ดีเอสไอพบหลักฐานมัด พิรุธสอบครู ส่งข้อสอบล่วงหน้า 2 วัน พงศ์เทพฮึ่มเลิกทั้งล็อต

1 มีนาคม 2556

ดีเอสไอพบหลักฐานมัด พิรุธสอบครู ส่งข้อสอบล่วงหน้า 2 วัน พงศ์เทพฮึ่มเลิกทั้งล็อต

“พงศ์เทพ” แย้มยกเลิกสอบครูผู้ช่วยเฉพาะพื้นที่มีปัญหา “บิ๊ก ศธ.” แฉเหตุสมัครสอบซ้ำความคืบหน้ากรณีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิชรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)เข้าพบนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอให้ขยายผลการสอบสวนการทุจริตสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการครูในตำแหน่งครูผู้ช่วยครั้งที่ผ่านมา หลังตรวจพบมีพนักงานราชการในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 2 รายมีชื่อแต่ละรายเข้าสอบที่สนามสอบ 2 เขตพื้นที่การศึกษาในวันและเวลาเดียวกัน และทั้ง 2 รายมีชื่อเข้าสอบที่ สพป.ขอนแก่น เขต 3 เหมือนกันด้วย โดยรายแรกคือ นายภานุวัฒน์ ไชยวงศ์พนักงานราชการสังกัด สพป.ใน จ.ชัยภูมิ สอบติดลำดับที่ 1 กลุ่มวิชาเอกภาษาไทย ที่สพป.ศรีสะเกษ เขต 3 และปฏิเสธไม่ได้ไปสอบที่สพป.ขอนแก่น เขต 3 ทั้งที่มีชื่อสอบผ่านลำดับที่15 กลุ่มวิชาเอกทั่วไป ส่วนรายล่าสุดสอบติดลำดับที่ 1 กลุ่มวิชาเอกประถมศึกษา ที่สพป.นครปฐม เขต 1 ซึ่งเจ้าตัวยอมให้ข้อมูลกับกรรมการสืบสวนของ ศธ.เกี่ยวกับกระบวนการทุจริตครั้งนี้ โดยอ้างว่ามีข้าราชการระดับสูงในศธ.ร่วมขบวนการด้วย จึงถูกกันไว้เป็นพยานและมีแนวโน้มว่า ศธ.จะสั่งยกเลิกการสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้กว่า 2 พันอัตรานั้น

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ตรวจสอบว่า ผู้มีรายชื่อขึ้นบัญชีซ้ำกันที่ สพป.ขอนแก่น เขต3 และ สพป.นครปฐม เขต 1 ดังกล่าว ได้รับการบรรจุไปหรือยัง ซึ่งปรากฏว่าได้รับการบรรจุที่สพป.นครปฐม เขต 1 ไปแล้ว จึงต้องหาวิธีแก้ปัญหาต่อไป ทั้งนี้ ในกรณีที่คนหนึ่งคนไปสอบ 2 ที่หากดูตามหลักฐานเบื้องต้นต้องคิดว่า เจ้าตัวส่อว่ามีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตด้วย เพราะคนหนึ่งคนจะไปสอบ 2 ที่พร้อมกันไม่ได้แน่นอน ซึ่งได้มอบหมายให้นายเสริมศักดิ์ไปตรวจสอบว่ามีกระบวนการที่ไม่ชอบมาพากลหรือไม่

นายพงศ์เทพกล่าวต่อว่า ถ้าดีเอสไอชี้มูลว่ากระบวนการจัดสอบมีการทุจริตจริง จะต้องยกเลิกการสอบทั้งหมดหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าเรื่องนี้ต้องดูกระบวนการทั้งหมดก่อนว่าอะไรที่ไม่ถูกต้อง เช่น มีคนเอาข้อสอบออกไปเผยแพร่ก่อนสอบ ก็ต้องตรวจสอบว่าเป็นพื้นที่ใด หากเป็นจริงก็หมายความว่า พื้นนั้นๆ มีปัญหา ต้องแก้ไขเป็นจุดๆ เพราะพื้นที่ใดจัดสอบแบบตรงไปตรงมาก็ไม่ควรได้รับผลกระทบ ซึ่งต้องรอข้อมูลการสอบสวนจากดีเอสไอก่อน ทั้งนี้ ถ้ามีเหตุผลก็ยกเลิกได้ แต่ถ้าไม่มีเหตุผลและไปยกเลิกทั้งหมดคนที่สอบตามกระบวนการอย่างถูกต้องจะต้องโต้แย้งผ่านศาลปกครองแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่าขบวนการทุจริตนำเอาข้อสอบออกไปจัดติวก่อนสอบมีผู้บริหารระดับสูงใน ศธ.เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนายพงศ์เทพกล่าวว่า ต้องรอข้อมูลจากดีเอสไอก่อน อย่างไรก็ตาม ตนจะรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ทราบด้วย

นางรัตนา ศรีเหรัญ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กล่าวว่า กำลังรอหารือนายพงศ์เทพในการนัดประชุมคณะกรรมการ ก.ค.ศ.วาระพิเศษในเร็วๆ นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาการสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้ หลังพบว่ามีพนักงานราชการรายที่ 2 ล่าสุดมีชื่อโผล่เข้าสอบที่สพป.ขอนแก่น เขต 3 และ สพป.นครปฐมเขต 1 รวมทั้งจะนำข้อมูลจากการลงพื้นที่ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายภานุวัฒน์มาพิจารณาด้วย ส่วนกรณีที่นายเสริมศักดิ์ระบุว่า หากดีเอสไอสรุปว่าการสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้มีการทุจริตจริง จะยกเลิกการสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้ทั้งหมดนั้น การยกเลิกในภาพรวมถือเป็นอำนาจของที่ประชุมก.ค.ศ.ดำเนินการได้ แต่ต้องพิจารณาข้อมูลหลักฐานต่างๆ อย่างรอบคอบ

แหล่งข่าวระดับสูงใน ศธ.คนหนึ่งกล่าวว่าขณะนี้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดใหญ่ของศธ.ได้ส่งรายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้นให้นายเสริมศักดิ์แล้ว ซึ่งมีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับขบวนการทุจริต โดยในรายงานระบุถึงสาเหตุที่พนักงานราชการทั้ง 2 ราย ดังกล่าวสมัครสอบไว้2 เขตพื้นที่ฯแต่เข้าสอบได้เขตพื้นที่ฯเดียว ส่วนอีกเขตพื้นที่ฯจะมีตัวแทนเข้าสอบแทน คือที่สพป.ขอนแก่น เขต 3 นั้น จากการนำผังห้องสอบมาตรวจดูพบว่า จุดประสงค์ของการเข้าสอบแทนก็เพื่อบอกข้อสอบแก่ผู้ที่เข้าสอบที่สพป.ขอนแก่น เขต 3 อีก 2 ราย ซึ่งอยู่ในขบวนการติวข้อสอบ เพราะเมื่อตรวจสอบผลการสอบคัดเลือกแล้วพบว่า ผู้เข้าสอบที่นั่งอยู่ด้านหน้าคนที่เข้าสอบแทน สอบได้ในลำดับที่ 1 และผู้ที่นั่งด้านหลังคนที่เข้าสอบแทน สอบได้ในลำดับที่ 2
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายธาริตกล่าวว่าภายหลังดีเอสไอได้รับคำร้องให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว ในวันเดียวกันนี้ได้ออกหนังสือประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อขอรายละเอียดจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดที่ทาง สพฐ.ตั้งขึ้น ขณะเดียวกันตนได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยมีนายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ รอง ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 2 เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน ทั้งนี้ สำหรับประเด็นที่ต้องตรวจสอบมี 3 ประเด็น คือ 1.มีการนำกระดาษคำตอบไปเปิดเผยก่อนสอบหรือไม่ 2.มีการสอบแทนกันหรือไม่ และ 3.มีการใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ทุจริตสอบหรือไม่ คาดว่าจะใช้เวลา 15 วัน น่าจะมีความชัดเจน จากนั้นดีเอสไอจะส่งผลสอบให้ ศธ.พิจารณาว่าจะยกเลิกการสอบครั้งนี้หรือไม่

นายธานินทร์กล่าวว่า ข้อมูลที่ดีเอสไอต้องการคือ พื้นที่ที่พบว่ามีการทุจริต เพราะดีเอสไอคงไม่สามารถไปตรวจสอบได้ทั่วประเทศและต้องนำข้อมูลที่คณะกรรมการตรวจสอบฯของ สพฐ.ไปตรวจสอบมาแล้ว มาตรวจสอบต่อในเชิงลึก เพื่อระบุให้ชัดเจนว่ามีการทุจริตในรูปแบบใด และเกี่ยวข้องกับบุคคลใดบ้าง ซึ่งขณะนี้ได้รับการประสานจากคณะกรรมการตรวจสอบฯของ สพฐ.แล้ว เบื้องต้นพบข้อมูลความผิดปกติหลายประเด็น เช่น การส่งข้อสอบทางไปรษณีย์ก่อนสอบ 2 วัน จากนั้นส่งกระดาษคำตอบกลับมายัง สพฐ.ทางไปรษณีย์ เช่นเดียวกับผลการสอบก็ส่งทางไปรษณีย์ไปให้เขตพื้นที่การศึกษาต่างๆ ประกาศ

ด้านนายสมพงษ์ โรจน์ภัทรพงศ์ ผู้อำนวยการ (ผอ.) สพป.ขอนแก่น เขต 3 กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากทาง สพฐ.ว่า มีกรณีพนักงานราชการอีกรายหนึ่งที่มีชื่อเข้าสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยใน 2 เขตพื้นที่ฯคือที่ สพป.ขอนแก่น เขต 3 และสพป.นครปฐม เขต 1 จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนแล้ว และจะเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่ 1 มีนาคมนี้ด้วย

แหล่งข่าวใน สพป.นครปฐม เขต 1 กล่าวว่า สพป.นครปฐม เขต 1 มีหน้าที่รับสมัครและจัดสนามสอบตามคำสั่งของส่วนกลาง เมื่อจัดสอบเสร็จต้องส่งข้อสอบและกระดาษคำตอบทั้งหมดให้ส่วนกลางดำเนินการตรวจ และประกาศผลสอบเอง ทาง สพป.นครปฐม เขต 1 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ทราบด้วยว่าผู้สมัครสอบรายใดได้คะแนนเท่าไหร่ และในกรณีที่มีชื่อบุคคลเดียวกันเข้าสอบ 2 สนามสอบในวันและเวลาเดียวกันนั้น ทาง สพป.นครปฐม เขต 1 ก็ไม่สามารถรู้ได้ โดยมีการตรวจสอบผู้สมัครเข้าสอบตามขั้นตอน และไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

สำหรับความคืบหน้าทางคดีกรณีมีบุคคลแอบอ้างเข้าสอบแทนนายภานุวัฒน์ที่สพป.ขอนแก่น เขต 3 ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าไปสมัครสอบจริง แต่ไม่ได้ไปสอบ และยืนยันว่าไม่รู้เรื่องการเข้าสอบแทน ตนเองไปสอบเฉพาะที่ สพป.ศรีสะเกษ เขต 3 และสอบติดในลำดับที่1 ในกลุ่มวิชาเอกภาษาไทยนั้น พ.ต.อ.ออมสินตรารุ่งเรือง ผกก.สภ.พล จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่าหลังจากรับแจ้งความจากทาง สพป.ขอนแก่นเขต 3 ให้ดำเนินคดีเอาผิดกับผู้แอบอ้างเข้าสอบแทนนายภานุวัฒน์ ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปส่วนหนึ่งแล้ว ทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจพยายามติดตามตัวบุคคลดังกล่าวอยู่ คาดว่าไม่นานคงได้ตัว ทั้งนี้ ได้ขอกำลังไปยังตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวนภาค 4 เข้ามาช่วยติดตามอีกทางด้วย

ทางด้านนายอดิศร เนาวนนท์ อาจารย์คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.)สพป.นครราชสีมา เขต 7 เปิดเผยว่า เมื่อช่วงปลายปี 2554 สพป.นครราชสีมา เขต 7 ได้จัดสอบบรรจุตำแหน่งพนักงานธุรการปฏิบัติงานพบขบวนการทุจริต โดยผู้สมัครสอบ 8 คน ได้เปลี่ยนชื่อตัวเองให้มีพยัญชนะนำหน้าชื่อขึ้นต้นด้วย “ปรา” เพื่อให้นั่งสอบใกล้กับชื่อผู้เข้าสอบที่ทำหน้าที่เป็นมือปืนรับจ้างบอกคำตอบให้ในลักษณะใช้ท่าทาง โดยพบข้อสอบ 100 ข้อของทั้ง 8 คน เลือกข้อถูกผิดเหมือนกัน ที่สำคัญเป็นผู้ที่สอบได้ในลำดับที่ 1-8 ด้วย ทาง อ.ก.ค.ศ.จึงมีมติให้ทั้ง 8 คนสอบตก พร้อมกับแจ้งความเอาผิดกับขบวนการดังกล่าว ซึ่งมีที่มาเป็นกลุ่มติวเตอร์หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมากเพียงแต่ไม่มีพยานหลักฐาน

นายอดิศรกล่าวต่อว่า สำหรับกรณีการสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งนี้ ถ้าตรวจพบทุจริตในเขตพื้นที่การศึกษาใด ให้ลงโทษทางวินัยและอาญากับผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง และน่าเชื่อว่าขบวนการทุจริตไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่ สพป.ขอนแก่นเขต 3 สพป.ศรีสะเกษ เขต 3 และสพป.นครปฐม เขต 1 เท่านั้น เพราะช่วงก่อนการสอบที่ สพป.นครราชสีมา เขต 7 ได้ทราบเบาะแสมีการเรียกเก็บเงินจากผู้สมัครรายละ 4-7 แสนบาท จึงเป็นไปได้ที่จะมีการเผยแพร่คำตอบจากขบวนการทุจริตโดยออนไลน์ไปยังผู้เข้าสอบรายอื่นๆ ในสนามสอบเขตพื้นที่การศึกษาอื่นๆ ทั่วประเทศด้วย จึงขอเรียกร้องให้สพฐ.และเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการอย่างจริงจังเพื่อกำจัดขบวนการเหล่านี้ให้สิ้นซาก และหากพบมีการกระจายคำตอบข้อสอบจริง ต้องประกาศยกเลิกผลการสอบทั้งหมดด้วย นอกจากนี้ ขอให้ สพฐ.คืนอำนาจการจัดสอบให้กับอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา เพราะใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาตรา 47 บัญญัติไว้ชัดว่า “ให้อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯเป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา”

–มติชน ฉบับวันที่ 2 มี.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=31874&Key=hotnews

ดีเอสไอพบหลักฐานมัด พิรุธสอบครู ส่งข้อสอบล่วงหน้า 2 วัน พงศ์เทพฮึ่มเลิกทั้งล็อต Read More »

อาชีวศึกษาดึงเด็กใต้หันเรียนสายอาชีพ

1 มีนาคม 2556

โพสต์ทูเดย์ สอศ.จับมือชมรมวิทยากรอิสลามศึกษาดึงเด็กใต้เรียนสายอาชีพเพิ่มมากขึ้น

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับชมรมวิทยากรอิสลามศึกษา เพื่อขอความร่วมมือให้วิทยากรอิสลามที่สอนศาสนาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ช่วยเป็นสื่อกลางรณรงค์
และให้ความรู้เด็กในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส หันมาเรียนอาชีพเพิ่ม
ปัจจุบันเด็กในภาคใต้ส่วนใหญ่ 95%เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาแล้วจะเลือกเรียนต่อสายสามัญ โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามที่เด็กเลือกเรียนมากถึง 80-85% เพราะเป็นศาสนาหลักที่นับถือ ที่เหลือกระจายไปตามโรงเรียนรัฐที่เปิดสอนศาสนาด้วย
“ความจริงในภาคใต้มีความต้องการแรงงานสายอาชีพจำนวนมาก แต่เด็กในพื้นที่เลือกเรียนสายอาชีพน้อย ทำให้ขาดแคลนแรงงาน แม้แต่แรงงานพื้นฐานอย่างช่างยนต์ ช่างซ่อมเครื่องก่อสร้าง ก็มีไม่พอ” นายชัยพฤกษ์ กล่าว
ทั้งนี้ ในปัจจุบันอุตสาหกรรมในภาคใต้ต้องนำเข้าแรงงานต่างถิ่น แต่แรงงานต่างถิ่นกลับไม่ต้องการทำงานในภาคใต้ เนื่องจากมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง
“วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาคใต้อาจเสียเปรียบที่ไม่ได้เปิดสอนหลักสูตรอิสลามเต็มรูปแบบ ทำให้เด็กในภาคใต้ ซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม หันไปเลือกเรียนในโรงเรียนสายสามัญที่เปิดสอนหลักสูตรอิสลามศึกษามากกว่า แต่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กำลังพยายามปรับภาพลักษณ์และค่านิยมใหม่ใช้จุดแข็งที่ว่า เรียนสายอาชีพจบแล้วมีงานทำ มาดึงดูดเด็กเรียนสายอาชีพ” นายชัยพฤกษ์ กล่าว
ขณะเดียวกันจะมีโครงการนำนักศึกษาอาชีวศึกษาในภาคใต้มาฝึกงานในกรุงเทพฯ และในภาคอื่นๆด้วย เพื่อให้เด็กได้เปิดหูเปิดตาเรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณีภาคอื่นๆรวมถึง สอศ.ยังเข้าไปเปิดสอนสายอาชีพในโรงเรียนปอเนาะด้วย เพื่อหวังผลิตแรงงานให้ได้เพิ่มขึ้น

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=31873&Key=hotnews

อาชีวศึกษาดึงเด็กใต้หันเรียนสายอาชีพ Read More »

โคราชเปิดสายร้องแป๊ะเจี๊ยะ ’นครศรี-พัทลุง’ชู ร.ร.คู่พัฒนาเรียนดีใกล้บ้าน

1 มีนาคม 2556

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประกาศปฏิทินการรับสมัครนักเรียน ม.1 และ ม.4 ปีการศึกษา 2556 ซึ่งจะเปิดรับสมัครช่วงวันที่ 14-18 มี.ค.56 และประกาศรายชื่อโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง สัดส่วนการรับสมัคร และจำนวนที่สถานศึกษารับได้นั้นทำให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ทั่วประเทศ วางมาตรการการรับนักเรียนปีนี้อย่างเข้มงวด

โดยนายชูเกียรติ วิเศษเสนา ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) เขต 31 จ.นครราชสีมา กล่าวว่าขณะนี้ได้มีการซักซ้อมทำความเข้าใจกับผู้บริหารสถานศึกษาระดับมัธยม กว่า 50 แห่ง ถึงนโยบายการรับนักเรียนของ สพฐ.ที่เน้นให้โอกาสเด็กได้เรียนและมีความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะกลุ่มสถานศึกษาคุณภาพพิเศษ อาทิ ร.ร.ราชสีมาวิทยาลัย ร.ร.สุรนารีวิทยา และร.ร.บุญวัฒนา และกลุ่มสถานศึกษายอดนิยม ซึ่งบรรดาผู้ปกครองต้องการให้บุตรหลานได้ศึกษาต่อ จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้สัมฤทธิ์ผลซึ่งในปีนี้มีหลายโรงเรียนที่ลดยอดการจับสลาก เพื่อให้โอกาสเด็กในเขตบริการมากขึ้น
“ธรรมชาติในสังคมท้องถิ่นจะต้องมีเด็กฝากจากผู้กว้างขวาง ทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาลำบากใจกับรายการคุณขอมา ก็ต้องทำความเข้าใจและประชาสัมพันธ์เสนอทางเลือกกลุ่มโรงเรียนคู่พัฒนา ซึ่งมีคุณภาพไม่เป็นรองและสามารถรองรับได้เด็กทุกคน ทั้งนี้ ขอฝากผู้ปกครองว่าอย่าหลงเชื่อกลุ่มบุคคลที่อ้างว่าสามารถวิ่งเต้นช่วยเหลือฝากเรียนได้ เพราะเข้าข่ายหลอกหลวงต้มตุ๋นซึ่งขณะนี้ สพม.31 นครราชสีมา ได้เปิดสายด่วน โทร.044-395-223-5 เพื่อรับเรื่องร้องเรียนแป๊ะเจี๊ยะนักเรียนตลอดจนการอ้างรับฝากด้วยวิธีไม่ชอบมาพากล” นายชูเกียรติ กล่าว
ด้านนายจำเริญ รัตนบุรี ผอ.สพม.เขต 12 จ.นครศรีธรรมราช-พัทลุง กล่าวว่า สถานศึกษาในสังกัดสพม.เขต 12 ที่มีอัตราการแข่งขันสูงเช่น ร.ร.เบญจมราชูทิศ ร.ร.กัลยาณีศรีธรรมราช ร.ร.ทุ่งสง ร.ร.สตรีทุ่งสง ร.ร.ฉวางรัชดาภิเษก ร.ร.ปากพนัง และ ร.ร.ท่าศาลาประสิทธิ์ศึกษา ส่วนใน จ.พัทลุง จะมีสองแห่ง คือ ร.ร.พัทลุงและ ร.ร.สตรีพัทลุงโดยจะมีจำนวนผู้สมัครเกินกว่าที่โรงเรียนจะรับได้ทุกปี ดังนั้น จึงจำเป็นต้องใช้วิธีการสอบคัดเลือกมากถึงร้อยละ 80 ควบคู่กับผลคะแนน O-NET อีกร้อยละ 20 ประกอบการพิจารณา
อย่างไรก็ตาม เมื่อจำนวน รับมีน้อยและยังเปิดสอบแข่งขันสูงทำให้เด็กต้องเหนื่อยที่จะมาสอบแข่งกัน ทางเขตฯ ได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองทราบว่ายังมีโรงเรียนคู่พัฒนา โรงเรียนเครือข่ายโรงเรียนดีประจำตำบล และโรงเรียนดีประจำอำเภอ ที่มีจำนวนรับมากและมีความเป็นไปได้มากกว่าเพราะจะรับเด็กในเขตพื้นที่บริการไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 โดยวิธีจับสลาก
สำหรับโรงเรียนคู่พัฒนาและโรงเรียนเครือข่ายของโรงเรียนที่มีอัตราแข่งขันสูงใน สพม.12มีดังนี้ ร.ร.เบญจมราชูทิศ ได้แก่ ร.ร.พรหมคีรีพิทยาคม ร.ร.เมืองนครศรีธรรมราช ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัยนครศรีธรรมราช ร.ร.บ้านเกาะวิทยา และ ร.ร.ขุนทะเลวิทยาคม,ร.ร.กัลยาณีศรีธรรมราช ได้แก่ ร.ร.โยธินบำรุง ร.ร.ปากพูน ร.ร.ท่านครญาณวโรภาสและ ร.ร.ตรีนิมิตวิทยา, ร.ร.ทุ่งสง ได้แก่ ร.ร.ก้างปลาวิทยาคม ร.ร.มัธยมเทศบาลเมืองทุ่งสง ร.ร.ทุ่งสงสหประชาสรรค์, ร.ร.สตรีทุ่งสง ได้แก่ ร.ร.ทุ่งสงวิทยา ร.ร.ก้างปลาวิทยาคม ร.ร.ทุ่งสงสหประชาสรรค์, ร.ร.ฉวางรัชดาภิเษก ได้แก่ ร.ร.ละอายพิทยานุสรณ์ ร.ร.พิปูนสังฆรักษ์ประชาอุทิศ ร.ร.ประสาธน์ราษฎร์บำรุง ร.ร.นางเอื้อยวิทยา, ร.ร.ท่าศาลาประสิทธิ์ศึกษาได้แก่ ร.ร.สระแก้วรัตนวิทย์ ร.ร.โมคลานประชาสรรค์ ร.ร.คงคาประชารักษ์ ร.ร.นบพิตำวิทยา, ร.ร.ปากพนัง ได้แก่ ร.ร.สตรีปากพนัง ร.ร.อินทร์ธานีวิทยาคม ร.ร.โศภนคณาภรณ์ ร.ร.เทศบาลวัดศรีสมบูรณ์ , ร.ร.พัทลุง ได้แก่ ร.ร.ประภัสสรรังสิต ร.ร.กงหราพิชากร ร.ร.ชะรัดชนูปถัมภ์ ร.ร.ปัญญาวุธ ร.ร.นาขยาดวิทยาคาร ร.ร.พรหมพินิตชัยบุรี ร.ร.ท่ามิหรำ และร.ร.สตรีพัทลุง ได้แก่ ร.ร.พัทลุงพิทยาคม ร.ร.เทศบาลจุ่งฮั้ว และ ร.ร.ในสหวิทยาเขต

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=31872&Key=hotnews

โคราชเปิดสายร้องแป๊ะเจี๊ยะ ’นครศรี-พัทลุง’ชู ร.ร.คู่พัฒนาเรียนดีใกล้บ้าน Read More »

สกอ.ตั้งกก.สอบวินัยอธิการมมส.

1 มีนาคม 2556

ASTV ผู้จัดการรายวัน – นายกสภา มมส.ไขก๊อก เหตุปัญหาทุจริต ด้านสกอ.ตั้งกรรมการฯสอบวินัยร้ายแรงอธิการบดี ขณะที่ คกก. แจ้งข้อกล่าวหา อธ. ผู้เกี่ยวข้อง แต่ทุกคนให้การปฏิเสธ

รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการ กกอ. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้รับร้องเรียนเรื่องการทุจริตโครงการก่อสร้างอาคารวิทยพัฒนา คณะศึกษาศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มมส.ในขั้นตอนการเบิกจ่ายเงิน 50% ของสัญญาจ้าง 88 ล้านบาท มีพฤติการณ์ไม่ชอบด้วยระเบียบ กฎหมาย ขณะนี้ สกอ.ได้ตั้งกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง นายศุภชัย สมัปปิโตอธิการบดี มมส.และผู้เกี่ยวข้อง
รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรงฯ ที่มี นายพิษณุ ตุลสุข เป็นประธาน ได้มีการ   ประชุมหารือนัดแรกไปเมื่อเร็วๆ นี้โดยได้แจ้งข้อกล่าวหาตามที่ สตง.ได้รับร้องเรียนมาต่ออธิการบดี และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว แต่ทั้งหมดให้การปฏิเสธ จึงให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ไปจัดทำเอกสารชี้แจง เป็นลายลักษณ์อักษร โดยคณะกรรมการจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาอีกครั้ง วันที่ 12 มี.ค.นี้
รายงานข่าวแจ้งว่า นายอักขราทร จุฬารัตน นายกสภา มมส.ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้ว ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุที่นายอักขราทร ลาออกจากตำแหน่ง นอกจากเรื่องปัญหาการทุจริตภายในมมส.แล้ว ยังมีปัญหาในการตั้งกรรมการสรรหาอธิการบดี มมส. แทนนายศุภชัย ซึ่งกำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในเดือน มิ.ย.นี้ โดยนายอักขราทรพยายามจะคัดเลือกผู้ที่มีความเป็นกลางมาเป็นกรรมการสรรหาตามอำนาจ แต่ทางฝ่ายบริหารไม่ยอม และมีความพยายามจะให้ใช้วิธีการโหวตเลือกผู้ทำหน้าที่สรรหาอธิการบดี ซึ่งเป็นวิธีการที่ผิด

ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=31870&Key=hotnews

สกอ.ตั้งกก.สอบวินัยอธิการมมส. Read More »

ถกยุทธศาสตร์การศึกษาไทย น.ร.เหนือ-อีสานพอใจแท็บเล็ต

1 มีนาคม 2556

สภาการศึกษาจัดถกใหญ่ ยุทธศาสตร์การศึกษาไทย ตั้งเป้าขยับ 6 ปี เด็กไทยติด 1 ใน 20 การสอบพิซา ชี้ผลสำรวจแท็บเล็ตเพื่อการศึกษา น.ร.เหนือพอใจ 100 เปอร์เซ็นต์อีสานพอใจเกือบหมด พบปัญหาเด็กไม่สุงสิงเพื่อน โดยเฉพาะ 6 ขวบ มีปัญหามากสุด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุมแกรนด์ บอลรูม โรงแรมสีมาธานี อ.เมือง จ.นครราชสีมา สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ. 2556-2558 เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา และประสิทธิภาพการจัดการศึกษาของประเทศไทย ตามนโยบายของรัฐบาล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน และมีบุคลากรด้านการศึกษา ผู้บริหารโรงเรียน ครู และตัวแทนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมประชุมกว่า 1,500 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามกำหนดการ ดร. ศศิธารานำเสนอ “ยุทธศาสตร์ การศึกษา พ.ศ.2556-2558” ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ สรุปผลการประชุมการประชุมเชิงปฏิบัติการฯและการวิพากษ์ กรุงเทพมหานคร และภาคเหนือ รวมทั้งความร่วมมือกับองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ในการจัดทำยุทธศาสตร์การศึกษาของประเทศไทย
หลังจากนั้นตัวแทนจากยูเนสโกและโออีซีดีขึ้นบรรยายพิเศษ เพื่อให้คำแนะนำแนวทางในการกำหนดยุทธศาสตร์การศึกษาของประเทศไทยในครั้งนี้ ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะแบ่งกลุ่มย่อย 7 กลุ่ม เพื่อระดมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นใน 7 เรื่อง ได้แก่ เรื่องการพัฒนาคุณภาพ สร้างโอกาส และกระจายโอกาสทางการศึกษา การปฏิรูปครูโดยยกฐานะวิชาชีพครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา และอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน การใช้เทคโนโลยีจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา และอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างทุนปัญญาของชาติ การเพิ่มขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน และเรื่องสถิติ ตัวชี้วัดเพื่อการวางแผนจัดทำยุทธศาสตร์การศึกษาไทย พ.ศ.2556-2558

ทั้งนี้ ดร.ศศิธารากล่าวว่า ความร่วมมือกับยูเนสโกและโออีซีดีนั้น จะทำในระยะยาว 10-15 ปี โดยจะร่วมมือพัฒนาด้านการศึกษาใน 3 เรื่อง ได้แก่ การให้คำแนะนำแนวทางในการพัฒนาการศึกษาตามยุทธศาสตร์ที่กำหนด จัดหลักสูตรให้มีความเป็นสากลมากขึ้น การพัฒนาครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา ซึ่งจากสถิติการสอบการประเมินผลนักเรียนระดับนานาชาติ (พิซา) ด้านวิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ พบว่า เด็กนักเรียนไทยได้คะแนนไม่ดีนัก อยู่ในระดับที่ 42 จากประเทศทั่วโลก
“กระทรวงศึกษาธิการตั้งเป้าหมายว่า ภายใน 6 ปี จะต้องติด 1 ใน 20 ของโลกให้ได้ วันนี้จึงเชิญเจ้าหน้าที่ขององค์กรโออีซีดี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดสอบพิซามาให้คำแนะนำ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการศึกษาไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ โดยจากการหารือในเบื้องต้นโออีซีดีแนะนำว่า บทบาทสำคัญอยู่ที่ครู ซึ่งจะต้องปรับวิธีการถ่ายทอดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการอ่านใหม่ ให้นักเรียนรู้จักคิดเป็น คำนวณเป็น และใช้เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น” ดร.ศศิธารากล่าว
ดร.ศศิธารากล่าวว่า ในส่วนของเรื่องการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษานั้น ประเทศไทยได้รับความชื่นชมจากองค์การยูเนสโกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการแจกแท็บเลตเพื่อการศึกษา มีการจัดระบบ wifi ให้กับโรงเรียนกว่า 4 หมื่นแห่งทั่วประเทศ และส่งเสริมให้ใช้ดิจิตอลคอนเทน โดยปัจจุบันมีอยู่ 3-4 ประเทศเท่านั้นที่ทำเช่นนี้ได้ เช่น อุรุกวัย, ปากีสถาน และไทย
ดร.ศศิธารากล่าวต่อไปว่า ผลจากการสำรวจความพึงพอใจหลังจากแจกแท็บเลตเพื่อการศึกษา เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในโรงเรียนทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือพบว่า นักเรียนรู้สึกพอใจ 100% ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพึงพอใจกว่า 87% ส่วนครูและผู้ปกครองรู้สึกพึงพอใจในระดับใกล้เคียงกัน แต่ในขณะเดียวกันมีผลสะท้อนด้านลบบ้างคือ นักเรียนที่ได้รับแท็บเลตจะมุ่งแต่เล่นแท็บเลตจนไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน โดยเฉพาะกับนักเรียนที่มีอายุประมาณ 6 ขวบ ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องนี้มาก ดังนั้น จึงต้องแนะนำโรงเรียนให้มีการจัดระบบไม่ให้นักเรียนใช้แท็บเลตมากเกินไป เพื่อลดปัญหาเหล่านี้ลง
นายริชาร์ด เยลแลนด์ หัวหน้าแนะนำนโยบายและการดำเนินงานในคณะกรรมการเพื่อพัฒนาการศึกษา โออีซีดี กล่าวว่า ปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ทั้งเรื่องของเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และภูมิศาสตร์ ซึ่งยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษาไทยฉบับร่างนี้ ก็สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นอย่างดี ส่วนผลการจัดอันดับการสอบพิซาของไทย ที่อยู่ในอันดับ 42 นั้น เกิดจากผลการสอบเมื่อปี 2552 แต่ผลการสอบในปี 2555 จะประกาศในช่วงเดือนธันวาคมปี 2556 นี้ ซึ่งตนไม่ทราบว่าผลจะออกมาเช่นไร แต่การจะก้าวกระโดดจากอันดับที่ 42 มาอยู่ใน 20 อันดับแรกนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้ ตนขอให้เน้นไปที่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาควบคู่ไปกับการพัฒนาประสิทธิภาพของครูเป็นหลัก เพราะทั้ง 2 เรื่องแยกออกจากกันไม่ได้
ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กำหนดจัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานด้านการศึกษา ทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคมนี้ หลังจากนั้นจะได้นำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่รวบรวมได้จากการประชุมเชิง ปฏิบัติการทั่วทุกภูมิภาค มาปรับปรุงร่างยุทธศาสตร์การศึกษา พ.ศ.2556-2558 ต่อไป

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=31867&Key=hotnews

ถกยุทธศาสตร์การศึกษาไทย น.ร.เหนือ-อีสานพอใจแท็บเล็ต Read More »

ยังไม่ฟันธงยกเลิกสอบครู พงศ์เทพรอข้อมูลจุดเกิดปัญหาหวั่นมีผลกระทบ

1 มีนาคม 2556

รมว.ศึกษาฯ ยังไม่ฟันธงว่าจะยกเลิกสอบครูผู้ช่วยหรือไม่ หลังจากดีเอสไอพบว่ามีการทุจริต ขอรอดูข้อมูลก่อนว่าเกิดปัญหาตรงจุดไหน หวั่นเกิดผลกระทบเป็นวงกว้างจนบานปลาย อีกทั้งคนที่สอบได้จริง ๆ อาจร้องกับศาลปกครองซ้ำ จะตรวจสอบผู้คุมสอบว่าบกพร่องหรือไม่ ยันต้องทำให้โปร่งใสและเป็นธรรม ด้าน เลขาฯ ก.ค.ศ. คาด หากยกเลิกอาจพิจารณาเป็นรายวิชาเอก

ที่กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงเรื่องการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีการสอบครูผู้ช่วย ซึ่งสรุปว่ามีการกระทำที่เชื่อได้ว่าทุจริตจริง ว่า เรื่องนี้หากเป็นเรื่อง ไม่ชอบมาพากลและมีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องเราต้องทำให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ เป็นผู้รับผิดชอบดูแลเรื่องดังกล่าวอยู่ ทั้งนี้หากผลสอบจากดีเอสไอระบุการสอบครูผู้ช่วยมีการทุจริตจริงจะต้องยกเลิกการสอบทั่วประเทศเลยหรือไม่ เรื่องนี้ต้องพิจารณาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรถึงจะเห็นปัญหาว่าเกิดจากจุดไหนของกระบวนการสอบ ดังนั้นจึง ต้องรอข้อมูลจากดีเอสไอให้ชัดเจนก่อนถึงจะทบทวนว่าจะยกเลิกการสอบครูผู้ช่วยทั้งหมดหรือไม่
“การจัดสอบแบ่งออกเป็นตามเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งหากต้องยกเลิกการสอบทั้งหมด และเขตพื้นที่ที่ดำเนินการสอบไปแล้วอย่างโปร่งใสไม่มีเรื่องทุจริตเกิดขึ้น ก็เท่ากับว่าคนเหล่านี้จะได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะพวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย ดังนั้นจะบอกว่าทุกเขตพื้นที่ที่จัดสอบทำไม่ถูกต้องคงเป็นไปไม่ได้ซึ่งจะต้องดูภาพรวมผลกระทบที่เกิดขึ้นแบบวงกว้างและข้อเท็จจริงด้วย เพราะการไปยกเลิกอะไรก็ตามแต่จะต้องมีเหตุผล แต่หากไม่มีเหตุผลคนที่สอบได้จริงก็จะเกิดการโต้แย้งไปฟ้องร้องศาลปกครองให้เหตุการณ์วุ่นวายมากขึ้นไปอีก ซึ่งหากกระบวนการทำมาอย่างถูกต้องแต่เราไปยกเลิกการสอบเชื่อว่าศาลปกครองไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน” รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า ทั้งนี้การจะดำเนินการอะไรก็ตามต้องมีข้อเท็จจริงที่สามารถตอบสังคมได้ เช่น กรณีข้อสอบรั่วและเกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง เป็นต้น ซึ่งประเด็นเหล่านี้คือตัวอย่างเหตุผลหนึ่งที่ต้องมาดูถึงจะดำเนินการได้ว่าจะทำอย่างไรเกี่ยวกับการจัดสอบครูผู้ช่วยต่อไป

นายพงศ์เทพ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ขอนแก่น เขต 3 มีปัญหาการสอบครูผู้ช่วยถึงสองครั้งจะมีการตั้งกรรมการสอบผอ.เขตพื้นที่หรือไม่นั้น เรื่องนี้ตนมองว่าอยู่ที่ผู้คุมสอบมากกว่า ซึ่งต้องไปตรวจสอบว่าผู้คุมสอบบกพร่องต่อหน้าที่หรือไม่ เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เข้าใจได้ว่า รูปติดบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบอาจไม่ชัดเจนทำให้มองไม่ตรงกับใบหน้าจริงก็เป็นไปได้ เนื่องจากรูปเก่ามาก อย่างไรก็ตามหากดีเอสไอตรวจสอบข้อมูลในเรื่องนี้เรียบร้อยตนก็จะรายงานให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นต่อไป
ด้าน นางรัตนา ศรีเหรัญ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กล่าวว่า ขณะนี้กำลังรอหารือกับนายพงศ์เทพนัดประชุมก.ค.ศ.วาระพิเศษเพื่อหารือปัญหาการสอบครูผู้ช่วยหลังจากที่พบว่ามีพนักงานราชการรายที่ 2 มีชื่อโผล่เข้าสอบคัดเลือกที่สพป.ขอนแก่น เขต 3 และสพป.นครปฐม เขต 1 รวมทั้งจะนำผลการลงพื้นที่ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดที่นายพงศ์เทพแต่งตั้งให้ไปตรวจสอบกรณีของนายภานุวัฒน์ ไชยวงค์ ที่มีผู้เข้าสอบแทนที่สพป.ขอนแก่น เขต 3 มาพิจารณาด้วย ทั้งนี้การจะยกเลิกการสอบครั้งนี้ หากเป็นการยกเลิกในภาพรวมเป็นอำนาจของก.ค.ศ. แต่ก็ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและดูข้อมูลหลักฐานต่าง ๆ เพราะการจะยกเลิกต้องพิจารณาถึงผลกระทบต่อผู้ที่สอบได้ด้วยตัวเองและไม่มีปัญหาการทุจริต ซึ่งหากสุดท้ายจะต้องยกเลิกสอบอาจต้องพิจารณาเป็นรายวิชาเอก แต่ทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของที่ประชุม ก.ค.ศ.

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=31868&Key=hotnews

ยังไม่ฟันธงยกเลิกสอบครู พงศ์เทพรอข้อมูลจุดเกิดปัญหาหวั่นมีผลกระทบ Read More »

ขับเคลื่อนความรู้อาเซียน

1 มีนาคม 2556

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหาร สพฐ. ว่า สพฐ.เตรียมความพร้อมขับเคลื่อนการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยที่ประชุมหารือและทำข้อเสนอเกี่ยวกับการปฏิบัติ ที่จะลงรายละเอียดในการส่งเสริมตัวผู้เรียน ที่ประชุมพูดถึงสาระการเรียนรู้ ซึ่งกำหนดหัวข้อที่จะส่งเสริมผู้เรียนไว้ 5 เรื่อง คือ 1.การรู้จักอาเซียน เรียนรู้ให้เข้าใจบริบทเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมือง และวิถีชีวิตของประเทศอาเซียนทั้งหมด อาทิ เพลงชาติของแต่ละประเทศ โดยจะส่งเสริมให้เด็กเข้าใจ ถ้าเป็นไปได้เด็กควรร้องเพลงชาติของแต่ละประเทศได้ด้วย เพราะสำคัญแสดงออกถึงความเข้าใจให้เกียรติกันและกัน 2. คุณค่าและเอกลักษณ์ นักเรียนจะได้เรียนรู้ ต้องยอมรับและปรับตัวในความหลากหลาย 3.การเชื่อมโยงโลกและท้องถิ่น 4.การส่งเสริมความเสมอภาคและความยุติธรรม และ 5.ความร่วมมือเพื่ออนาคต ที่ยั่งยืน

นายชินภัทรกล่าวต่อว่า เหล่านี้คือจุดที่สพฐ.ต้องส่งเสริมเพื่อให้มีการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง จากนี้ไปการที่นักเรียนแสดงออกเกี่ยวกับอาเซียนจะไม่ยึดติดเพียงการแต่งกาย และการถือธงชาติเท่านั้น แต่จะลงลึกที่นักเรียนจะต้องนำสาระของอาเซียนมาต่อยอด ทั้งในเชิงของการอภิปราย เสวนา และดีเบตในประเด็นต่างๆ ให้รู้ถึงอาเซียนอย่างแท้จริง

ที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=31871&Key=hotnews

ขับเคลื่อนความรู้อาเซียน Read More »

ชินภัทร วอนอย่าประเมินเด็กที่ผลคะแนนโอเน็ต

25 มีนาคม 2556

ชินภัทร วอนอย่าประเมินเด็กที่ผลคะแนนโอเน็ต ควรจะวัดคะแนนนความก้าวหน้าแบบปีต่อปี วันนี้ 25 มี.ค. ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผถึงผลคะแนนการทดสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2555 ซึ่งมีค่าคะแนนเฉลี่ยในแต่ละวิชาไม่ถึงครึ่ง ว่า ตนเห็นว่าไม่ควรจะนำผลคะแนนดังกล่าวมาวัดความสามารถว่าดีหรือไม่ดี แต่เราควรจะพิจารณาจากความก้าวหน้าของการพัฒนาคุณภาพการศึกษามากกว่า โดยไม่ควรนำคะแนนมากำหนดเป็นเส้นแดงแบบตายตัวว่าเด็กมีคะแนนต่ำลง แต่ควรจะวัดคะแนนนความก้าวหน้าแบบปีต่อปี เพราะจะเห็นว่าผลคะแนนโอเน็ต 8 กลุ่มสาระวิชาหลัก เด็กมีคะแนนเพิ่มขึ้นถึง 5 กลุ่มสาระ ในวิชาสังคมศึกษา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ศิลปะ และการงานอาชีพ จึงไม่น่าวิตกกังวลแต่อย่างใด ส่วนวิชาคณิตศาสตร์มีผลคะแนนเท่าเดิม วิชาที่ลดลงคือ วิทยาศาสตร์ และสุขศึกษา ดังนั้นต่อจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะกลับมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ต่อไป

          “ผลคะแนนโอเน็ตที่ออกมาไม่อยากให้มีการตีความหมายว่าการเรียนรู้ของเด็กตกต่ำ แต่เราต้องดูที่พัฒนาการมากกว่าการวัดว่าคะแนนสูงหรือต่ำแล้วมาบอกว่าไม่เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งผมอยากให้การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กเป็นเรื่องของการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา เพราะจะสะท้อนคุณภาพต่างๆ ได้ดี และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงลบว่าการศึกษาตกต่ำ” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

ที่มา: http://www.dailynews.co.th

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32227&Key=hotnews

 

ชินภัทร วอนอย่าประเมินเด็กที่ผลคะแนนโอเน็ต Read More »

ห่วง ร.ร.เอกชนขนาดเล็กเดือดร้อน

25 มีนาคม 2556

กช.ห่วง รร.เอกชนขนาดเล็กเดือดร้อนหาก สพฐ.สอบครูผู้ช่วยล่าช้า
วันนี้ 25 มี.ค.นายบัณฑิต ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้กำหนดที่จะจัดสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วยในเดือน เม.ย.นี้นั้น หากสพฐ.ดำเนินการจัดสอบ และสามารถเรียกบรรจุให้แล้วเสร็จภายในเดือน เม.ย. หรืออย่างช้าภายในต้นเดือน พ.ค. หรืออยู่ในช่วงที่ยังปิดเทอมอยู่ปัญหาที่จะกระทบกับโรงเรียนเอกชนเนื่องจาก ครูโรงเรียนไปสมัครสอบเป็นครูผู้ช่วยกับทาง สพฐ.ก็คงน้อย เพราะโรงเรียนเอกชนยังพอมีเวลาในการหาครูมาทดแทนได้ แต่หาก สพฐ.ดำเนินการล่าช้าจนล่วงเลยไปถึงช่วงเปิดเทอมปัญหาคงเกิดขึ้นกับโรงเรียน เอกชนหนักหนาแน่ เนื่องจากหาครูมาทดแทนได้ไม่ทันเปิดภาคเรียนใหม่

“ครูโรงเรียนเอกชนที่ไปสมัครสอบครูผู้ช่วยของสพฐ.ส่วนใหญ่จะเป็นครูโรงเรียนสายสามัญ ส่วนสายอาชีวะนั้นถือว่าน้อยมาก และจากข้อมูลที่ผ่านมาโรงเรียนเล็กมักจะได้รับผลกระทบมากกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ เนื่องจากโรงเรียนขนาดใหญ่บางแห่งจะมีการคัดเลือกครูขึ้นบัญชีเอาไว้ เวลาขาดครูก็สามารถเรียกเข้ามาทำงานได้ทันที หรือบางแห่งก็มีหลายสาขาเวลาสาขาไหนขาดครูก็สามารถเรียกอีกสาขาหนึ่งมาช่วยสอนได้ แต่กับโรงเรียนขนาดเล็กแล้วแทบไม่มีทางออกใดๆ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาได้เลย จึงค่อนข้างน่าเห็นใจ” เลขาธิการ กช. กล่าว

นายบัณฑิต เปิดเผยต่ออีกว่า ที่จริงมีข้อเสนอแนะจากหลายฝ่ายว่าหาก สพฐ.ดำเนินการจัดสอบขึ้นบัญชีไปก่อน และไปเรียกบรรจุในช่วงเดือนต.ค.ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอมภาคเรียนที่ 1 หรือเป็นช่วงที่มีอัตราเกษียณอายุราชการชัดเจนในช่วงเวลานั้นก็น่าจะดี ที่สำคัญโรงเรียนเอกชนก็ยังพอมีเวลาเตรียมตัวในการจัดหาครูใหม่เข้ามาทดแทนได้ ซึ่งก็จะมีการนำข้อเสนอนี้ให้ทางคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และ สพฐ.ได้นำไปลองพิจารณาดู.

ที่มา: http://www.dailynews.co.th

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32226&Key=hotnews

ห่วง ร.ร.เอกชนขนาดเล็กเดือดร้อน Read More »

ศธ.เร่งยกระดับคุณภาพการศึกษา เน้นเด็กคิด-วิเคราะห์เป็น

25 มีนาคม 2556

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีมอบโล่รางวัล คนดีศรีนครินทร์ และรางวัล หนึ่งแสนครูดี ให้แก่ครูและบุคลากรที่สร้างคุณประโยชน์ด้านการศึกษาในกลุ่มาเครือข่ายเขตพื้นที่การศึกษา จ.สมุทรสาคร รวมทั้งสิ้นจำนวน 353 คน พร้อมมอบประกาศนียบัตรให้แก่นักเรียน “เรียนดีศรีนครินทร์” และนักเรียนที่มีจิตสาธารณะ ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมจำนวน 13 คน ที่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ สมุทรสาคร

นายพงศ์เทพ กล่าวว่า การพัฒนาการศึกษาในประเทศนั้น ทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน ต้องร่วมกันพัฒนาการศึกษา และต้องวางรากฐานการศึกษาให้กับคนไทย โดยเฉพาะเยาวชน ที่จะเติบโตมาเป็นกำลังหลักพัฒนาประเทศชาติ และขณะนี้ รัฐบาลพยายามยกระดับคุณภาพการศึกษา และที่สำคัญ ครู-อาจารย์จะต้องร่วมหาหลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ๆ เพื่อฝึกให้เด็กนักเรียนรู้จักคิด วิเคราะห์ พร้อมมีคุณธรรม จริยธรรมควบคู่กัน

กรุงเทพฯ–25 มี.ค.–ASTVผู้จัดการออนไลน์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32225&Key=hotnews

ศธ.เร่งยกระดับคุณภาพการศึกษา เน้นเด็กคิด-วิเคราะห์เป็น Read More »