้องเรียน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีผู้ช่วยผู้บริหารได้ 1 คน
7 – 14 ห้องเรียน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีผู้ช่วยผู้บริหารได้ 2 คน
15 – 23 ห้องเรียน มีผู้บริหารได้ 1 คน มีผู้ช่วยผู้บริหารได้ 3 คน
24 ห้องเรียนขึ้นไป มีผู้บริหารได้ 1 คน มีผู้ช่วยผู้บริหารได้ 4 คน

หมายเหตุ ในการคำนวณตามสูตรหากมีเศษตั้งแต่ 0.1 ขึ้นไปให้ปัดเป็น 1
! http://www.saraeor.org/Job%20school3/km.kumlungkroo.htm
http://www.kroobannok.com/14836

เกณฑ์คำนวณครูต่อนักเรียนในระดับประถมและมัธยม Read More »

อาชีวะเปิดสอนปริญญาตรี

2 เมษายน 2556

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยระหว่างมอบนโยบายการดำเนินงานขับเคลื่อนสถาบันการอาชีวศึกษา แก่นายกสภาสถาบันฯ 19 แห่งและผู้เกี่ยวข้อง ว่า ตนอยากให้สถาบันการอาชีวศึกษาแต่ละแห่งไปกำหนดสัดส่วน หรือกำหนดสาขาที่จะผลิตให้ดีโดยเลือกเปิดสอนในสาขาที่เป็นความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการในพื้นที่ ซึ่งได้มอบให้กรรมการการอาชีวศึกษา เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานกับสถาบันการอาชีวศึกษาทั้ง 19 แห่ง เพื่อวางแผนการผลิตคนไม่ให้ซ้ำซ้อนกันและให้ตรงกับความต้องการของพื้นที่ เพราะตนไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์ ขณะเดียวกันไม่ต้องการให้เกิดกรณีหลอกเด็กมาเรียนแต่พอเรียนจบแล้วไม่มีงานทำ ดังนั้น สถาบันการอาชีวศึกษาจะต้องจัดระบบให้ดีผลิตคนตามต้องการและผู้ที่มาเรียนมีงานทำหลังเรียนจบ อย่างไรก็ตาม การวางแผนดังกล่าวต้องมีการทำงานร่วมกับภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า หลังจากนี้คณะกรรมการสภาสถาบันฯ แต่ละแห่งจะต้องไปพิจารณาหลักสูตรที่ได้มีการยกร่างไว้แล้ว และนำเสนอต่อคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (บอร์ด กอศ.) ในวันที่ 10 เม.ย.2556 เพื่อให้ความเห็นชอบ และเปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ปีการศึกษา 2556 ทั้งนี้ในปีแรกมีแผนที่จะเปิดรับปริญญาตรี 85 วิทยาลัยใน 19 สถาบันฯ จำนวน 16 สาขาวิชา รับวิทยาลัยละประมาณ 20 คน รวม 1,720 คน โดยแต่ละวิทยาลัยจะเปิดสอน 1 สาขาในวิชาที่ตนเองมีความพร้อมที่สุด ซึ่งการรับนักศึกษาจะเปิดรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จากทุกสังกัด แต่ไม่การันตีว่าเด็กที่สมัครจะได้เรียนทุกคน เพราะจะเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ

ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32321&Key=hotnews

อาชีวะเปิดสอนปริญญาตรี Read More »

“มศว”สอนวิชาชีวิตนิสิตครูชูเรียนสร้างแรงบันดาลใจ

2 เมษายน 2556

ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า การจะแก้ไขปัญหาสังคมได้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่สถาบันการศึกษาต้องเปลี่ยนวิธีคิดในการบริหารจัดการมหาวิทยาลัย ตลอดถึงการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน และความคิดเกี่ยวกับการผลิตบัณฑิต ต้องเปลี่ยนไป การเน้น เรียนแบบเดิม ที่เรียนในชั้นเรียนจึงต้องเปลี่ยนไปแม้เจาจะต้องผลักดันให้มหาวิทยาลัยก้าวสู่ความเป็นนานาชาติ หากแต่การแก้ปัญหาสังคมของตัวเองบนฐานคิดปัญหาของสังคมไทยก็ต้องทำด้วยเช่นกัน และต้องทำให้มากขึ้นด้วย ภายใต้สภาพปัญหาสังคม ที่ซับซ้อนและมีเงื่อนไข มากขึ้นกว่าเดิม

ทั้งนี้ ในวันที่ 2 เมษายนนี้ เวลา 13.00-16.00 น. ได้จัดเสวนาวิชาการเรื่อง “วิชาตน” หรือ SAC 2013 ขึ้น ณ อาคารนวัตกรรม ศ.ดร. สาโรช บัวศรี ชั้น 4 (หอดนตรีและศิลปะ 1 ห้องใหญ่ ) โดยการให้นิสิตเรียนรู้วิธีคิดของคนที่เป็นครูทั้งในระบบและนอกระบบ ว่าเขาผ่านปัญหาอุปสรรคอย่างไรบ้างในการสอนเด็ก อะไรทำให้ครูที่มีประสบการณ์สอนเด็กนอกระบบที่ใครต่อใครเรียกว่าเด็กมีปัญหาเกิดแรงบันดาลใจอยากเป็นคนดีได้ สิ่งเหล่านี้มหาวิทยาลัยต้องจัดวิชาเรียนรู้ประสบการณ์ผ่านเรื่องเล่าให้นิสิตได้มีโอกาสรับรู้รับฟัง และร่วมแลกเปลี่ยน จึงเรียกวิชานี้ว่า วิชาตน

“หากเราต้องการให้แวดสงการศึกษาไทย เปลี่ยนแปลง รูปแบบการเรียนการสอนแบบเดิม ที่เรียนกันในชั้นเรียนคงต้องเปลี่ยนไป รูปแบบการจัดงานวิชาการของ มศว. ก็ต้องเปลี่ยน จะเน้นนวัตกรรมทางสังคม เรียกว่า Social Innovation ให้มากขึ้น ถือเป็นการเรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์ตรงมากขึ้น นิสิตและบุคลากรจะเกิดพลังและแรงบันดาลใจ ในการเปลี่ยนตัวเองและเปลี่ยนสังคม ประสบการณ์ของคนต้นแบบ ถือเป็นเรื่องเล่าที่ทำให้ผู้ฟังได้ตระหนักและเริ่มเปลี่ยนตัวเองได้

อย่างไรก็ตาม อยากทำให้นักวิชาการอาจารย์ในสถาบันการศึกษาเรียนรู้ว่า การเรียนรู้วิชาชีวิตในการเสวนา “วิชาตน” ไม่จำเป็นต้องเรียนเพียงแค่ในชั้นเรียน หรือในตำราเรียน และ เป็นวิชาสำคัญอย่างมากที่ทุกสถาบันการศึกษาต้องให้ความสำคัญ การพูดคุยหรือฟังเรื่องราว ดี ๆ หรือเรื่องที่ยากลำบากของคนบางคน ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนในตัวผู้คนได้อย่างดีมาก ต้องการให้นิสิตเรียนรู้วิชาตนและถือเป็นนวัตกรรมทางสังคมที่สามารถเปลี่ยนคนได้

–คมชัดลึก ฉบับวันที่ 2 เม.ย. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32320&Key=hotnews

“มศว”สอนวิชาชีวิตนิสิตครูชูเรียนสร้างแรงบันดาลใจ Read More »

แนะ กยศ. ปรับวิธีจัดการเงินกู้เรียน

2 เมษายน 2556

นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ในฐานะผอ.สำนักงานคณะอนุบัญชีที่ 1 กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) มีนักศึกษาที่จบการศึกษาไปแล้วติดต่อกลับมาประมาณร้อยละ 70 โดยในจำนวนดังกล่าวมีผู้ที่ทยอยใช้เงินคืนต่อเนื่องแล้วร้อยละ 50 ส่วนผู้ที่ไม่ติดต่อมาเลยมีร้อยละ 25 ทำให้กองทุนต้องแบกรับภาระ เพราะถ้านักศึกษาเก่าที่จบไปแล้วนำเงินมาใช้คืน นักศึกษารุ่นใหม่ก็จะได้กู้เงินเรียนต่อไป ตนจึงอยากให้สถานศึกษารณรงค์สร้างจิตสำนึกให้แก่นักศึกษาในการใช้คืนเงินกู้ด้วย

นายบัณฑิตย์ กล่าวต่อไปว่า ที่เป็นปัญหามากคือนักศึกษาที่จบสายสามัญ เพราะหางานทำลำบาก อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ทางกยศ.ไม่ได้มีการส่งจดหมายติดต่อไปยังผู้กู้ยืมในช่วงที่เพิ่งสำเร็จการศึกษา แต่จะมีหนังสือไปถึงผู้กู้ยืมเพื่อแจ้งให้ชำระเงินกู้ยืม พร้อมส่งจดหมายฟ้องร้องแนบไปด้วย จึงทำให้เป็นปัญหาขึ้นมา ตนจึงเสนอบอร์ด กยศ.ให้มีการปรับปรุงการบริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เพราะผู้กู้ยืมบางคนอาจลืมไปว่า ยังค้างชำระเงินกู้อยู่

“เราต้องมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้กู้ยืมกับ กยศ.ในระหว่าง 2 ปี ไม่ใช่พอครบ 4 ปี ก็มีจดหมายไปถึงนักศึกษาว่าจะฟ้องร้องแล้วนะ ซึ่งส่วนใหญ่ถ้ามีจิตสำนึก เมื่อทวงเงินกู้ยืมครั้งแรกก็จะเริ่มใช้คืนแล้ว ดังนั้นเราต้องติดต่อกันบ่อย ๆ จะได้เข้าใจกันมากขึ้น” นายบัณฑิตย์ กล่าว.

–เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 3 เม.ย. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32318&Key=hotnews

แนะ กยศ. ปรับวิธีจัดการเงินกู้เรียน Read More »

สอศ.ปรับลุกส์ลบปมเด็กตีกัน

2 เมษายน 2556

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยภายหลังสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดประชุมระดมความคิดเห็นเรื่อง อนาคตภาพอาชีวศึกษา ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) และม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เพื่อนำข้อสรุปมาจัดทำแผนการศึกษาอาชีวศึกษาว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าการผลิตบุคลากร ต้องยึดความต้องการของสถานประกอบการเป็นหลัก ดังนั้นผู้สำเร็จอาชีวศึกษาต้องทำงานได้จริง และต้องมีความสามารถทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่วนตัวอย่างยุทธศาสตร์ที่จะนำมาขับเคลื่อน มีทั้งการพัฒนาระบบภาษีที่เอื้อต่อภาคเอกชนที่มาช่วยจัดการอาชีวศึกษา การพัฒนาหลักสูตร กำหนดรายได้และเส้นทางอาชีพ การประกันการมีงานทำผู้เรียนสายอาชีพ

“ที่เร่งด่วนคือการลดปัญหาการใช้ความรุนแรงในเด็กอาชีวะ เร่งสร้างความตระหนัก และส่งเสริมค่านิยมเชิงบวกกับระบบอาชีวศึกษา ซึ่งการระดมความเห็นดังกล่าวเป็นการมองอนาคตอาชีวะในระยะ 10 ปีข้างหน้า โดยผมจะนำมาปรับแผนพัฒนาอาชีวศึกษา และแผนปฏิบัติการประจำปี 2556 และ 2557 ของสอศ. อาทิ เรื่องการเน้นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การขยายระบบทวิภาคี โดยนำมาเชื่อมโยงกับหลักสูตรที่ปรับปรุงใหม่ เป็นต้น”

–ข่าวสด ฉบับวันที่ 3 เม.ย. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32319&Key=hotnews

สอศ.ปรับลุกส์ลบปมเด็กตีกัน Read More »