Education News

ข่าวการศึกษา เน้นเกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

รศ.กำจร ตติยกวี จะรื้อใหญ่แก้ปัญหาหลักสูตรไม่ตอบรับภาคแรงงานมานานแล้ว

คุณณฐา จิรอนันตกุล นักข่าว Thaipbs รายงานเรื่องที่ เลขาฯ สกอ. จะรื้อใหญ่
ระบบการศึกษาไทย ชี้ให้เห็นปัญหาระหว่าง demand กับ supply ไม่ตรงกัน
ผู้ผลิตก็ผลิตบัณฑิตไปอีกทาง ผู้บริโภคแรงงานก็ไม่ได้ที่ต้องการ บัณฑิตก็เคว้งคว้างว่างงาน
เพราะเลือกเรียนไม่ตรงกับความต้องการของตลาด เลือกเรียนที่มีความสุข สนุกสนาน

ก็ผู้บริโภคแรงงานมีค่านิยมรับแต่คนเก่ง .. ไม่รับคนดี
สวนกระแส ที่เด็ก ๆ มักได้รับผ่านสื่อ ว่า
อะไรก็ไม่เป็น แต่ขอให้เป็นคนดี เดี๋ยวผู้ประกอบการก็จะรับเข้าทำงาน
ผู้สัมภาษณ์: พิมพ์ดีดเป็นไหม
ผู้สมัคร: ไม่เป็นครับ
ผู้สัมภาษณ์: ใช้คอมพิวเตอร์เป็นไหม
ผู้สมัคร: ไม่เป็นครับ
ผู้สัมภาษณ์: เอ้า! แล้วเป็นอะไรมั่งเนี่ย
ผู้สมัคร: เป็นคนดีครับ
ผู้สัมภาษณ์: โอเค…รับเลย
http://kt-thoughts.blogspot.com/2011_12_01_archive.html
ในชีวิตจริง ไม่เหมือนกับกระแสสังคมที่เด็ก ๆ รับไปนะครับ

ปัญหาเรื่อง demand กับ supply มีรายละเอียดเยอะจริง ๆ ครับ

สกอ.เตรียมรื้อใหญ่ระบบการศึกษา ตั้งแต่ ปวส. ปริญญาตรี-โท-เอก เน้นคุณภาพรับตลาดแรงงาน กลุ้มใจหลายสถาบันการศึกษาเน้นปริมาณ ไม่สนเด็กจบมาตกงานอื้อ ชี้ “ครู” จบปีละหมื่น
ได้งานปีละพัน แต่เด็กไม่เคยรู้ข้อมูล บริษัทขนาดใหญ่บางแห่งเลือกรับเด็กบางมหาวิทยาลัยทำงาน พร้อมเตรียมฟัน ดร.เก๊!ไร้คุณภาพ

จากข้อมูลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ระบุ 5 อันดับของคนตกงานมากที่สุดในปี 2557 นี้ มีอาชีพอะไรบ้าง ได้แก่
อันดับที่ 1 คือ อาชีพที่เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ/บริหารการพาณิชย์
อันดับที่ 2 คือ สายงานคอมพิวเตอร์
อันดับที่ 3 คือ สายวิศวกร
อันดับที่ 4 คือ สังคมศาสตร์
อันดับที่ 5 คือ สายมนุษยศาสตร์

สิ่งที่น่าสนใจ คือ สายงานที่ได้รับความนิยมเรียนอย่างมากอย่างสายงานอย่างคอมพิวเตอร์ และสายงานวิศวกรรมนั้นทำไมถึงติดอันดับคนตกงานมากสุดในอันดับ 2 และ 3 แซงหน้าสายสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์เสียอีก ขณะที่แรงงานสายช่างกลับขาดแคลนหนักเพราะนักศึกษาระดับปวช.ปวส.สนใจเรียนต่อเพื่อเอาวุฒิปริญญาตรีไปทำงานมากกว่า

ผลสำรวจนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าระบบการศึกษาของไทยกำลังมีปัญหาอย่างหนัก โดยเฉพาะการผลิตบุคลากรเพื่อรองรับตลาดแรงงานที่ไม่สอดรับกัน

ปฏิรูป “สายช่าง” ให้ไปต่อได้อีก
รศ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)เปิดเผยกับ “ผู้สื่อข่าวออนไลน์ไทยพีบีเอส” ถึงแผนการปฏิรูประบบการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแบบที่เรียกว่า “รื้อใหญ่” โดยระบุว่า ปัญหาของหลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ไม่ตอบรับภาคแรงงานมีมานานแล้ว ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ และต้องแก้ไขทุกระดับ

เริ่มตั้งแต่ระดับปวช-.ปวส. ปัญหาการขาดแคลนแรงงานประเภทช่างเป็นตัวบ่งบอกปัญหาในการเรียรการสอนระดับปวช.และ ปวส.ได้อย่างดี

ความต้องการหลักอยู่ที่ช่าง แต่การผลิตในสายอาชีวะมีปัญหา เพราะค่านิยมการได้ใบปริญญามีค่อนข้างสูงในสังคมไทย และยิ่งมีปัญหามากขึ้นเมื่อได้รับผลกระทบจากการที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมาประกาศนโยบายเงินเดือน 15,000 บาทสำหรับคนจบปริญญาตรี มั่นใจว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นักศึกษาที่จบสายช่างมีน้อยลงไปอีก” เลขาธิการ สกอ.กล่าว

ดังนั้นปัญหานี้เป็นปัญหาเร่งด่วนหนึ่งที่ต้องแก้

เลขาธิการ สกอ. ชี้ว่าปัญหาของการเรียนสายช่างคือ ไม่มีหลักสูตรให้คนต่อปริญญาตรีได้ ดังนั้นคนจึงไม่เลือกเรียนสายช่าง ขณะนี้จึงกำลังทบทวนว่าหลักสูตรสายช่างจะต้องมีมากขึ้น และต้องเป็นหลักสูตรสายช่างที่เด็กสามารถเรียนต่อปริญญาตรีได้ด้วย

ถ้าทบทวนตรงนี้ได้ เด็กก็จะไม่หันเหจากปวช.- ปวส. ไปเรียนปริญญาตรี เพราะสายช่างพอไปเรียนปริญญาตรีก็ไม่เก่งเท่าปริญญาตรีจริง จบออกมาก็แข่งขันไม่ได้ ผู้ประกอบการไม่รับ แต่ถ้าเรียนสายช่างแล้วไปทำงานเลย ตลาดแรงงานมีรองรับอยู่มาก

ต่อไปหลักสูตรที่จะมีเพิ่มขึ้น คือหลักสูตรที่ให้เด็กปวส.สามารถเรียนต่อเนื่องได้ แต่หากใครไม่อยากเรียนต่อก็สามารถทำงานได้เลย เพราะคนจบปวส.ตอนนี้หากจบสายช่าง และมีฝีมือ เงินเดือนก็เท่าคนที่จบปริญญาตรี และมีความก้าวหน้าในสายอาชีพทีดีไม่น้อยไปกว่าสายปริญญาตรี ไม่จำเป็นต้องเรียนต่อปริญญาตรี แต่หากคนไหนอยากเรียนต่อปริญญาตรีจริงๆ ก็จะมีหลักสูตรรองรับ แต่สุดท้ายจะตัดสินใจมาทำงานช่างโดยวุฒิ ปวส.ก็ได้ด้วย

นับเป็นจุดสำคัญของระบบการศึกษาไทยที่กำลังจะปรับ!

จบปริญญาตรีแต่ไร้คุณภาพ!
สำหรับระดับปริญญาตรี ที่มีการไปสำรวจว่าเรียนจบมาแล้วตกงานจำนวนมากในสาขาคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรม เลขาธิการ สกอ.เปิดเผยว่า โดยความเป็นจริงแล้ว นักศึกษาที่เรียนจบทั้ง 2 สาขาหากเป็นผู้มีศักยภาพสูง จะไม่ประสบปัญหาตกงาน แต่ยอมรับว่าปัญหาใหญ่ของระบบการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีคือคุณภาพ

“ตลาดแรงงานยังมีตำแหน่งที่ต้องการคนจบใหม่ไปทำงานเยอะ แต่ต้องการเฉพาะคนมีศักยภาพสูงเท่านั้น”

ดังนั้นปัญหาจริงๆ คือการผลิตบัณฑิตที่ไม่มีคุณภาพ ทำให้ปัญหาของการตกงานอยู่ที่ปัจจัยสำคัญ คือจบมาจากสถาบันที่ไม่น่าเชื่อถือ จบในสาขาไม่ตรงตลาดแรงงาน และจบมาแล้วความรู้ด้อยเกินไป และสำหรับตำแหน่งที่เฉพาะตัว บางคนก็มีการเลือกงาน ก็มีโอกาสตกงานได้เหมือนกัน

“ตลาดไอทียังเติบโตเยอะ แต่ต้องการคนมีศักยภาพ เข้าไปแล้วทำงานได้เลย ไม่ใช่เข้าไปถึงทำได้แต่ word กับ excel”

จุดนี้เลขาฯ สกอ.ระบุว่า จะต้องมีการสำรวจอย่างจริงจังและสะท้อนกลับไปให้สถาบันต่างๆ เห็นเลยว่า สถาบันใดบ้างที่กำลังมีปัญหา เพราะที่ผ่านมาการสะท้อนแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้น

ดัชนีชี้คุณภาพ? เมื่อหลายบริษัทเลือก ไม่รับเด็กบางมหาวิทยาลัย
ต่อไปต้องมีการสำรวจฝ่ายบุคคลของบริษัทใหญ่ๆ ว่าเวลาสมัครงาน ใครมาสมัคร แล้วรับใคร คุณสมบัติแบบไหนที่รับ แล้วแต่ละบริษัทมีลิสต์สถาบันที่จะรับจริงไหม ทำไมรับแต่คนจบจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ฯ ทำไมคนจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฎจึงไม่รับ อย่างบริษัทใหญ่บางแห่งส่วนใหญ่ถึงรับแต่วิศวะฯ จุฬา เป็นต้น” เลขาธิการ สกอ.ระบุ

โดยสำหรับ สกอ.เอง ที่ผ่านมาได้มีการสำรวจอัตราการสอบ ก.พ. ซึ่งจะมีทั้งเด็กจบใหม่ และเด็กไม่เก่งที่ยังค้างอยู่ในตลาดแรงงานมาสอบ พบว่า มีสถาบันบางแห่งคนไปสอบ ก.พ. ภาค ก. จำนวน 8,000 คน แต่สอบก.พ. ภาคก.ได้แค่ 70 คน

ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ที่สอบได้ คนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 90 กว่า

นี่คือข้อมูลที่น่าตกใจ!

ซึ่งทาง สกอ.ก็ยอมรับว่าการสะท้อนกลับไปตรงๆ ที่สถาบันต่างๆ นั้น ทำให้สถาบันต่างๆ ไม่ชอบใจนัก

ต้องเข้าใจว่าในสังคมไทยไม่ชอบถูกประเมิน อย่างสมศ.(สำนักงานรับรองและประเมินคุณภาพการศึกษา) ตอนนี้ก็มีปัญหาว่ามีคนเสนอให้ยุบ เพราะไม่อยากถูกประเมิน และเมื่อประเมินแล้วก็ยังสะท้อนกลับไปไม่ชัด เมื่อสะท้อนกลับไปไม่ชัด ก็เกิดปัญหาว่าสถาบันต่างๆ ไม่ยอมรับ

จบครูปีละหมื่น แต่มีตำแหน่งงานให้ปีละพัน!
ในขณะที่ข้อมูลยังระบุว่า การเรียนในหลักสูตรครูก็ประสบปัญหา เพราะตอนนี้มีการผลิตครูปีละ 10,000 คนรวมทุกมหาวิทยาลัย แต่มีตำแหน่งงานครูให้ปีละ 1,000 คน

เป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งที่ เลขาธิการ สกอ.ยอมรับว่าหนักใจ เพราะสถาบันการศึกษาที่ผลิตครูไม่ยอมบอกผู้เรียนไปตรงๆ ว่าเรียนแล้วคุณจะตกงาน และที่สำคัญคือเด็กเองก็รู้แค่ว่าจะเรียนอะไร แต่ไม่รู้เลยว่า เรียนแล้วจะไปทำงานอะไร ตลาดแรงงานรองรับหรือไม่

คนเรียนจบครูตอนนี้เลยตกงานอื้อ!

สิ่งที่สกอ.กำลังทำคือพยายามจะหากลไกมาสะท้อนกลับในส่วนนี้ โดยเฉพาะความร่วมมือกับสื่อมวลชนที่จะกำหนดตัวชี้วัดบางตัวขึ้นมา เพื่อให้ทำเรทติ้งสถาบันต่างๆ เพื่อวัดคุณภาพมหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้ยังเป็นแค่แนวคิด ยังไม่ได้มีความร่วมมืออย่างจริงจัง

เตรียมฟันพวกลอกวิทยา จบ ป.โท-เอกไร้คุณภาพ
รศ.กำจร ตติยกวียังกล่าวถึงปัญหาการศึกษาในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ของสถาบันการศึกษาต่างๆ ว่า เป็นอีกส่วนหนึ่งที่กำลังเป็นปัญหา และต้องเร่งแก้ไข เพราะวันนี้คำถามเรื่องคุณภาพเป็นเรื่องที่มีการถามกันมาก

“ในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก การจ้างทำวิทยานิพนธ์และการลอกวิทยานิพนธ์เป็นเรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่มาก ซึ่งจุดนี้ทาง สกอ.ได้เตรียมที่จะแก้ไข”

เลขาธิการ สกอ. กล่าวต่อไปว่า ทาง สกอ. เตรียมจะดำเนินการแก้ปัญหาการคัดลอกวิทยานิพนธ์เป็นพิเศษ โดยสกอ.จะให้ทางสถาบันการศึกษาต่างๆ กำหนดเกณฑ์การตรวจสอบวิทยานิพนธ์ว่าอนุญาตให้มีการกึ่งคัดลอกวิทยานิพนธ์ได้ในสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงนี้ แต่ละสถาบันการศึกษาจะให้นักศึกษารับผิดชอบแต่เพียงคนเดียวไม่ได้ อาจารย์ที่ปรึกษา และสถาบันจะต้องร่วมรับผิดชอบในส่วนนี้ด้วย

โดยหลังจากสถาบันต่างๆ กำหนดเกณฑ์การคัดลอกวิทยานิพนธ์แล้ว สกอ.จะนำวิทยานิพนธ์ฉบับนั้นๆ มาตรวจสอบอีกรอบหนึ่งก่อนทำการตีพิมพ์วิทยานิพนธ์ โดยสกอ.จะตั้งเกณฑ์การคัดลอกให้สูงกว่าที่สถาบันต่างๆ ที่กำหนดไว้ เช่น หากสถาบันการศึกษากำหนดเกณฑ์การคัดลอกไว้ที่ 30% ทางสกอ.จะกำหนดเกณฑ์การคัดลอกที่สูงกว่า

“ไม่ได้บอกว่าห้ามอ่านวิทยานิพนธ์คนอื่น อ่านได้ ทบทวนวรรณกรรมเสร็จต้องสร้างความเป็นตัวตนของตัวผู้วิจัยขึ้นมาให้ได้”

และเพื่อไม่ให้สถาบันต่างๆ อ้างว่าไม่มีเครื่องมือ ขณะนี้ สกอ.ก็กำลังเตรียมหาเครื่องมือเพื่อให้สถาบันการศึกษาต่างๆ นำไปใช้ตรวจวัดวิทยานิพนธ์อยู่ คาดว่าอีกไม่นานคงเรียบร้อย และจะเริ่มใช้ในปีการศึกษาที่จะถึงนี้

ต่อไป ปริญญาโท ปริญญาเอก จะมีคุณภาพมากขึ้น ไม่ต้องมีคำถามอีกว่า คนๆ นี้จบดร.มาได้ยังไง ไม่มีความรู้ ทำไมนักการเมืองได้ดร.ง่าย ต่อไปต้องตอบคำถามได้ คือคนที่ทำวิทยานิพนธ์จะต้องตอบคำถามได้จริง มีความรู้จริง อย่างนี้ถึงจะจบจริง

รศ.กำจรบอกว่าทุกวันนี้ถามคำเดียวรู้ได้แล้วใครทำวิทยานิพนธ์จริง ไม่จริง

ถามคำเดียวรู้เลย ใครทำจริง ไม่จริง คือถามว่าทำวิทยานิพนธ์ ทำสารนิพนธ์เรื่องอะไร ใครตอบตะกุกตะกัก หรือขึ้นชื่อวิทยานิพนธ์ว่าสำรวจความพึงพอใจอย่างนี้ อนุมานได้ก่อนว่าไม่ได้ทำเอง ลอกตามๆ แบบเดิมกันมา หรือบางคนก็ตอบคำถามไม่ได้ด้วยซ้ำว่าอาจารย์ที่ปรึกษาชื่ออะไร” รศ.กำจร ตติยกวี กล่าวทิ้งท้าย

นี่คืออีกก้าวของการปฏิรูปการศึกษา ที่หลายคนบอกว่าปัญหาการศึกษาไทยเป็นแผลเก่าที่สมานได้ยาก

ต้องจับตาดูว่า สกอ.จะทำงานใหญ่งานนี้สำเร็จหรือไม่? แต่ถ้าทำได้ นั่นหมายถึงคุณภาพของระบบการศึกษาไทยเริ่มเห็นแสงสว่างรำไร

รายงานพิเศษโดย : ณฐา จิรอนันตกุล ทีมข่าวไทยพีบีเอสออนไลน์

http://bit.ly/1rD32tD

รศ.กำจร ตติยกวี จะรื้อใหญ่แก้ปัญหาหลักสูตรไม่ตอบรับภาคแรงงานมานานแล้ว Read More »

หนังเรื่อง Waiting for Superman สารคดีตีแผ่ปัญหาคุณภาพการศึกษาอเมริกัน

ที่อเมริกาก็มีปัญหาด้านการศึกษา โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์
ครองอันดับ 25 จาก 30 ประเทศที่พัฒนาแล้ว

แสดงว่าเด็กที่อเมริกาคิดว่ามนุษย์ไม่เหมือนมนุษย์ธรรมดา
คิดว่าจะมีคนเก่งขั้นเทพ และโชคชะตาจะมาช่วยเหลือ
แล้วเป็นเหตุให้มีความพยายามช่วยเหลือตนเองไม่มากเท่าที่ควร
แต่ถ้าคิดว่ามนุษย์ทุกคนก็เป็นแค่สิ่งมีชีวิต ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
เขาอาจลดจินตนาการมาใกล้เคียงกับความเป็นจริง
แล้วพยายามอย่างที่สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เขาทำกัน

http://www.youtube.com/watch?v=QBQsnQzJByw

ภาพยนตร์ Waiting for Superman
การศึกษาวิชาคณิตศาสตร์ของอเมริกาจัดอยู่ลำดับที่ 25 และรั้งท้ายในหลายวิชา เมื่อเทียบกับ 30 ประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่กลับสวนทางกับความมั่นใจในตัวเองของวัยรุ่นอเมริกันที่พุ่งสูงเป็นอันดับ 1 ระบบการศึกษาที่ไร้คุณภาพ และโอกาสอันริบหรี่ที่จะได้เข้าโรงเรียนรัฐบาลชื่อดัง ซึ่งทำให้อนาคตของเยาวชนทั้งประเทศต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย นำมาตีแผ่ผ่านภาพยนตร์สารคดี Waiting for Superman

ไม่เพียงเจาะลึกวิกฤตการศึกษาอเมริกาได้อย่างน่าเชื่อถือ ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ยังนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ให้เข้าใจง่ายผ่านแอนิเมชั่น ละครและภาพยนตร์ฮิตในอดีต ทำให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหาการศึกษาที่ฝังลึกจนยากจะเยียวยา และพยายามหาทางออกที่เป็นรูปธรรม สารคดีเรื่องนี้สร้างสรรค์โดย Davis Guggenheim ผู้กำกับหนังสารคดีตีแผ่สิ่งแวดล้อม An Inconvenient Truth และคว้ารางวัลใหญ่ในปี 2010 จากเทศกาลซันแดนซ์ และ Critics’ Choice Movie Awards

ติดตามชีวิตนักเรียนอเมริกันทั้ง 5 คน กับวิกฤตทางการศึกษาที่ต้องเผชิญ และการพยายามหาทางออกด้วยตัวเอง โดยหยุดฝันเฟื่องถึงฮีโร่ที่ไม่มีอยู่จริง ก่อนทุกอย่างจะสายเกินแก้ ในภาพยนตร์สารคดี Waiting for Superman Thai เธียเตอร์ 22.00 น. ทาง ThaiPBS

คนในแวดวงการศึกษาและนักการเมืองในอเมริกาหลายคนได้มีโอกาสชมภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ หนึ่งในนั้นก็คือประธานาธิบดี Barack Obama ซึ่งสนใจประเด็นนี้มาก จนถึงขั้นเชิญผู้กำกับและเด็กในสารคดีทั้งห้าเข้าไปพูดคุยถึงทำเนียบขาวเลยทีเดียว

http://bit.ly/1rlnbRo

Movie trailer
http://www.youtube.com/watch?v=ZKTfaro96dg

หนังเรื่อง Waiting for Superman สารคดีตีแผ่ปัญหาคุณภาพการศึกษาอเมริกัน Read More »

การสอดส่องดูแลนิสิตนักศึกษา .. เต้นโชว์

วันนี้เห็นหนังสือฉบับหนึ่ง ส่งถึงอธิการบดีในสถาบันต่าง ๆ และแทงเรื่องให้อาจารย์
ได้ช่วยกันสอดส่องดูแล เป็นประเด็นน่าสนใจครับ จึงไปค้นดูในเน็ตพบเยอะเลย
ถ้าอาจารย์เห็นว่าหน้าตาคุ้น ๆ ก็ไปสอบถาม ตักเตือน และชี้แนวทางที่ถูกต้องด้วยนะครับ
นักศึกษาอาจรู้เท่าไม่ถึงการ ก็เป็นได้ ถ้ารู้ว่าไม่ดี อีกหน่อยก็จะไม่ทำซ้ำ

ข้อความในหนังสือจาก สกอ. มีใจความดังนี้ จากกรณีสื่อสังคมออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์คลิ๊ปวีดีโอเกี่ยวกับพฤติกรรมของหญิงสาว กลุ่มหนึ่งซึ่งสวมเครื่องแบบคล้ายนักศึกษา เต้นยั่วยวนในลักษณะอนาจารต่อหน้ากล้องภายในห้องน้ำแห่งหนึ่ง ภายหลังจากคลิ๊ปวีดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก ต่างเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณือย่างหนักนั้น

ในการนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาพิจารณาแล้ว เห็นว่า การแสดงออกดังกล่าว ของหญิงสาวกลุ่มนี้ ไม่ได้คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมา เพราะไม่มีการปิดบังใบหน้าและใช้ห้องน้ำสาธารณะในการ แสดงพฤติกรรม ซึ่งบุคคลอื่นอาจมาพบเห็นได้ พฤติกรรมดังกล่าวน่าจะเป็นเพราะความคึกคะนอง ถือว่าเป็นการ แสดงออกในทางที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันกับกรณีดังกล่าว สำนักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา จึงขอให้ท่านช่วยสอดส่องดูแลนักศึกษาของสถาบัน มิให้แสดงออกในลักษณะ ที่ไม่เหมาะสม โดยอาจกำหนดแนวทาง มาตรการ และระบบการดูแลนักศึกษาที่ดี
http://beta.soccersuck.com/boards/topic/1081592
http://news.mthai.com/hot-news/363276.html
http://www.thairath.co.th/content/434714

การสอดส่องดูแลนิสิตนักศึกษา .. เต้นโชว์ Read More »

กรณีความขัดแย้งของน้องก้อยกับโค้ชเช

ขัดแย้ง น้อยก้อย กับ โค้ชเช
ขัดแย้ง น้อยก้อย กับ โค้ชเช
โค้ชทักษ์ ปัดอยู่เบื้องหลังชักใย
โค้ชทักษ์ ปัดอยู่เบื้องหลังชักใย

ติดตามข่าวที่ชาวไทยให้ความสนใจ ความขัดแย้งในกีฬาเทควันโด
เพราะเห็นข่าวมาเป็นตอน แต่ละตอนก็จะมีมุมมองต่างกันไป
ดูตอนเดียวแล้วสรุปไม่ได้ครับ
แต่ละตอนก็เป็นแต่ละมุมของแต่ละคน
เหมือนการตอบโต้ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในไทยช่วงต้นปี 2557
ก่อนความสงบจะเข้ามาแทนที่ความขัดแย้งโดยสิ้นเชิง

คำว่า จริยธรรม = จริย + ธรรม = ความประพฤติ + คุณความดี
ผมว่าเรื่องนี้โยงเป็นกรณีศึกษา จริยธรรม ของ ศิษย์ กับ ครูฝึกได้นะ

ข่าวนี้เกิดในกีฬาเทควันโด (Taekwondo)
ระหว่างลูกศิษย์ น้องก้อย รุ่งระวี ขุระสะ กับครูฝึก โค้ชเช ชเว ยองซอก
เป็นข้อพิพาทว่าครูฝึกสั่งสอนลูกศิษย์เกินกว่าเหตุ
ลองมาตามข่าวกันครับ ก่อนจะแสดงความคิดเห็นก็ต้องมีข้อมูลกันก่อน

1. น้องก้อยถูกกระทำ ตัดสินใจประกาศอำลาทีมชาติ
น้อยก้อยเรียกร้องให้โค้ชเชมารับผิดชอบ
ด้วยการขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชน เพราะไม่ใช่ความผิดของก้อย
เช้า 16 ก.ค.57
http://www.youtube.com/watch?v=tTtfUDhl6yk
เช้า 17 ก.ค.57
http://www.youtube.com/watch?v=iGATqqmX9zk

2. โค้ชแม็กซ์ ชัชวาล อัดคลิปยัน น้องก้อย รุ่งระวี ไม่เตรียมตัวก่อนแข่ง
ระบุผู้เข้าแข่งต้องเตรียมความพร้อม และวอล์มร่างกายก่อนแข่ง
เช้า 17 ก.ค.57
http://www.youtube.com/watch?v=8SR4mscMtFI

3. น้องวิว แสดงความเห็นว่า โค้ชน่าจะทำเพราะต้องการกระตุ้น
ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ถ้าแข่งแพ้หมายถึงไม่ได้แพ้คนเดียว แต่ประเทศไทยแพ้
เช้า 17 ก.ค.57
http://www.youtube.com/watch?v=HY0ZE2f0qFY

4. นายพิมล ยืนยัน โค้ชเช บอกผ่าน แม็กซ์ ไม่กลับประเทศไทยแล้ว
บอกว่าไม่เอาไอดีการ์ด ไม่เอาถุงมือมา และคำแก้ตัวไม่เป็นความจริง
เช้า 17 ก.ค.57
http://www.youtube.com/watch?v=iL4NqTFYxp8

5. โค้ชทักษ์ ปัดอยู่เบื้องหลังชักใย ก้อย รุ่งระวี แฉ โค้ชเช
http://hilight.kapook.com/view/105194
เช้า 17 ก.ค.57
http://www.youtube.com/watch?v=EooMpdbJA8s

6. เปิดใจ ‘วิว เยาวภา – เล็ก ชนาธิป’ ฮีโร่เหรียญโอลิมปิก
เย็น 17 ก.ค.57
http://www.youtube.com/watch?v=rnkuVi3Ajpo

7. โค้ชเช แจงไม่ได้ต่อยน้องก้อย
“ในขณะที่นักกีฬาฝ่ายตรงข้ามรอที่คอร์ดแล้ว แต่รุ่งระวี
ยังไม่รู้เลยว่า การแข่งขันได้เริ่มขึ้นแล้ว จนเกือบถูกจับตัดสิทธิ์”
ผมได้สั่งสอนต่อหน้านักกีฬาคนอื่น ๆ จริง
แต่จะเรียกว่าต่อยคงไม่ได้
http://www.youtube.com/watch?v=HvriW0jEUXo

กรณีความขัดแย้งของน้องก้อยกับโค้ชเช Read More »

สอบตรง จะถูกแทนที่ด้วย แอดมิชชั่นกลาง

22 มิถุนายน 2557 ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการให้ปีการศึกษา 2559 มีการปรับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือแอดมิชชั่นกลาง และระบบการรับตรง เพื่อประโยชน์ของเด็ก โดยให้เด็กจะสอบเพียงครั้งเดียว แต่สามารถนำคะแนนไปใช้ในการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยได้ทุกระบบ ช่วยลดการวิ่งรอกสอบและเด็กก็จะไม่เสียสิทธิ์จากเดิมที่เคยมี
http://education.kapook.com/view91386.html

26 มิถุนายน 2557 ข่าว ปรับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา
hourly-Rerun 26 มิถุนายน 2014 เวลา : 09:01 – 10:00 น.
http://tv.ohozaa.com/hourly-rerun/tpbs/2014-06-26/09/

พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม
พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม

เป็นช่วงข่าวนาทีที่ 9:27 – 9:40น.
สอบร่วมกัน แก้ปัญหาการวิ่งรอบสอบ
ครั้งนี้อธิการบดีเห็นชอบร่วมกัน ว่าจะใช้ admission ครั้งเดียว
ส่วนวัดวิชาสามัญ สอบครั้งเดียว
ส่วนวัดความถนัด gat pat สอบสองครั้งเหมือนเดิม
อยากเห็นอยู่ในห้องเรียนจนจบ ม.6

25 มิถุนายน 2557 ตอบโจทย์ เกณฑ์ใหม่เข้ารั้วมหาวิทยาลัย
ผล vote จาก dek-d.com จาก 718 คน
– 67% เห็นด้วย ช่วยลดปัญหาการวิ่งรอกสอบ และไม่ต้องเสียเงินเยอะ
– 33% ระบบใหม่พลาดแล้ว พลาดเลย ไม่มีโอกาสได้แก้ตัว
http://www.dek-d.com/board/view/3331378/
http://www.youtube.com/watch?v=FlqKIYjyIcM
http://clip.thaipbs.or.th/file-12482

4 ตุลาคม 2556 นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประธาน ทปอ.เผยปี 2557 ที่ประชุมมีมติจัดสอบตรงแค่เดือนมกราคม เชื่อช่วยลดปัญหาเด็กวิ่งรอกสอบได้ ยืนยันยังไม่ยกเลิกระบบรับตรง ชี้ปัญหาเกิดจากระบบแอดมิชชั่นส์กลาง ไม่ใช่ความต้องการของมหาวิทยาลัย
http://www.dek-d.com/board/view/3065525/
ผล vote 30 คน
– 23% เห็นด้วยเลื่อนไปเลย จะได้ทำให้ลดปัญหาวิ่งรอกสอบ ลดปัญหาคนสละสิทธิ์ โอกาสระหว่างคนรวยกับคนจนเริ่มเท่าๆกัน
– 77% ไม่เห็นด้วย เราก็เสียประโยชน์ ไม่ได้ไปสอบหลาย ๆ ที่ เผื่อไม่ติดอะสิ

1 เมษายน 2557 นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เปิดเผยกับทีมข่าวการศึกษา เว็บไซต์เด็กดีดอทคอมว่า “ในกรณีรับตรงปีการศึกษา 2558 ยังคงมีอยู่ แต่อาจจะมีรูปแบบที่เปลี่ยนไป ทั้งนี้ได้ประสานงานให้ สกอ. ขอความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ หากมหาวิทยาลัยไหนยังไม่ได้ดำเนินการรับตรงนิสิตนักศึกษาในปีการศึกษา 2558 ให้ไปจัดสอบหลังจากที่นักเรียนได้เรียนจบการศึกษาแล้ว นั้นคือประมาณ ก.พ.58 เป็นต้นไป แต่หากมหาวิทยาลัยไหนดำเนินการรับนักศึกษาไปแล้ว ก็ให้ชี้แจงเหตุผลและความจำเป็น กลับมาว่ามีเหตุใดที่เลือกที่จะรับตรงโดยการจัดสอบเอง”
http://www.dek-d.com/admission/34370/
ผล vote “พัฒนาการศึกษาไทย สิ่งไหนที่ควรยกเลิก ?” 1594 คน
– 9% ยกเลิกรับตรง ต้นเหตุวิ่งรอกสอบ เสียเงินเยอะ รวยก็ได้เปรียบ
– 91% ยกเลิกแอดมิชชั่น ข้อสอบไร้คุณภาพ สอบถี่ สอบทั้งปี เครียด

31 กรกฎาคม 2553 กระแสการเข้ามาแทนที่สอบตรงของแต่ละสถาบันของสอบแอดมิชชั่นกลาง
หรือคล้ายระบบ entrance ในอดีตนั้น มีมาได้ระยะหนึ่งแล้ว
ที่เว็บไซต์เด็กดี นำเสนอเหตุการณ์ที่ต่างกัน 5 เรื่อง ระหว่างสอบ 2 แบบนี้
เหตุการณ์ที่ 1 : เรื่องของการอ่านหนังสือ
อ่านเฉพาะ หรืออ่านหมดทุกวิชา
เหตุการณ์ที่ 2 : เรื่องของคืนก่อนวันสอบ
พักแต่หัววัน หรือเครียดยันสว่าง
เหตุการณ์ที่ 3 : เรื่องของวันสอบ
รอบหน้ายังมี หรือคิดแล้วคิดอีก
เหตุการณ์ที่ 4 : เรื่องของความเครียด
ไม่เครียด หรือเครียดว่าคะแนนถึงหรือไม่
เหตุการณ์ที่ 5 : เรื่องหลังจากวันประกาศผล
มีที่เรียนก่อน หรือถ้าพลาดแอดก็พลาดเลย
http://www.dek-d.com/admission/21456/
http://www.dek-d.com/admission/28730/
http://www.dek-d.com/admission/34901/

รับตรงหลัง admission มีที่ว่างในมหาวิทยาลัยชื่อดังให้ไปสอบกว่า 2 หมื่นที่นั่ง
น่าจะติดสักที่ http://www.dek-d.com/admission/34908/

รวมรับตรง หลังแอดมิชชั่น ปีการศึกษา 2557
http://p-dome.eduzones.com/all-post-admissions-57/

สอบตรง จะถูกแทนที่ด้วย แอดมิชชั่นกลาง Read More »

การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา และเยาวชนด้านเทคโนโลยี

จากการไปพัฒนาตนเองด้วยการอบรมโครงการสร้างสรรค์เยาวชนคนรุ่นหม่ผู้มีวินัยใช้ไอซีที
ระยะที่ 2 มีวัตถุประสงค์
1) เพื่อขยายองค์ความรู้ด้านไอทีไปสู่สังคมไทยครอบคลุมทุกกลุ่ม และขยายวงกว้างมากขึ้นจากโครงการเดิม และยังเป็นรากฐานระบบการเรียนการสอนทางไกลในอนาคตต่อไป
2) เพื่อยกระดับความรู้ของครู และเยาวชนไทย ให้มีศักยภาพทางด้านไอที พร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
3) เพื่อสร้างกระแสความสนใจ และตระหนักถึงผลดีและข้อควรระวังในการใช้งานไอซีที
4) เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของ กสทช. ที่ต้องการให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง
5) เพื่อสร้างระบบงานเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในโครงการฯ นำไปเผยแพร่ในรูปแบบสื่อดิจิตอลออนไลน์ทั่วประเทศ
6) เพื่อปูพื้นฐานคอมพิวเตอร์พื้นฐานสู่กลุ่มครู และนักเรียนที่เป็นกำลังในการพัฒนาประเทศชาติให้มีศักยภาพสูงสุด
หลักสูตรของโครงการ  The Internet and Computing Core (IC3) Certificate
โดยวิทยากรคือ อ.ณัชดนีย์ ธัญพรหิรัณย์ หรือ อ.ตอง หรือ ค้างคาวลูกเจี๊ยบ หรือ อ.พัชรินทร์ จันทร์นาง pattong9@hotmail.com
เมื่อวันที่ 28-31 ต.ค.56 ณ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ชั้น 2 สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
ทั้ง 4 วันที่อบรม แบ่งเป็น 4 หลักสูตร ประกอบด้วย ‪#‎Computing‬ Fundamentals, Key Applications, Living Online, and Netizen
อบรมแล้วก็สอบ ‪#‎certificate‬ กับ #certiport.com ในช่วงเย็นของแต่ละวัน
สำหรับหลักสูตร Netizen เป็นของโครงการที่จัดทำตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และไม่มีใน Certiport.com

https://www.facebook.com/thaiall/posts/10152124071193895http://www.thaiall.com/netgen/index.html

เมื่อกลับมาถึงมหาวิทยาลัยได้คัดเลือกนักศึกษา 20 คนเข้าสอบรอบที่ 1
โดยจัดอบรมตามที่ได้ไปอบรมมาแล้วนั้น ให้กับนักศึกษา
ในวิชาสื่อและเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน (TECH 101)
และวิชาระบบปฏิบัติการ (CPSC 205) แล้วจัดสอบ และคัดเลือกเหลือเพียง 5 คน
และจะนำไปสอบรอบ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 22 มิ.ย.57
ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เชียงใหม่
ผู้ผ่านการสอบและได้คะแนนสูงสุด 5 ท่านแรก ได้แก่
น.ส.กรรณิการ์ วงค์ปัญญา
น.ส.ศัลณ์ษิกา ไชยกุล
น.ส.โชติชนิต สนธิ
น.ส.กวินนา เงินสุวรรณ์
น.ส.ศิริวารินทร์ ตามล
โครงการนี้นักศึกษาทั้ง 20 คนจะได้รับประสบการณ์จากการเรียนรู้ในหัวข้อข้างต้น
และ 5 คนจะได้รับประสบการณ์สอบกับข้อสอบสากลผ่านเว็บไซต์ certiport.com

การพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา และเยาวชนด้านเทคโนโลยี Read More »

การพัฒนาตนเองแล้วนำมาพัฒนาการเรียนการสอน

จากการไปพัฒนาตนเองด้วยการเข้าร่วมประชุมวิชาการ
ที่จัดโดยคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
ชื่อ การประชุมทางวิชาการระดับชาติ ด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ครั้งที่ 9 และ 10
คือ 9-10 พ.ค.56 และ 8-9 พ.ค.57
ซึ่งกระผมร่วมประชุมเป็นประจำทุกปี ได้เรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ อยู่เสมอ
ปี 2557 ได้ฟังเรื่องที่น่าสนใจหลายเรื่อง อาทิ

  •  The Development of Automatic Programming execise Verification System

  •  Voice Enabled Weight and Time Apparatuses on Practice for the Northern School for the Blind under the Patronage of the Queen

  •  A Monitoring System for School Flood Victims Using the Android Smart Phone

  •  Portable Guide System for Traveling

  •  Analysis of Data Processing Performance between Relational and Non-Relational Databases of Documents

  •  Development of Dog’s Health Care Application on Mobile Phone

  •  Welfare Information System : Case Study of Electricity Generating Authority of Thailand

แล้วนำมาแบ่งปันใน วิชาสื่อและเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน (TECH 101)
ในปีการศึกษา 2556 ภาคเรียนที่ 2
โดยนำเสนอประเด็นว่า ทุกปีจะมีสถาบันการศึกษาจัดประชุมทางวิชาการในหลายเวที
ที่เปิดให้ผู้สนใจได้นำเสนอผลงานทางวิชาการจากการพัฒนา เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
มีหัวข้อต่าง ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
แล้วมอบหมายให้นักศึกษาได้ทำโครงงานประจำวิชา โดยออกแบบกระบวนการภายในกลุ่ม
แล้วนำเสนอผลงานหน้าเวทีเป็นงานกลุ่ม พร้อมส่งผลงานเข้าประกวดกับโครงการชีวิตติดเดิน
เพื่อให้เข้าใจถึงเงื่อนไข และขั้นตอนการส่งผลงานเข้ารับการพิจารณาที่แท้จริง
แม้จะไม่ได้เข้ารอบ แต่ก็ต้องทำงานให้สมบูรณ์ด้วยการทำ powerpoint
และนำเสนอหน้าชั้นเรียนทุกกลุ่มเช่นเดียวกับที่นำเสนอในเวทีการประชุมวิชาการ
http://www.youtube.com/playlist?list=PLYv8A28PGRQwAyjq0bs2HxTpKZI348duy
http://www.scribd.com/doc/223300399/Proceedings-of-NCCIT2014
http://search.4shared.com/postDownload/LpmntYcV/Proceeding_NCCIT2013.html
https://www.facebook.com/IT.Faculty.KMUTNB/media_set?set=a.701365849921845.1073741849.100001453093093
http://www.psichannel.com
http://www.thaiall.com/project/nccit07.htm

การพัฒนาตนเองแล้วนำมาพัฒนาการเรียนการสอน Read More »

แบ่งปันบทเรียนที่ได้ร่วมวิพากษ์ คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา 2557

ประชุมเพื่อวิพากษ์  (ร่าง) คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
ประชุมเพื่อวิพากษ์
(ร่าง) คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา

แบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการประชุมเพื่อวิพากษ์
(ร่าง) คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2557
เมื่อวันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม 2557 ณ โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง จ.เชียงใหม่

จากการนำเสนอร่างคู่มือให้วิพากษ์ แสดงความคิดเห็น ก่อนนำข้อเสนอแนะจาก 9 เครือข่าย
ไปพิจารณาปรับเป็นเล่มสมบูรณ์นั้น เริ่มวิพากษ์โดย รศ.ศรีสมรัก อินทุจันทร์ยง
ชี้แจงตัวบ่งชี้ว่ามีการแบ่งเป็น 3 ระดับการประกันคุณภาพการศึกษา
คือ หลักสูตร คณะวิชา และมหาวิทยาลัย
แล้วแต่ละระดับยังแบ่งออกเป็นเกณฑ์ของระดับการศึกษา
คือ ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก
ซึ่งกระผมสนใจส่วนของปริญญาตรีเป็นหลัก
พบว่า
ตัวบ่งชี้ 1.1 – 1.14 เป็นของระดับหลักสูตร
ตัวบ่งชี้ 2.1 – 2.8 เป็นของระดับคณะวิชา
ตัวบ่งชี้ 3.1 – 3.10 เป็นของระดับมหาวิทยาลัย

หลังการชี้แจงมีการแบ่งกลุ่มของหลักสูตร กับ กลุ่มคณะวิชาและสถาบัน
เพื่อรับข้อเสนอแนะจากที่ประชุม เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการจัดทำคู่มือ เป็นลำดับต่อไป
โดยมี รศ.อุษณีย์ คำประกอบ เป็นผู้นำกลุ่มคณะวิชาและสถาบัน
แล้วกลุ่มหลักสูตรมี ศ.ดร.วัชระ กสิณฤกษ์ และนพ.ณัฐพงษ์ อัครผล (คุณหมอต้น) ร่วมกันดำเนินการ

สำหรับรายละเอียดของตัวบ่งชี้ ปี 2557 นั้น พบว่า

การประเมินในระดับคณะ
ตัวบ่งชี้ 1.1 ถูกเรียกว่า ตัวบ่งชี้มาตรฐาน หากไม่ผ่านเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่ง ให้ผลประเมินเป็น 0 และไม่ต้องประเมินตัวบ่งชี้พัฒนาอีก 13 ตัวบ่งชี้ ซึ่งตัวบ่งชี้มาตรฐานมีเกณฑ์ระดับปริญญาตรี ดังนี้
1.จำนวนอาจารย์ประจำหลักสูตร ไม่น้อยกว่า 5 คน และเป็นเกิน 1 หลักสูตรไม่ได้
2.คุณสมบัติของอาจารย์ประจำหลักสูตร มีวุฒิระดับปริญญาโท หรือสัมพันธ์กับสาขาวิชาที่เปิดสอน
3.คุณสมบัติของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาโท หรือตำแหน่ง ผศ.อย่างน้อย 2 คน
4.มีการปรับปรุงหลักสูตรไม่เกินรอบระยะเวลาที่กำหนด
5.การดำเนินงานให้เป็นไปตามตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงานเพื่อการประกันคุณภาพหลักสูตรและการเรียนการสอนตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ โดยต้องผ่านตัวบ่งชี้ TQF ข้อ 1 – 5 ทุกตัว

ตัวบ่งชี้ 1.2 ร้อยละของอาจารย์ประจำสังกัดหลักสูตรที่มีคุณวุฒิปริญญาเอก
ตัวบ่งชี้ 1.3 ร้อยละของอาจารย์ประจำสังกัดหลักสูตรที่ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ
ตัวบ่งชี้ 1.4 ผลงานวิชาการของอาจารย์ประจำสังกัดหลักสูตร
ตัวบ่งชี้ 1.5 จำนวนบทความของอาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาเอกที่ได้รับการอ้างอิง
ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติต่อจำนวนอาจารย์ประจำหลักสูตร
ตัวบ่งชี้ 1.6 สัดส่วนจำนวนนักศึกษาเต็มเวลาเทียบเท่าต่อจำนวนอาจารย์ประจำสังกัดหลักสูตร
ตัวบ่งชี้ 1.7 กระบวนการจัดการเรียนรู้และการบูรณาการกับงานวิจัย
การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
ตัวบ่งชี้ 1.8 การบริหารหลักสูตร
ตัวบ่งชี้ 1.9 การประเมินผลผู้เรียน
ตัวบ่งชี้ 1.10 การดูแล ช่วยเหลือ และสนับสนุนนักศึกษา
ตัวบ่งชี้ 1.11 คุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ
(ป.ตรี โท เอก) (ประเมินจากผู้ใช้บัณฑิต)
ตัวบ่งชี้ 1.12 ผลงานของผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท ที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่
ตัวบ่งชี้ 1.13 ผลงานของผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่
ตัวบ่งชี้ 1.14 ร้อยละของบัณฑิตปริญญาตรีที่ได้งานทำหรือประกอบอาชีพอิสระภายใน 1 ปี

การประเมินในระดับคณะ
ประกอบด้วยผลการดำเนินงานระดับหลักสูตร และเพิ่มเติมตัวบ่งชี้ที่ดำเนินการในระดับคณะ จำนวนรวม 8 ตัวบ่งชี้
+ การผลิตบัณฑิต มี 3 ตัวบ่งชี้
ตัวบ่งชี้ 2.1 ผลการประเมินระดับหลักสูตร
(ค่าเฉลี่ยของระดับคุณภาพของทุกหลักสูตรที่คณะรับผิดชอบ)
ตัวบ่งชี้ 2.2 การบริการนักศึกษา (ถ้ามี)
ตัวบ่งชี้ 2.3 กิจกรรมนักศึกษา (ถ้ามี)
+ การวิจัย มี 3 ตัวบ่งชี้
ตัวบ่งชี้ 2.4 ระบบและกลไกการบริหารและพัฒนางานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ (ถ้ามี)
ตัวบ่งชี้ 2.5 เงินสนับสนุนงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ต่อจำนวนอาจารย์ประจำและนักวิจัยประจำ
ตัวบ่งชี้ 2.6 ผลงานวิชาการของอาจารย์ประจำ และนักวิจัยประจำ
+ การบริการวิชาการ มี 1 ตัวบ่งชี้
ตัวบ่งชี้ 2.7 การบริการวิชาการแก่สังคม
+ การบริหารจัดการ มี 1 ตัวบ่งชี้
ตัวบ่งชี้ 2.8 การบริหารของคณะเพื่อการกำกับติดตามผลลัพธ์

การประเมินในระดับสถาบัน
ประกอบด้วยผลการดำเนินงานระดับหลักสูตร ระดับคณะ และเพิ่มเติมตัวบ่งชี้ที่ดำเนินการในระดับสถาบัน จำนวนรวม 10 ตัวบ่งชี้
+ การผลิตบัณฑิต มี 3 ตัวบ่งชี้
3.1 ผลการประเมินระดับหลักสูตร
(ค่าเฉลี่ยของระดับคุณภาพของทุกหลักสูตรที่คณะรับผิดชอบ)
3.2 การบริการนักศึกษา
3.2 กิจกรรมนักศึกษา
+ การวิจัย มี 3 ตัวบ่งชี้
3.4 ระบบและกลไกการบริหารและพัฒนางานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์
3.5 เงินสนับสนุนงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ต่อจำนวนอาจารย์ประจำและนักวิจัยประจำ
3.6 ผลงานวิชาการของอาจารย์ประจำและนักวิจัยประจำ
+ การบริการวิชาการ มี 1 ตัวบ่งชี้
3.7 การบริการวิชาการแก่สังคมเพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนและสังคม
+ การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม มี 1 ตัวบ่งชี้
3.8 ระบบและกลไกการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
+ การบริหารจัดการ มี 2 ตัวบ่งชี้
3.9 การบริหารของสถาบันเพื่อการกำกับติดตามผลลัพธ์ตามพันธกิจและกลุ่มสถาบัน
3.10 ผลการบริหารงานของคณะ
(คะแนนเฉลี่ยของผลการประเมินระดับคุณทุกคณะ)
http://thainame.net/edu/?p=3754
http://www.scribd.com/doc/221987061/

สำหรับตัวบ่งชี้ผลการดำเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา ที่อ้างอิงในเกณฑ์ที่ 12 ของตัวบ่งชี้ 1.1 ว่าต้องผ่าน 1 – 5 ตัวบ่งชี้แรกนั้น มีตัวบ่งชี้ดังนี้
1.อาจารย์ประจำหลักสูตรอย่างน้อยร้อยละ 80 มีส่วนร่วมในการประชุมเพื่อวางแผน ติดตาม และทบทวนการดำเนินงานหลักสูตร
2.มีรายละเอียดของหลักสูตร ตามแบบ มคอ.2 ที่สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ หรือมาตรฐานคุณวุฒิสาขา/สาขาวิชา (ถ้ามี)
3.มีรายละเอียดของรายวิชา และรายละเอียดของประสบการณ์ภาคสนาม (ถ้ามี) ตามแบบ มคอ.3 และ มคอ.4 อย่างน้อยก่อนการเปิดสอนในแต่ละภาคการศึกษาให้ครบทุกรายวิชา
4.การจัดทำรายงานผลการดำเนินการของรายวิชา และรายงานผลการดำเนินการของประสบการณ์ภาคสนาม (ถ้ามี) ตามแบบ มคอ.5 และ มคอ.6 ภายใน 30 วัน หลังสิ้นสุดภาคการศึกษาที่เปิดสอนให้ครบทุกรายวิชา
5.จัดทำรายงานผลการดำเนินการของหลักสูตร ตามแบบ มคอ.7 ภายใน 60 วัน หลังสิ้นสุดปีการศึกษา

ซึ่งเกณฑ์ทั้ง 5 ข้อจากทั้งหมด 12 ข้อนี้ อยู่ในคู่มือการประกันคุณภาพการศึกษา ของสกอ.
http://www.arc.cmu.ac.th/newmis/qa/manual/intro_manual_2553.pdf หน้า 160

การประชุมครั้งนี้มีบุคลากรของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมทั้งสิ้น 11 คน คือ 
1. คุณภูษณิศา              เนตรรัศมี
2. อ.อัศนีย์                  ณ น่าน
3. อ.ศรีเพชร                สร้อยชื่อ
4. อ.อาภาพร                ยกโต
5. อ.ฉัตรชัย                  หมื่นก้อนแก้ว
6. อ.คนึงนิจ                  ติกะมาตรย์
7. อ.ศศิวิมล                  แรงสิงห์
8. อ.เกศริน                   อินเพลา
9. ผศ.บุรินทร์              รุจจนพันธุ์
10. อ.ปฏิญญา          ธรรมเมือง
11. อ.ดร.วันชาติ      นภาศรี

แบ่งปันบทเรียนที่ได้ร่วมวิพากษ์ คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา 2557 Read More »

ร่าง คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน มี 3 ระดับ

เล่าสู่กันฟัง
พบว่า สำนักมาตรฐานและคุณภาพอุดมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จัดประชาพิจารณ์ 9 ครั้ง ระหว่าง 6 พ.ค. – 2 มิ.ย.57 เอกสารที่ใช้คือ ร่าง คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2557 รอบ พ.ศ. 2558 – 2562

1. ระดับการประเมินจะลึกขึ้น
แบ่งเป็น 3 ระดับคือ ระดับหลักสูตร ระดับคณะวิชา และระดับสถานศึกษา
ซึ่งเดิมมีเพียง 2 ระดับคือ ระดับคณะวิชา และระดับสถานศึกษา
+ ระดับหลักสูตรมี 14 ตัวบ่งชี้ คือ 1.1 – 1.14
+ ระดับคณะมี 8 ตัวบ่งชี้ คือ 2.1 – 2.8
+ ระดับสถาบันมี 10 ตัวบ่งชี้ คือ 3.1 – 3.10
รวม 32 ตัวบ่งชี้
2. การประเมินในระดับหลักสูตร
ประกอบด้วยตัวบ่งชี้มาตรฐาน และตัวบ่งชี้พัฒนา
ตัวบ่งชี้มาตรฐาน 1.1 มี 12 เกณฑ์
เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรและเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
แบ่งเป็นตรีใช้ 5 เกณฑ์ โทและเอกใช้ 12 เกณฑ์
ตัวบ่งชี้พัฒนา 1.2 – 1.14 มี 13 ตัวบ่งชี้
แบ่งเป็นตรีใช้ 10 ตัว โทใช้ 8 ตัว และเอกใช้ 9 ตัว
ตัวบ่งชี้ 1.2 ร้อยละของอาจารย์ประจำสังกัดหลักสูตรที่มีคุณวุฒิปริญญาเอก
ตัวบ่งชี้ 1.3 ร้อยละของอาจารย์ประจำสังกัดหลักสูตรที่ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ
ตัวบ่งชี้ 1.4 ผลงานวิชาการของอาจารย์ประจำสังกัดหลักสูตร
ตัวบ่งชี้ 1.5 จำนวนบทความของอาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาเอกที่ได้รับการอ้างอิง
ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติต่อจำนวนอาจารย์ประจำหลักสูตร
ตัวบ่งชี้ 1.6 สัดส่วนจำนวนนักศึกษาเต็มเวลาเทียบเท่าต่อจำนวนอาจารย์ประจำสังกัดหลักสูตร
ตัวบ่งชี้ 1.7 กระบวนการจัดการเรียนรู้และการบูรณาการกับงานวิจัย
การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
ตัวบ่งชี้ 1.8 การบริหารหลักสูตร
ตัวบ่งชี้ 1.9 การประเมินผลผู้เรียน
ตัวบ่งชี้ 1.10 การดูแล ช่วยเหลือ และสนับสนุนนักศึกษา
ตัวบ่งชี้ 1.11 คุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ
(ป.ตรี โท เอก) (ประเมินจากผู้ใช้บัณฑิต)
ตัวบ่งชี้ 1.12 ผลงานของผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท ที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่
ตัวบ่งชี้ 1.13 ผลงานของผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่
ตัวบ่งชี้ 1.14 ร้อยละของบัณฑิตปริญญาตรีที่ได้งานทำหรือประกอบอาชีพอิสระภายใน 1 ปี
3. การประเมินในระดับคณะ
ประกอบด้วยผลการดำเนินงานระดับหลักสูตร และเพิ่มเติมตัวบ่งชี้ที่ดำเนินการในระดับคณะ จำนวนรวม 8 ตัวบ่งชี้
+ การผลิตบัณฑิต มี 3 ตัวบ่งชี้
ตัวบ่งชี้ 2.1 ผลการประเมินระดับหลักสูตร
(ค่าเฉลี่ยของระดับคุณภาพของทุกหลักสูตรที่คณะรับผิดชอบ)
ตัวบ่งชี้ 2.2 การบริการนักศึกษา (ถ้ามี)
ตัวบ่งชี้ 2.3 กิจกรรมนักศึกษา (ถ้ามี)
+ การวิจัย มี 3 ตัวบ่งชี้
ตัวบ่งชี้ 2.4 ระบบและกลไกการบริหารและพัฒนางานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ (ถ้ามี)
ตัวบ่งชี้ 2.5 เงินสนับสนุนงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ต่อจำนวนอาจารย์ประจำและนักวิจัยประจำ
ตัวบ่งชี้ 2.6 ผลงานวิชาการของอาจารย์ประจำ และนักวิจัยประจำ
+ การบริการวิชาการ มี 1 ตัวบ่งชี้
ตัวบ่งชี้ 2.7 การบริการวิชาการแก่สังคม
+ การบริหารจัดการ มี 1 ตัวบ่งชี้
ตัวบ่งชี้ 2.8 การบริหารของคณะเพื่อการกำกับติดตามผลลัพธ์
ตามพันธกิจและกลุ่มสถาบัน
4. การประเมินในระดับสถาบัน
ประกอบด้วยผลการดำเนินงานระดับหลักสูตร ระดับคณะ และเพิ่มเติมตัวบ่งชี้ที่ดำเนินการในระดับสถาบัน จำนวนรวม 10 ตัวบ่งชี้
+ การผลิตบัณฑิต มี 3 ตัวบ่งชี้
3.1 ผลการประเมินระดับหลักสูตร
(ค่าเฉลี่ยของระดับคุณภาพของทุกหลักสูตรที่คณะรับผิดชอบ)
3.2 การบริการนักศึกษา
3.2 กิจกรรมนักศึกษา
+ การวิจัย มี 3 ตัวบ่งชี้
3.4 ระบบและกลไกการบริหารและพัฒนางานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์
3.5 เงินสนับสนุนงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ต่อจำนวนอาจารย์ประจำและนักวิจัยประจำ
3.6 ผลงานวิชาการของอาจารย์ประจำและนักวิจัยประจำ
+ การบริการวิชาการ มี 1 ตัวบ่งชี้
3.7 การบริการวิชาการแก่สังคมเพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนและสังคม
+ การทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม มี 1 ตัวบ่งชี้
3.8 ระบบและกลไกการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
+ การบริหารจัดการ มี 2 ตัวบ่งชี้
3.9 การบริหารของสถาบันเพื่อการกำกับติดตามผลลัพธ์ตามพันธกิจและกลุ่มสถาบัน
3.10 ผลการบริหารงานของคณะ
(คะแนนเฉลี่ยของผลการประเมินระดับคุณทุกคณะ)

แฟ้มจาก มหาวิทยาลัยนเรศวร
http://www.qad.nu.ac.th/backoffice/php_form/uploads/files/Draft%20criteria%20for%20IQA2557.pdf

หรือ http://www.scribd.com/doc/221987061/

ร่าง คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน มี 3 ระดับ Read More »

ระเบียบการสอบเพื่อป้องกันการพกโพย และใช้ประโยชน์จากไอที เต็มที่

ประกาศคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น
เรื่อง กำหนดวัน เวลา สถานที่สอบและระเบียบเกี่ยวกับการสอบแข่งขัน
เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น

 

อ่านระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
ข้อ ๒.๑ การแต่งกายในวันสอบแข่งขัน ผู้เข้าสอบทั้งสุภาพบุรุษ
และสุภาพสตรีต้องใส่เสื้อยืด ไม่มีปก ไม่มีกระดุม ไม่มีกระเป๋า
สวมกางเกงวอร์มขายาว ไม่อนุญาตให้สวมนาฬิกาหรือเครื่องประดับใด ๆ
และห้ามสวมรองเท้าและถุงเท้าเข้าห้องสอบโดยเด็ดขาด

ระเบียบการสอบเพื่อป้องกันการพกโพย และใช้ประโยชน์จากไอที เต็มที่
ถ้าเรื่องนี้เกิดในสถาบันการศึกษาโดนประท้วงแน่
เพราะเป็นการไม่ให้เกียรตินักศึกษา

มีกลุ่มน้อยที่พกโพย
มีกลุ่มน้อยที่พกโพย

 

เคยได้ยินว่า มนุษย์เราต้องอยู่กันด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ ถึงจะมีความสุข
ระเบียบเข้มงวดขนาดนี้ นักศึกษาจะปรับตัวทันกันไหมนะ
สมัยเป็นนักศึกษาก็อาศัยความรู้รอบ ๆ ตัว
พอไปสอบก็ต้องพึง ต้องพกความรู้ที่อยู่ในตัวเอง
ถ้าชุดขนาดนั้น จะพกความรู้เข้าห้องสอบไว้ตรงไหนล่ะนั่น
สงสัยต้องเก็บความรู้ไว้ แต่ในความทรงจำ

สมัยเรียน น.ศ.ก็เน้นทำเป็น เน้นทำได้ ปฏิบัติจริง
แต่ตอนสอบทำงานเน้นจำ

 

สรุปว่าเห็นใจทุกฝ่าย เชียร์ทุกคน

ระเบียบการสอบเพื่อป้องกันการพกโพย และใช้ประโยชน์จากไอที เต็มที่ Read More »