สช.จัด “สุภาพบุรุษอาชีวะจิตอาสา เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รุ่นที่ ๓

21 มีนาคม 2556

สช.จัด “สุภาพบุรุษอาชีวะจิตอาสา เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รุ่นที่ ๓

นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวถึง “กิจกรรมสุภาพบุรุษอาชีวะจิตอาสาเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ” ที่ทาง สช.โดยกลุ่มงานโรงเรียนอาชีวศึกษา ได้จัดขึ้น โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ ๓ ติดต่อกัน มีนักเรียน นักศึกษาสุภาพบุรุษอาชีวะเข้าร่วมจำนวน ๑๔๑ คน โดย รุ่นที่ ๑ ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบบ้านคลองตะเคียนชัย อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว รุ่นที่ ๒ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านทุ่งกบินทร์ อ.วังสมบูรณ์ จ.สรแก้ว สองรุ่นนี้ได้ดำเนินการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและรุ่นที่ ๓ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนาอิสาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ระหว่างวันที่ ๑๑-๑๕ มีนาคม ๒๕๕๖ โดยมีครู นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จำนวน ๕๗ คน รวมถึงครูฝึกจากโรงเรียนสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี ด้วย
เลขาฯ กช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ทาง สช.ได้ร่วมกับกองทัพบกและ ศอศ. ในการจัดกิจกรรม เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาได้แสดงออกในเชิงสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคมได้ร่วมกันคิด ร่วมกันลงมือทำ ใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับสังคม ในการไปทำกิจกรรมของนักเรียน นักศึกษาในแต่ละครั้ง ถือเป็นการฝึกความอดทน ฝึกปรือวิชาที่ได้เรียนมาและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงการใช้ชีวิตในค่ายกิจกรรมร่วมกันกับบุคคลอื่นนั้น จะทำให้เด็กๆ รู้จักการปรับตัวและรู้จักมารยาทในการเข้าสังคม มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนภายนอก และเพื่อให้เป็นแบบอย่างที่ดี แก่รุ่นน้องในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ กิจกรรมดีให้กับสังคมภายนอกได้รับรู้ อีกทั้ง กองทัพบก ก็เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนและให้ความร่วมมือในการฝึกอบรมและพัฒนานักเรียน นักศึกษาสุภาพบุรุษอาชีวะเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ทาง สช.จึงเล็งเห็นว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ จะสามารถช่วยให้สังคมภายนอกได้รับรู้ และยอมรับในตัวนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษา รวมถึงปรับเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อเด็กอาชีวะให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นอีกด้วย

–คมชัดลึก ฉบับวันที่ 21 มี.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32182&Key=hotnews

สช.จัด “สุภาพบุรุษอาชีวะจิตอาสา เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รุ่นที่ ๓ Read More »

สพฐ.จ่อฟันอีก 10 เขต โกงสอบครู อานันท์แนะปฏิรูปแม่พิมพ์คุณภาพ

22 มีนาคม 2556

สพฐ.จ่อฟันอีก 10 เขต โกงสอบครู อานันท์แนะปฏิรูปแม่พิมพ์คุณภาพ

“สพฐ.” เตรียมตั้งกรรมการ 5 ชุด สอบทุจริตสอบครูผู้ช่วย 10 เขต รวมทั้ง4 เขต ที่ดีเอสไอชงโมฆะ “ผู้ตรวจราชการ ศธ.” จี้ ดีเอสไอ เร่งรับเป็นคดีพิเศษ หวั่นพยานไม่ปลอดภัย ด้าน “อานันท์” ชี้ไทยล้มเหลวการส่งเสริมสิทธิเด็ก แนะรัฐลงทุนพัฒนาทรัพยากรเด็กเป็น “ซุปเปอร์คิดส์” เพื่ออนาคตของประเทศ เผยเด็กภาคอีสาน 18 เปอร์เซ็นต์มีชีวิตต่ำกว่าเส้นความยากจน ขาดรักจากพ่อแม่ จี้ปฏิรูปครูคุณภาพปรับวิธีสอนใหม่พร้อมเสนอตั้งองค์กรภายนอกคุมรายการทีวี มีแต่ละครน้ำเน่าแฝงความรุนแรงเด็กซึมซับ-ลอกเลียนแบบอย่างแก๊งงฟันน้ำนม
เมื่อวันที่ 21 มี.ค.56 นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีทุจริตสอบครูผู้ช่วยว่า ขณะนี้ทางสพฐ.เตรียมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอีก 5 ชุด เพื่อตรวจสอบข้อมูลใน 10 เขตพื้นที่การศึกษา ประกอบด้วยสพป.อุดรธานี เขต 3, สพป.ยโสธร เขต1, สพป.นครราชสีมา เขต 2, สพป.หนองบัวลำภู เขต1, สพป.อุบลราชธานี เขต 5,สพป.ขอนแก่น เขต 4, สพป.ชัยภูมิ เขต1, สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2, สพป.กาฬสิทธุ์เขต 3 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการมัธยมศึกษา(สพม.)เขต 25 จ.ขอนแก่นเนื่องจากพบข้อมูลส่อทุจริต
ทั้งนี้ ในจำนวนนี้มี 4 เขต ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เสนอยกเลิกการสอบ ประกอบด้วย สพป.อุดรธานี เขต 3,สพป.ยโสธร เขต 1, สพป.นคร ราชสีมาเขต 2 และสพป.ขอนแก่น เขต 3 แต่เนื่องจากสพป.ขอนแก่น เขต 3 มีการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยแล้ว จึงไม่ต้องมีกรรมการสอบข้อเท็จจริงอีก อย่างไรก็ตาม ประธานกรรมการสอบจะดึงคนนอกมาทำหน้าเพื่อความโปร่งใส โดยใช้เวลาในตรวจสอบ 30 วัน
ขณะที่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนารมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในวันที่ 22 มี.ค.เสียก่อน จะพิจารณาดำเนินการอย่างไร
ด้าน นายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการ ศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว ในการประชุม ก.ค.ศ. เพื่อพิจารณาการทุจริตสอบครูผู้ช่วยควรจะยึดหลักคนทุจริตต้องถูกลงโทษ และคนบริสุทธิ์ต้องได้รับการดูแลตามหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ มิฉะนั้น อาจเกิดปัญหาในภายหลังได้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รู้สึกเป็นห่วงพยานปากสำคัญมาก เพราะกำลังถูกคุกคาม จึงอยากให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นำคดีดังกล่าวเข้าเป็นคดีพิเศษโดยเร็ว เพื่อจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยพยาน พื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น
ด้านนายประกอบ รัตนพันธ์ ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาสภาผู้แทนราษฎร กล่าวในเรื่องดังกล่าวว่า อยากให้มีการตรวจสอบเอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบครูผู้ช่วยอย่างเต็มที่ พร้อมดำเนินการตรวจสอบผู้ที่ผ่านการสอบบรรจุได้ 486 ราย ที่มีคะแนนสูงผิดปกติโดยเร็ว โดยไม่รอช้า และควรดำเนินการให้เสร็จภายใน 1-2 เดือน อย่างไรก็ตาม หากตั้งใจทำจริงก็ตรวจสอบไม่ยาก เว้นแต่จะมีการซื้อเวลากันเท่านั้น ซึ่งเกรงว่าหากไม่เร่งดำเนินการจะส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนได้
วันเดียวกัน ที่ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งเรื่อง การพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนสู่ประชาคมอาเซียนว่า การที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนสู่ประชาคมอาเซียน ถือเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลัก เพราะเราจะต้องพัฒนาเพื่อสังคม และประเทศชาติของเราให้ดีก่อน ซึ่งการจะพัฒนาเด็กให้เป็นสุดยอดเด็ก (Super Kids) ด้วยบันได 3 ขั้น I am I have I can ก็เป็นเรื่องดี แต่เป็นดาบสองคมที่จะต้องระวังให้ดี เพราะ I can เป็นการให้อิสระในการคิด การทำอะไรบางอย่างโดยเด็กอาจจะลืมคำนึงถึงความรับผิดชอบ ดังนั้นจึงหวังว่าในอนาคตเด็กไทยจะไม่โตขึ้นมาแล้วพูดว่า “ผมโกงได้””โกหกได้” หรือ “หลอกคนอื่นได้”
“รัฐบาลยังต้องมีงานทำอีกมากในเรื่องการพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยซึ่งแม้ในภาพรวมจะดูว่ามีการส่งเสริมในเรื่องนี้ค่อนข้างมาก แต่ในความเป็นจริงยังมีเด็กอีกหนึ่งกลุ่มที่ถูกทิ้งอยู่ข้างหลังเช่น ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเด็กประมาณ 18% ต้องดำเนินชีวิตต่ำกว่าเส้นความยากจน ขาดสารอาหาร ไม่ได้รับการดูแลจากพ่อแม่ จึงชี้ให้เห็นว่าไทยยังคงล้มเหลวในการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพเด็กอีกมาก” นายอานันท์ กล่าวและว่าถึงเวลาแล้วที่คนไทยต้องเริ่มคิดว่าการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนเป็นสิ่งสำคัญระดับชาติ โดยปัจจุบันเด็กถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าจะละเลยไม่ได้แม้แต่คนเดียว ดังนั้นรัฐบาลจึงมีหน้าที่ที่จะต้องให้เด็กได้มีโอกาสพัฒนาเต็มตามศักยภาพของทุกคน และสนับสนุนงบประมาณในด้านนี้ให้มาก โดยเฉพาะเด็กในช่วงก่อนเข้าเรียน 5-7 ปี เพราะวัยนี้เป็นช่วงชีวิตที่ควรมีการเรียนรู้เรื่องการสร้างพื้นฐานของการเรียนรู้ต่อไป
นายอานันท์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ควรจะต้องมีองค์กรภายนอกมาคอยดูแลในการนำเสนอรายการโทรทัศน์ และละครต่างๆ เพราะปัจจุบันละครน้ำเน่ามีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อพ่อแม่ดูเด็กก็จะดูตาม จนทำให้มีการลอกเลียนแบบและเกิดพฤติกรรมในทางที่ผิด เช่น การตั้งแก๊งฟันน้ำนมที่ขโมยรถ เป็นต้น

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32187&Key=hotnews

สพฐ.จ่อฟันอีก 10 เขต โกงสอบครู อานันท์แนะปฏิรูปแม่พิมพ์คุณภาพ Read More »

ศธ.เตรียมมอบรางวัล ’สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี’

22 มีนาคม 2556

ศธ.เตรียมมอบรางวัล ‘สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี’

ASTVผู้จัดการรายวัน – “พงศ์เทพ” พร้อมเป็นเจ้าภาพประชุมสภาซีเมค ปี 58 และมอบรางวัล “สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” แก่สุดยอดครูจาก 11 ประเทศสมาชิกซีมีโอ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมมายุครบ 60 พรรษาซึ่งทรงอุทิศพระองค์เพื่อการศึกษา
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงการเข้าร่วมสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สภาซีเมค) ครั้งที่ 47 (47th SEAMEO Council Conference: SEAMEC) ระหว่างวันที่ 19-21 มีนาคม2556 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ว่า ตนได้แจ้งที่ประชุมทราบว่า ปี 2558 ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมสภาซีเมค ครั้งที่ 48 ซึ่งในปีเดียวกันสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา โดยตลอดมาทรงอุทิศพระองค์เพื่อพัฒนาการศึกษาของไทยดังนั้น เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จึงจัดมอบรางวัล “สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี” ให้แก่ครูผู้ทุ่มเทปฏิบัติงานและมีผลงานดีเด่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันก่อให้เกิดคุณประโยชน์ในวงกว้างต่อการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งนี้ ในการคัดเลือกจะให้สิทธิขาดแก่กระทรวงศึกษาธิการทั้ง 11 ประเทศสมาชิกรวมไทยคัดเลือกครูที่มีคุณสมบัติตรงที่กำหนดประเทศละ 1 คน ซึ่งผู้ได้รับรางวัลจะได้รับประกาศเกียรติคุณ เงินรางวัล 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ในส่วนรายละเอียดหลักเกณฑ์การคัดเลือกนั้นจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการเป็นผู้กำหนดต่อไป

ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32188&Key=hotnews

 

ศธ.เตรียมมอบรางวัล ’สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี’ Read More »

เด็กไทย 6 ใน 10 หลุดระบบการศึกษา ระดมศธ.-ยูเนสโกปฏิรูปหลักสูตร

22 มีนาคม 2556

เด็กไทย 6 ใน 10 หลุดระบบการศึกษา ระดมศธ.-ยูเนสโกปฏิรูปหลักสูตร

ผลการศึกษาเส้นทางชีวิตของเด็กไทย พบเด็ก 6 ใน 10 คน หลุดจากระบบการศึกษา เฉลี่ยอายุตั้งแต่ 18 ปี ขณะเด็ก 4 คนที่เหลือเข้ามหาวิทยาลัยเพียง 1 คน จบ ป.ตรีได้งานทำใน 1 ปี เล็งปฏิรูปหลักสูตรร่วมกับ “ศธ.-ยูเนสโก” เตรียมเด็กไทยสู่ตลาดแรงงานคุณภาพ
ดร.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ นักวิชาการยุทธศาสตร์ส่งเสริมการเรียนรู้ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณภาพเยาวชน (สสค.) กล่าวถึงผลการเรียนศึกษาเส้นทางชีวิจของเด็กไทย พบว่า แต่ละปีมีเด็กเกิดเฉลี่ย 8 แสน คน (เทียบอัตราส่วน 1:80,000) เปรียบเทียบเป็นอัตราส่วนเป็นจำนวนเด็ก 10 คน ในแต่ละ รุ่นที่เกิดปีเดียวกัน พบว่าในจำนวนเด็ก 10 คน หรือเด็ ก 1 คน (13%) เรียนไม่จบ ม.3 หรือ ไม่จบแม้แต่การศึกษาภาคบังคับ, เด็ก 3 คน (30%) เรียบจบ ม.3 แล้วเลิดเรียน , เด็ก 2 คน (21%) เรียนจนจบ ม.6/ปวช. แล้วไม่ได้เรียน ต่ออุดมศึกษา เหลือเพียงเด็ก 4 คน (36%) ที่เรียนต่อขั้นอุดมศึกษา แต่พบว่า จบเพียง 3 คน ในจำนวนนี้มีเพียง 1 คนที่จบมาแล้วมีงานทำภายใน 1 ปี
จากผลสำรวจสำมะโนประชากร สำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2553 ผลสอดคล้องกับข้อมูลที่วิเคราะห์ข้างต้นคือประชาชนกรอายุ 15-19 ปี หากอยู่ในระบบจะอยู่ในระดับ ม.ปลาย ปวช. หรือเริ่มเข้ามหาวิทยาลัย แต่ในความเป็นจริงกลุ่มนี้จำนวนกว่า 1.2 ล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 4 ที่ต้องออกมาทำงาน อาชีพส่วนใหญ่ 3 อันดับแรก 1 .เกษตรกรและประมง 41% 2.งานพื้นฐาน เช่น แผงลอย เป็นต้น 17% และ 3.พนักงานบริการ/ขาย/เสมียน 15%
ดร.รุ่งนภากล่าวว่า ขณะที่เยาวชนอายุ 20 -24 ปี หากอยู่ในระบบก็จะเป็นระดับอุดมศึกษาหรือสายอาชีพชั้นสูง แต่ผลการสำมะโนประชากรพบว่ากลุ่มนี้ออกมาทำงานจำนวน 2.8 ล้าน คน (61%) และไม่ทำงานจำนวน 1.7 ล้านคน (36%) ตัวเลขนี้จึงสอดคล้องกับการเปรียบเทียบเด็ก สิบคนที่พบว่า มีเพียง 4 ใน 10 คน เท่านั้นที่เรียนต่อ
ดร.รุ่งนภากล่าวว่า เด็กทุกรุ่นเมื่ออายุ 18 ปี พบว่า 6 ใน 10 คน ต้องออกจากระบบการศึกษา โดยขาดการเตรียมความพร้อม ดังนั้น ขณะนี้ สสค. ได้ร่วมกับคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรโดยมี ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน เพื่อระดมความเห็นจากทุกภาคส่วน และร่วมกับยูเนสโก จัดประชุมถอดบทเรียนกรณีศึกษาการปฏิรูปหลักสูตรที่ประสบผลสำเร็จของประเทศต่าง ๆ รวมถึงกรณีศึกษาการจัดทำหลักสูตรที่สร้างทักษะการเรียนรู้ ทักษะชีวิตที่ตอบโจทย์เรื่องจริงของเด็กไทยกลุ่มใหญ่ในสังคมที่ต้องเข้าสู่ตลาดแรงงานให้มีคุณภาพตั้งแต่วัยเยาว์ในวันที่ 29 มีนาคมนี้

–คมชัดลึก ฉบับวันที่ 22 มี.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32189&Key=hotnews 

 

 

เด็กไทย 6 ใน 10 หลุดระบบการศึกษา ระดมศธ.-ยูเนสโกปฏิรูปหลักสูตร Read More »

วทท.เพื่อเยาวชน สร้างแรงบันดาลใจให้นักวิทย์รุ่นใหม่ เกิดพลังเปลี่ยน

22 มีนาคม 2556

วทท.เพื่อเยาวชน สร้างแรงบันดาลใจให้นักวิทย์รุ่นใหม่ เกิดพลังเปลี่ยน

การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเยาวชน (วทท. เพื่อเยาวชน) ครั้งที่ 8 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-23 มีนาคม ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ภายใต้แนวคิด “วิทยาศาสตร์และการสร้างสรรค์” โดยความร่วมมือของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มีเรื่องราวที่น่าสนใจจากผู้ทรงคุณวุฒิมากมาย
ดร.พรชัย อินทร์ฉาย ผู้อำนวยการสาขาพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (สาขา พสวท. และ สควค.) ของ สสวท. กล่าวว่า หากประเทศไทยพัฒนากำลังคนไม่เพียงพอต่อการพัฒนาประเทศ จะทำให้ไม่มีนวัตกรรมหรืองานวิจัยที่จะแข่งขันกับต่างชาติได้เลย สสวท.จึงได้ริเริ่มจัดทำโครงการพัฒนาและส่งเสริม ผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2527 เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาเยาวชน
นอกจากนี้ สสวท.ยังมี “ห้องเรียนพิเศษ” ในระดับมัธยมศึกษา เช่น ร.ร.มหิดลวิทยานุสรณ์ ร.ร.จุฬาภรณราชวิทยาลัย ซึ่งได้ผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์มากขึ้น แม้ว่านักเรียนจะไปเรียนสาขาใดๆ ก็อยากจะให้เป็นนักวิจัยด้วย เช่น เป็นวิศวกรที่สามารถผลิตชิ้นงานขึ้นมาเองได้ เรียกว่าวิศวกรนักวิจัย หรือเป็นแพทย์นักวิจัย เป็นต้น จะทำให้เราเท่าทันและก็ไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องมือมากมายที่นำมาใช้ในประเทศ
“งาน วทท. เพื่อเยาวชน ครั้งที่ 8 เริ่มต้นจากการที่ สสวท.เปิดเวทีให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทุน พสวท. ได้นำเสนอ ผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ หลังจากนั้นได้เปิดโอกาสให้เยาวชน ทุนอื่นๆ และเยาวชนทั้งไทยและต่างประเทศที่ไม่ใช่นักเรียนทุนแต่มีผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจเข้าร่วมนำเสนอผลงาน นอกจากนั้นภายในงานนี้ยังมีการบรรยายจากผู้ทรงคุณวุฒิ มีงานวิจัยที่เด่นๆ เชิงนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งอยากให้เยาวชนและผู้สนใจได้ไปเห็นว่าพี่ๆ เขาคิดอะไรกัน แล้วทำให้เกิดผลงานที่ขายสู่ห้าง หรือสู่การพัฒนาเชิงเศรษฐกิจสังคมใน วงกว้างได้อย่างไร”
นอกจากนั้น ดร.พรชัย ยังกล่าวต่อไปว่า ผลงานวิจัยของเยาวชนที่มานำเสนอในงานนี้กว่า 400 ชิ้นงาน มีความ หลากหลายมาก ซึ่งจะมีประโยชน์ตรงที่เยาวชนและผู้สนใจด้านนี้ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ซึ่งจะเป็นการผลักดันและสร้าง แรงจูงใจให้กลุ่มเยาวชนที่มีศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์นี้ได้เข้าเรียนต่อยอดสูงขึ้นไปเรื่อยๆ และคิดค้นหานวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมา ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ สสวท.ต้องการ
บางครั้งการทำผลงานบางชิ้น นักเรียนยังไม่รู้ว่าจะได้ประโยชน์อะไร แต่คนที่มาเห็นนั้น ได้ทำอุตสาหกรรมด้านนี้อยู่ เกิดความสนใจ ก็เกิดการขยายผลสู่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น โครงงานไตปลาผงของนักเรียนทุน พสวท. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ศูนย์โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ที่ได้ผลิตและส่งออกต่างประเทศแล้ว และถ้าเกิดแบบผลงานนี้มากขึ้น ประเทศก็จะมีการพัฒนาขึ้นในระยะยาว
ผศ.ดร.ว่าที่ร้อยตรีเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิทยาศาสตร์ทางด้านชีววิทยา ที่ปรึกษาสมาคมนักเรียนทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สทวท.) จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประเทศไทยยังขาดนักวิทยาศาสตร์ทุกสาขาชัดเจน แต่ถ้าเราจะเป็นประเทศที่จะพุ่งไปข้างหน้าได้ และเป็นส่วนหนึ่งของ AEC รวมทั้งของโลก ต้องใช้นวัตกรรม ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วย วันนี้ถ้าเราต้องการแข่งขันกับต่างประเทศ เราจะอยู่แบบเดิมๆ ไม่ได้ เราจึงต้องมีโครงการลักษณะนี้อีกมาก เพื่อสร้างคน และทำให้เขารู้ว่าเส้นทางนี้ เป็นเส้นทางอาชีพ ไม่ใช่ว่าได้รับทุนและมาเรียนหนังสือเฉยๆ ต้องมีการสร้างผลงาน มาเจอเพื่อน และแลกเปลี่ยน 10-20 ปีข้างหน้าจะมีนักวิทยาศาสตร์ออกมาอีกมาก และแม้ว่าผลงานต่างๆ ที่นำเสนอในงาน วทท. เพื่อเยาวชน จะยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับผลงานวิจัยระดับโลก แต่ต่อไปในภายภาคหน้าเด็กๆ เหล่านี้จะเติบโตมาพัฒนาประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ
“ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เวลาเกิดปัญหาในบ้านเมือง เริ่มเห็นว่านักวิทยาศาสตร์ออกมาตอบคำถามมากขึ้น เช่น เจองูประหลาดสีฟ้า หรือวันสิ้นโลก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์สามารถให้คำตอบได้ วันนี้เราจะเห็นว่าวิทยาศาสตร์ไทยเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ เราเริ่มตอบโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้นได้ วิทยาศาสตร์เริ่มเป็นที่พึ่งได้ แต่กว่าที่วิทยาศาสตร์จะเป็นที่พึ่งของสังคมไทยได้นั้น ต้องเริ่มมาจากเด็กๆ ซึ่งเริ่มจากการเข้าค่าย ฝึกทำโครงงาน เรียนหนังสือ นำเสนองานวิจัย ที่น่าสนุกคือการนำเสนองานวิจัยแบบนี้มาจากทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้เรามีเพื่อนอยู่ทั่วประเทศ มีเพื่อน มีเครือข่ายกัน ซึ่งเราหวังว่าจะเห็นภาพแบบนี้กับเด็ก รุ่นใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ”
ในส่วนของสมาคม สทวท. ต่อการผลักดันเยาวชนให้เดินไปในเส้นทางสายวิทยาศาสตร์ เราก็จะช่วยในมุมของการที่เป็นบัณฑิต พสวท. เป็นศิษย์เก่าที่มาร่วมแรงร่วมใจกัน ผลักดันเยาวชนให้เดินไปในเส้นทางสายวิทยาศาสตร์ ในหลายๆ กิจกรรม เช่น การเข้าร่วมงาน วทท. เพื่อเยาวชน ในครั้งนี้ ก็ได้เข้ามาดำเนินงานในส่วนของการเป็นกรรมการตามห้องต่างๆ คอยชี้แนะ แนะนำ วิจารณ์ ติชม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาแก้ไขผลงานของเยาวชนที่มานำเสนอในงานนี้ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมอื่นๆ ของงาน เช่น แนะแนวการศึกษา การตัดสินรางวัลประกวดโปสเตอร์ ซึ่งสิ่งที่เราหวังจะเห็นคือเราอยากให้น้องๆ กลับมาเป็นเหมือนเราบ้าง และต้องพัฒนามากขึ้นกว่าเรา
“วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเรื่องของคนทั้งโลก ฉะนั้นไม่ใช่เพียงแต่นักเรียนทุนเท่านั้น อยากให้เด็กไทยเริ่มชอบวิทยาศาสตร์ ไปเรียนวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศมากขึ้น และเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ช่วยกันพัฒนาทั้งโลก วิทยาศาสตร์เป็น สิ่งที่อยู่รอบตัว เป็นสิ่งที่ท้าทายมาก มีเรื่องสนุกๆ อีกเยอะ ซึ่งจะทำให้เรามีอิสระทางความคิด สามารถคิดค้น สร้างสิ่งต่างๆ ได้เจอเรื่องใหม่ๆ ทุกวัน ทำให้เราสนุก และเกิดการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวได้ชัดเจนขึ้น วิทยาศาสตร์เป็นการเปลี่ยนแปลง และกระแสของโลกเปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งเราจำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เพื่อให้รู้เท่าทัน”
ผศ.ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง รักษาราชการแทนรองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เจ้าภาพร่วมจัดงาน วทท. เพื่อเยาวชน ครั้งที่ 8 ซึ่งท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับทุนจากโครงการ พสวท. เช่นกัน และได้วิจัยสร้างงานวิจัยที่น่าสนใจหลายชิ้น กล่าวถึงบทบาทของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในฐานะที่เป็นเจ้าภาพร่วมจัดกับ สสวท. ได้จัดให้มีคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ในการจัดงานดูแล ฝ่ายพิธีการ ฝ่ายประชาสัมพันธ์งาน และเตรียมงานจัดนิทรรศการที่น่าสนใจมากๆ ซึ่งมหาวิทยาลัยศิลปากรมี ชื่อเสียงโดดเด่นอยู่แล้วในด้านการสร้างสรรค์ และบางคนอาจจะคิดว่าวิทยาศาสตร์กับศิลปะสร้างสรรค์เป็นคนละส่วนกัน แต่จริงๆ เป็นเรื่องเดียวกัน เชื่อมโยงและส่งเสริมกัน วิทยาศาสตร์และการสร้างสรรค์ต้องไปด้วยกัน ซึ่งวิทยาศาสตร์ต้องอาศัยการสร้างสรรค์ และศิลปะการสร้างสรรค์ก็ต้องอาศัยวิทยาศาสตร์
“วิทยาศาสตร์มีส่วนส่งเสริมพัฒนางานวิจัยที่เชื่อมโยง สร้างคุณค่าต่อการใช้งานที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน การที่เราได้ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้อง ทำให้เวลาที่เรามองและการแก้ปัญหาเป็นระบบระเบียบมากยิ่งขึ้น วิทยาศาสตร์สามารถใช้ประโยชน์ได้กับทุกอย่างในชีวิตประจำวัน การกินอยู่ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม การประกอบอาชีพ ไม่เฉพาะอาชีพวิศวกรรม แพทย์ ยังรวมไปถึงการทำเกษตรกรรมด้วย”
สำหรับคุณสมบัติทั่วไปของการเป็นนักวิจัยนั้น เยาวชนต้องมีความสนใจในสิ่งรอบตัว การเป็นนักวิจัยต้องเริ่มจากการเป็นคนช่างสังเกต อยากรู้อยากเห็น พร้อมกับการมุ่งมั่นค้นคว้าหาคำตอบ และเด็กๆ คนไหนอยากเรียนวิทยาศาสตร์ ก็มีทุนต่างๆ ที่ส่งเสริมในการเรียนวิทยาศาสตร์ เช่น ทุนโครงการ พสวท. ทุนเรียนวิทยาศาสตร์ ทุนของมหาวิทยาลัยต่างๆ ในคณะวิทยาศาสตร์
“งาน วทท. เพื่อเยาวชน ครั้งที่ 8 นี้ ตั้งใจจัดขึ้นสำหรับเยาวชนให้มานำเสนอผลงาน ได้แสดงออก ให้เห็นเชิงประจักษ์ เกิดแรงบันดาลใจและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนๆ และ นักวิชาการท่านอื่นๆ นอกจากนั้นยังมุ่งให้เยาวชนและประชาชนที่มาชมผลงานได้เกิดแรงบันดาลใจ และได้เห็นความเป็นจริงของวิทยาศาสตร์ ว่ามีความน่าสนใจ มีความสนุก น่าค้นหา มีความสวยงาม มีศิลปะ มาผสมผสานกัน วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว พิสูจน์ได้ และอยากให้สังคมเราคิดอย่างเป็นระบบ แบบวิทยาศาสตร์ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก” ผศ.ดร.เชาวรีย์ กล่าว

ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32190&Key=hotnews

 

วทท.เพื่อเยาวชน สร้างแรงบันดาลใจให้นักวิทย์รุ่นใหม่ เกิดพลังเปลี่ยน Read More »

มธ.ระดมสมองผุดเครือข่ายอาเซียนศึกษา

22 มีนาคม 2556

มธ.ระดมสมองผุดเครือข่ายอาเซียนศึกษา

โพสต์ทูเดย์ ระดมสมองสร้างเครือข่ายด้านอาเซียนศึกษาระดับมหาวิทยาลัย เตรียมพร้อมสู่ปี 2558   นายประภัสสร์ เทพชาตรี ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในงานประชุมเชิงวิชาการเพื่อสร้างเครือข่ายด้านอาเซียนศึกษาว่า ความท้าทายในการรวมกลุ่มประชาคมอาเซียน ส่วนหนึ่งคือความเข้าใจที่ไม่ถ่องแท้ นำไปสู่ความตระหนก และหวาดกลัวเกินความเป็นจริง ดังนั้นมหาวิทยาลัยต่างๆ จึงจำเป็นต้องสร้างเครือข่ายด้านอาเซียนศึกษาระหว่างกันในภูมิภาค
เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนเป็นกลไกความร่วมมือของสถาบันอุดมศึกษาระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนที่จะช่วยเสริมรากฐานการศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของภูมิภาคและสร้างความรู้ความเข้าใจในความเป็นคนอาเซียน
ศูนย์อาเซียนศึกษายังทำหน้าที่เป็นแหล่งอ้างอิงด้านอาเซียนในภูมิภาค โดยประสานงานเชื่อมโยงเครือข่ายกับฐานข้อมูลต่างๆ และการเป็นคลังสมองในประเด็นเกี่ยวกับอาเซียนเชิงลึกอีกด้วย
“การสร้างเครือข่ายด้านอาเซียนศึกษาให้สำเร็จ ต้องเริ่มจากสร้างเครือข่ายภายในประเทศเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน ก่อนขยายความร่วมมือสู่ระดับภูมิภาคและนอกภูมิภาคต่อไป” นายประภัสสร์ กล่าว
น.ส.ชฎารัตน์ สิงหเดชากุล ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์อุดมศึกษาต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กล่าวว่า สิ้นเดือน มี.ค.นี้ จะมีการประชุมเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนขึ้น คาดว่าจะหารือเรื่องการโอนหน่วยกิตระหว่างกันในภูมิภาค ซึ่งขณะนี้เริ่มนำร่องใช้บ้างแล้วในกลุ่มสมาชิกผ่านโครงการนักศึกษาแลกเปลี่ยน
ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมเป็นเครือข่ายทั้งหมด 26 แห่ง จากทั้งหมด 10 ประเทศ โดยประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม 4 แห่ง ได้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยบูรพา

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32191&Key=hotnews

 

มธ.ระดมสมองผุดเครือข่ายอาเซียนศึกษา Read More »

แห่สมัครมรภ.สุราษฎร์ กว่า 4 พัน คณะ ’ครุศาสตร์’ ฮิตสุด – สอบข้อเขียน 25 มี.ค.

22 มีนาคม 2556

แห่สมัครมรภ.สุราษฎร์ กว่า 4 พัน คณะ ‘ครุศาสตร์’ ฮิตสุด – สอบข้อเขียน 25 มี.ค.

นายประโยชน์ คุปต์กาญจนากุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) เปิดเผยว่า ตามที่กลุ่มภาคีมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคใต้ ประกอบด้วย มรส. มรภ.นครศรีธรรมราช มรภ.สงขลา และ มรภ.ยะลา ได้เปิดรับสมัครนักศึกษาภาคปกติ ประจำปีการศึกษา 2556 ระหว่างวันที่ 11-15 มีนาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้สมัครเรียน มรส.จำนวน 4,007 คน โดยคณะครุศาสตร์ได้รับความนิยมสูงสุด มีผู้สมัครถึง 1,474 คน รองลงมา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 1,029 คน คณะวิทยาการจัดการ 805 คน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 296 คน คณะพยาบาลศาสตร์ 144 คน คณะนิติศาสตร์ 141 คน และวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว 118 คน
อธิการบดี มรส.กล่าวต่อว่า ส่วนสาขาวิชาที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ รัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มีผู้สมัคร 455 คน รับได้เพียง 200 คน ตามด้วยสาขาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ 343 คน รับได้เพียง 32 คน และสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ 296 คน รับได้เพียง 32 คน
“ในปีการศึกษา 2556 ตั้งเป้าว่า จะรับนักศึกษาใหม่จำนวน 2,284 คน เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้รับนักศึกษาบางส่วนผ่านระบบโควตา และผ่านโครงการโรดโชว์การศึกษาแล้ว แต่ปรากฏว่ามียอดผู้สมัครเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ ซึ่งผู้สมัครทั้งหมดจะต้องสอบคัดเลือกด้วยการสอบข้อเขียนในวันที่ 25 มีนาคม” อธิการบดี มรส.กล่าว

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32192&Key=hotnews

แห่สมัครมรภ.สุราษฎร์ กว่า 4 พัน คณะ ’ครุศาสตร์’ ฮิตสุด – สอบข้อเขียน 25 มี.ค. Read More »

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุ การผลิตนักวิทยาศาสตร์ จะต้องเริ่มวางพื้นฐานความรู้ให้นักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา

22 มีนาคม 2556

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุ การผลิตนักวิทยาศาสตร์ จะต้องเริ่มวางพื้นฐานความรู้ให้นักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุ การผลิตนักวิทยาศาสตร์ เพื่อมาพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับประเทศ จะต้องเริ่มวางพื้นฐานความรู้ให้นักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษาให้คลอบคุม
นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเยาวชนครั้งที่ 8 ภายใต้แนวคิดวิทยาศาสตร์และการสร้างสรรค์ ว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากรจัดขึ้น เพื่อเป็นการนำเสนอผลงานของผู้ที่มีความสามารถพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์ และเพื่อกระตุ้นให้เด็กและเยาวชน กลับมาสนใจที่จะเรียนสายวิทยาศาสตร์มากขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างนักวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าที่ผ่านมา สสวท. ได้สร้างนักวิทยาศาสตร์มาแล้วกว่า 2,000 คน แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ และประเทศไทยยังต้องการผู้ที่มีความรู้ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อที่จะมาพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ โดยต้องเริ่มปูพื้นฐานความรู้ให้นักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษาให้คลอบคุม อีกทั้งในขณะนี้ประเทศต่าง ๆ มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก
ขณะที่ภายในงาน ประกอบด้วยกิจกรรมที่ให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมงานมากมาย เช่น การนำเสนอผลงานวิจัย ทั้งแบบการบรรยายและแบบโปสเตอร์ การจัดนิทรรศการแสดงผลงานวิจัย และโครงงานของนักเรียนนักศึกษาอีกกว่า 400 ผลงาน

ที่มา: สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์
http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32202&Key=hotnews

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุ การผลิตนักวิทยาศาสตร์ จะต้องเริ่มวางพื้นฐานความรู้ให้นักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา Read More »

มิติใหม่ของอุดมศึกษาไทย ในหนังสือเล่มเล็ก

อาจารย์ ดร.วันชาติ นภาศรี ประธานหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง, อาจารย์ธวัชชัย แสนชมภู ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง และคุณสิริรัตน์ เลิศมีมงคลชัย นักวิชาการอิสระ ได้รับรางวัลดีเด่น “การนำเสนอผลงานวิจัยภาคบรรยาย” จากเครือข่าย บริหารการวิจัยภาคเหนือต้อนบน การประชุมวิจัยระดับชาติเครือข่าววิจัยอุดมศึกษา ประจำปี 2555 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2555 แล้วมีนักวิชาการนำหนังสือเล่มเล็กจากการสังเคราะห์องค์ความรู้ไปเผยแพร่ทาง อินเทอร์เน็ต ผ่าน e-book
http://www.thaiall.com/e-book/wil/

! http://blog.nation.ac.th/?p=2078

มิติใหม่ของอุดมศึกษาไทย ในหนังสือเล่มเล็ก Read More »

ทิศทางประเทศไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ทิศทางประเทศไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

Posted on July 8, 2012

asean

มหาวิทยาลัยเนชั่น ร่วมกับเนชั่น กรุ๊ป และหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ จัดสัมมนา “ทิศทางประเทศไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” โดย ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการเผยแพร่และถ่ายทอดความรู้เพื่อการบริหารจัดการธุรกิจสู่ประชาคม อาเซียน จากผู้บริหารมืออาชีพในระดับประเทศ เมื่อวันเสาร์ ที่ 7 กรกฎาคม 2555 ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 อาคารคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเนชั่น

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม อธิการบดี มหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง กล่าวต้อนรับ และ คุณสุทธิชัย หยุ่น ประธานกรรมการ บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวเปิดงานและกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดการบรรยายพิเศษ จากนั้น ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศ บรรยายพิเศษ เรื่อง “ทิศทางประเทศไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” เพื่อเป็นการเผยแพร่และถ่ายทอดความรู้เพื่อการบริหารจัดการธุรกิจสู่ประชาคม อาเซียน จากผู้บริหารมืออาชีพในระดับประเทศ ในวันดังกล่าวได้มีการเสวนาหัวข้อสำคัญ เรื่อง “จากลำปาง สู่ AEC” โดยคุณอธิภูมิ กำธรวรินทร์ ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรม จังหวัดลำปาง คุณอนุศิษฏ์ ภูวเศรษฐ ประธานหอการค้า จังหวัดลำปาง และนายนิรันดร์ ปาเต็ล บริษัท ITC NTRECUT จำกัด นักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ( M.B.A.) ของมหาวิทยาลัยเนชั่น ลำปาง ร่วมเสวนาในครั้งนี้

ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับทราบถึง การที่ประเทศไทยจะรวมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา และความสัมพันธ์กับภายนอกภูมิภาคอาเซียน ได้ตระหนักถึงการสร้างความรู้ และความเข้าใจเรื่องอาเซียน ต่อสาธารณชน และเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ และเป็นการเตรียมความพร้อม อีกทั้งถือเป็นการพัฒนาบุคลากร เกี่ยวกับการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ทั้ง 3 ด้าน คือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประชาคมการเมืองและความมั่นคง รวมทั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ด้วยทิศทางประเทศไทยในประชาคมอาเซียนร่วมกันภายในปีพุทธศักราช 2558 อย่างสง่างามและสมภาคภูมิ

ข่าวโดย นิเวศน์ อินติ๊ป

! http://www.ustream.tv/recorded/23815560

http://www.facebook.com/media/set/?set=a.339255416151550.76624.228245437252549

! http://blog.nation.ac.th/?p=2094

ทิศทางประเทศไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน Read More »