Education News

ข่าวการศึกษา เน้นเกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ

สช.ชงเร่งแก้ระเบียบศธ.รถรับส่ง นร. ล้อมคอกติดสัญญาณเตือนภัย-สกัดปัญหาลืมเด็ก

9 กรกฎาคม 2556

นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยความคืบหน้าการเสนอแก้ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่าด้วยการควบคุมดูแลการใช้รถนักเรียน พ.ศ.2536 ในด้านความปลอดภัยสำหรับนักเรียนระดับต่ำกว่าชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ลงมา ขณะโดยสารอยู่บนรถรับ-ส่งนักเรียน อาทิ การติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณ หรือเซ็นเซอร์ไว้ในรถทุกคัน ว่า เบื้องต้นสำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้ทำหนังสือบันทึกในส่วนของ สช.เสนอต่อนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัด ศธ. เพื่อพิจารณาเสนอ รมว.ศธ. ไปแล้ว แต่การแก้ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการนั้น จะต้องแก้ในภาพรวมของกระทรวง ไม่ใช่สช.หรือหน่วยงานใดจะเสนอแก้โดยพลการได้

ส่วนกรณีที่เพิ่งผ่านพ้นช่วงรอยต่อการเปลี่ยน รมว.ศธ.จากนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา มาเป็นนายจาตุรนต์ ฉายแสงนั้น ขั้นตอนมาตรการเพิ่มความเข้มงวดกรณีรถรับ-ส่งนักเรียน ยังคงดำเนินการต่อไป
“เวลานี้มีหลายมหาวิทยาลัยเสนอตัวเข้ามาช่วยคิดรูปแบบในการที่จะป้องกันการลืมเด็กในรถรับ-ส่งนักเรียน โดยใช้อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ราคาถูกบ้างแพงบ้าง เข้ามาติดภายในตัวรถ หากเปิดสวิตช์แล้วมีการเคลื่อนไหวในรถ ตัวจับสัญญาณหรือเซ็นเซอร์ จะส่งเสียงเตือนออกมานอกตัวรถ ซึ่งกรณีนี้หากยังไม่บรรจุอยู่ในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ก็ถือว่ายังไม่เป็นการบังคับ เราจึงส่งหนังสือไปตามสถานศึกษาในสังกัด เพื่อขอความร่วมมือและแนะนำว่าหากติดอุปกรณ์เสริมที่กล่าวถึงนี้ ชีวิตของเด็กจะปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี หากออกเป็นระเบียบกระทรวงศึกษาธิการแล้ว สถานศึกษาสังกัด ศธ.จะต้องติดตั้งอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยนี้กับรถรับ-ส่งนักเรียนทุกคัน ไม่ว่าจะเป็นรถของโรงเรียน รถที่โรงเรียนจ้างเพื่อรับ-ส่งนักเรียน หรือรถของบุคคลภายนอกที่ประกอบกิจการรับ-ส่งนักเรียน” เลขาธิการ กช.กล่าว

–ข่าวสด ฉบับวันที่ 10 ก.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33301&Key=hotnews

สช.ชงเร่งแก้ระเบียบศธ.รถรับส่ง นร. ล้อมคอกติดสัญญาณเตือนภัย-สกัดปัญหาลืมเด็ก Read More »

ผนึกกำลัง 3 ชาติ ร่วมปั้นคนอาชีวะ

9 กรกฎาคม 2556

ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตนพร้อมด้วยผู้บริหารวิทยาลัยสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)ที่อยู่บริเวณชายแดนลุ่มน้ำโขง ได้เดินทางไปหารือสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับ ดร.กาว เวียด ยู๋ง รองอธิการบดีฝ่ายต่างประเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีศึกษาแห่งเมืองวิง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และ นายหนูพัน อุตสา หัวหน้ากรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาและกีฬา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เพื่อร่วมพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษารองรับการเข้าร่วมประชาคมอาเซียน โดยผลหารือมีข้อสรุปว่าทั้ง 3 ประเทศ จะร่วมมือกันพัฒนาบุคลากรและผลิตกำลังคนด้านอาชีวศึกษา โดยจะมีการแลกเปลี่ยนครู อาจารย์และนักศึกษาระหว่างกัน พัฒนางานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์
เลขาธิการกอศ. กล่าวว่า นอกจากนี้ตนได้เสนอให้ทั้ง 3 ประเทศร่วมกันจัดการอาชีวศึกษาให้มีมาตรฐาน มีทักษะเป็นที่ยอมรับ โดยให้การรับรองวุฒิการศึกษาร่วมกัน เป็นการจัดการอาชีวศึกษาแบบไตรภาคี ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.)ในสาขาที่ทุกประเทศเห็นว่ามีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศซึ่งจะนำร่องในสาขาที่ทั้ง 3 ประเทศต้องการ โดยแต่ละประเทศจะคัดเลือกเด็กที่จบ ม.6 หรือ ปวช.ประเทศละ 10 คน รวม 30 คนมาเรียนในระบบไตรภาคี ซึ่งบางเทอมเรียนที่ไทย บางเทอมเรียนที่เวียดนาม หรือ สปป.ลาว เพื่อให้มีทักษะภาษา วิชาชีพและการปฏิบัติงาน เมื่อเรียนจบแล้วสามารถไปทำงานต่างประเทศได้ ทั้งนี้จะมีการตั้งคณะทำงานโดยมีตัวแทนของทั้ง 3 ประเทศเพื่อร่วมกันคัดเลือกสาขานำร่องต่อไป

ดร.กาว เวียด ยู๋ง กล่าวว่า มหาวิทยาลัยยินดีร่วมมือกับไทย และ สปป.ลาวในการพัฒนาอาจารย์ นักศึกษา งานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์และจัดการอาชีวศึกษาแบบไตรภาคี ซึ่งสาขาที่ต้องการดำเนินการ ได้แก่ สาขาช่างกลโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ไฟฟ้าโรงงาน โทรคมนาคม เนื่องจากรัฐบาลเวียดนามมีนโยบายต้องการพัฒนากำลังคนในสาขาเหล่านี้ หลังจากนี้ตนจะไปหารือกับอธิการบดีและคณบดีคณะต่าง ๆ เพื่อกำหนดสาขานำร่องจัดการอาชีวศึกษาแบบไตรภาคีต่อไป.

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33299&Key=hotnews

ผนึกกำลัง 3 ชาติ ร่วมปั้นคนอาชีวะ Read More »

‘จาตุรนต์’แบ่งงาน ‘เสริมศักดิ์’ แล้ว ดูเอง 3 แท่งใหญ่ สป.-สพฐ.-สอศ. จี้กรรมการเร่งสอบ 2 คดีทุจริตโฉ่

9 กรกฎาคม 2556

นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ตนได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ สร 466/2556 เรื่อง มอบอำนาจให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการสั่งและปฏิบัติราชการแทน โดยได้แบ่งงานให้กับ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ เรียบร้อย ซึ่งการมอบหมายงานครั้งนี้มีส่วนคล้ายคลึงกับสมัยที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี มอบให้นายเสริมศักดิ์ โดยก่อนหน้านี้นายพงศ์เทพ ได้มอบหมายให้นายเสริมศักดิ์ รับผิดชอบหลายหน่วยงานเพราะนายพงศ์เทพ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบ รมว.ศึกษาธิ การ จึงมีภารกิจมากมาย แต่ตนเป็น รมว.ศึกษาธิ การเต็มเวลาและต้องการเน้นงานที่คิดว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน ต้องการการปฏิรูปหรือการผลักดันให้ทันกับความต้องการ เพราะฉะนั้นตนจึงตัดสินใจที่จะดูแลสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยมอบอำนาจให้นายเสริมศักดิ์ ดูแล สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ รวมถึงการตอบกระทู้ชี้แจงญัตติการเสนอและชี้แจงกฎหมายด้วย

“ผมคิดว่าการแบ่งงานครั้งนี้จะเป็นผลดี เพราะคำนึงถึงการทำงานของรัฐมนตรีทั้ง 2 คนในภาพรวม ส่วนการดำเนินการสอบสวนวินัยร้ายแรงกรณีทุจริตการสอบครูผู้ช่วย ของ สพฐ. และการสอบสวนวินัยร้ายแรงกรณีการจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวศึกษา ในโครงการตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 : ไทยเข้มแข็ง หรือ เอสพี 2 ของ สอศ. ก็ได้เร่งรัดไปยังผู้ที่ทำหน้าที่ในการสอบสวนทั้ง 2 กรณีให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาตามข้อเท็จจริง เพื่อให้ทางราชการได้รับประโยชน์สูงสุด แต่ในเบื้องต้นนี้ยังไม่ได้เชิญผู้ที่รู้ปัญหามาหารือ อาจจะต้องนัดหารือหลังจากนี้อีกซักระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าผมให้ความสำคัญกับเรื่องการทุจริต จะผลักดันให้มีการดำเนินการอย่างเต็มที่ไม่ให้มีการลดราวาศอกกับผู้ที่กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงและข้อมูลที่มี ผิดก็ว่าไปตามความผิด” นายจาตุรนต์กล่าว.

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33298&Key=hotnews

‘จาตุรนต์’แบ่งงาน ‘เสริมศักดิ์’ แล้ว ดูเอง 3 แท่งใหญ่ สป.-สพฐ.-สอศ. จี้กรรมการเร่งสอบ 2 คดีทุจริตโฉ่ Read More »

ห่วงอนาคตเด็กออกกลางคัน สพฐ.เร่งแนะแนวทุนการศึกษาเด็กชายแดนใต้-รู้ลึกโลกมุสลิม

9 กรกฎาคม 2556

ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กทม.เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 56 นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธาน เปิดการประชุมสัมมนาวิชาการ 1 ทศวรรษ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ฐานการศึกษาของปวงชนว่า สพฐ. เป็นหน่วยงานหลักของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ที่ดำเนินการมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ในการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้แก่เด็กและเยาวชนวัยเรียน ทั้งนี้ หากมองไปข้างหน้า สิ่งที่ สพฐ. ต้องคำนึงถึงและถือเป็นแนวทางสำคัญเพื่อเตรียมคนให้ก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และประชาคมโลกอย่างเต็มภาคภูมินั้น จะต้องส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ การปฏิรูปหลักสูตรให้สนองกับความต้องการของผู้เรียน และพัฒนาครูด้วยการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนให้เท่าทันกับเทคโนโลยี

“โจทย์สำคัญของการศึกษาในเวลานี้ คือ จะผลิตคนอย่างไรให้ตรงกับความต้องการของประเทศ จะทำอย่างไรให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ จึงถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องมาร่วมกันคิด โดยการปรับปรุงและพลิกโฉมการจัดการศึกษาอย่างไรก็ดี เรายังมีปัญหาใหญ่ที่จะต้องเร่งแก้ นั่นคือปัญหาเด็กออกกลางคันซึ่งเด็กกลุ่มนี้เมื่อออกไปก็ไม่สามารถไปประกอบอาชีพได้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องมาร่วมกันคิดว่าจะแก้ปัญหานี้และสร้างอาชีพให้กับเด็กกลุ่มนี้ได้อย่างไร”

นายจาตุรนต์ กล่าวและว่า อยากฝากไปถึง สพฐ. ว่า ไม่อยากให้ไปยึดติดกับเงินอุดหนุนรายหัวของนักเรียนจนไม่ปล่อยเด็กไปเรียนสายอาชีวะ เพราะขณะนี้สัดส่วนการเรียนสายอาชีพและสายสามัญยังไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ที่ 50:50

วันเดียวกัน นายกมล รอดคล้ายรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ. ได้เตรียมสนองแนวนโยบายใน 3 เรื่องหลักคือ

1.การพัฒนาหลักสูตร ที่จะปรับรูปแบบการเรียนการสอนควบคู่ไปด้วย เช่นการปรับชั่วโมงเรียนให้น้อยลง เน้นบูรณาการการเรียนการสอน กิจกรรม การคิดวิเคราะห์ให้มากขึ้น

2.แนวทางแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการเคารพและไม่เปลี่ยนอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่ต้องพัฒนาให้ได้ประโยชน์จากระบบปกติที่รัฐมีอยู่ ไม่ใช่ไปรื้อโครงสร้างตามความต้องการของใครก็ตามที่เรียกร้อง

3.สนับสนุนและส่งเสริมให้เยาวชนในพื้นที่ได้เรียนรู้โลกกว้างและรู้จักโลกมุสลิมอย่างลึกซึ้ง เช่น หากเยาวชนรู้และเข้าใจว่าประเทศมาเลเซียหรือตุรกีเจริญเพราะอะไร และชาวมุสลิมในประเทศเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตอย่างไรบ้างปัญหาในพื้นที่ชายแดนใต้จะได้ไม่เป็นอย่างเช่นทุกวันนี้

“สพฐ.มีทุนการศึกษาที่ดูแลนักเรียนในพื้นที่ได้จำนวนมาก เช่น นักเรียนทุนภูมิทายาทอยู่กว่า 5,000 คน ทุนอาชีวะกว่า 500 คน และทุนอุดมศึกษาอีก 800 คน ซึ่งทั้งหมดนี้ยังไม่ได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ เรียนจบก็ไม่ได้แนะแนวว่ามีช่องทางเรียนต่อ หรือควรทำงานอะไรได้บ้าง เราก็จะดูแลในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ของผู้เรียนทุกคน”นายกมล กล่าว

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33297&Key=hotnews

ห่วงอนาคตเด็กออกกลางคัน สพฐ.เร่งแนะแนวทุนการศึกษาเด็กชายแดนใต้-รู้ลึกโลกมุสลิม Read More »

อึ้ง! สอบครูผู้ช่วยผ่านแค่ 6 %

9 กรกฎาคม 2556

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ประจำปี 2556 ที่เขตพื้นที่การศึกษาเปิดสอบ จำนวน 79 เขต จาก 34 สาขาวิชาเอก โดยมีอัตราว่าง 1,070 อัตรา เปิดสอบระหว่างวันที่ 22-24 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ที่ดำเนินการสอบแข่งขันครบทั้ง 79 เขตแล้ว ปรากฏว่ามีผู้สมัครสอบ 84,584 คน เป็นผู้มีสิทธิสอบ 83,930 คน และเป็นผู้ที่สอบผ่านทั้งสิ้น 5,074 คน คิดเป็นร้อยละ 6.05 ของผู้มีสิทธิสอบ ทั้งนี้ สพท.ที่ไม่มีผู้สอบผ่านเลย ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) จันทบุรี เขต 2 เปิดสอบ 2 กลุ่มวิชา คือ คณิตศาสตร์และนาฏศิลป์ ส่วนกลุ่มวิชาที่ไม่มีผู้สอบแข่งขันได้ มี 1 กลุ่มวิชา คือ วิชาภาษาเกาหลี และกลุ่มวิชาที่ไม่มีผู้สมัครสอบ ได้แก่ กลุ่มวิชากายภาพบำบัด

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า ได้มอบให้สำนักงานพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สพฐ. ไปวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดอย่างละเอียด จำแนกเป็นรายเขตพื้นที่การศึกษา และรายวิชาเอกว่าสอบได้กี่คน และวิชาเอกไหนบ้างที่ไม่มีผู้สอบได้ ซึ่งแนวทางการแก้ไข อาจต้องใช้วิธีการขอใช้บัญชีจากเขตพื้นที่การศึกษาข้างเคียง หรืออาจต้องขอเปิดสอบเสริม นอกจากนี้จะต้องไปวิเคราะห์ความยากง่ายของข้อสอบด้วย

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33296&Key=hotnews

 

อึ้ง! สอบครูผู้ช่วยผ่านแค่ 6 % Read More »

ศาลแขวงลำปางกำหนดไกล่เกลี่ยเงินกยศ.ปี 2556

ศาลชวนไปไกล่เกลี่ย
ศาลชวนไปไกล่เกลี่ย

http://www.newsplus.co.th/5913

8 ก.ค.56 นายมาโนช  รัตนนาคะ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงลำปาง เปิดแถลงข่าว ว่าด้วยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาได้ยื่นฟ้องนักเรียน นักศึกษา ของสถาบันการศึกษา ในจังหวัดลำปาง และจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดลำปาง ที่ได้กู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา และผิดนัดไม่ชำระหนี้เกิน 5 ปี โดยฟ้องต่อศาลแขวงลำปาง รวมทั้งสิ้นกว่า 1,200 คดีรวมเป็นผู้กู้และผู้ค้ำประกันทั้งสิ้นประมาณ 2,000–3,000 คน

ศาลแขวงลำปางจึงกำหนดให้มีการไกล่เกลี่ยคดีกองทุนฯ ดังกล่าว เพื่อให้จำเลยได้มีโอกาสเจรจาไกล่เกลี่ยกับกองทุนฯ ในการผ่อนชำระหนี้เป็นรายเดือน ซึ่งหากตกลงกันได้ทางกองทุนฯ จะดำเนินการตามสัญญาขึ้นใหม่ เพื่อให้จำเลยชำระหนี้เป็นรายเดือน คดีจึงยุติข้อพิพาทจากศาลได้โดยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และในการทำสัญญานี้จำเลยจะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าทนายความ อันเป็นการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาและเป็นการแบ่งเบาภาระของจำเลยในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน โดยการไกล่เกลี่ยจะจัดขึ้นในวันที่ 13-16, 22–23 สิงหาคม 2556 เวลา 09.00–16.00น. ณ อาคารศาลแขวงลำปาง ถนนรอบเวียง ตำบลหัวเวียง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

สำหรับข้อแนะนำในการมาศาลเพื่อไกล่เกลี่ยคดีกองทุนฯ
1. ผู้กู้และผู้ค้ำประกันต้องมาศาล ตามกำหนดวันที่ปรากฏในหมายเรียก
2. หากมาศาลไม่ได้ ต้องทำหนังสือมอบอำนาจ เพื่อมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาทำการแทน
3. หากไม่มาศาล และไม่มีหนังสือมอบอำนาจ ไม่สามารถไกล่เกลี่ยและไม่สามารถทำสัญญาได้และเสียประโยชน์ดังนี้
3.1 ศาลอาจมีคำพิพากษาให้จำเลยต้องชำระหนี้ทั้งหมดตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องไม่มีโอกาสผ่อนชำระพร้อมดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าทนายความ
3.2 กองทุนฯ อาจแจ้งชื่อจำเลยไปยังบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ(เครดิตบูโร)
ทำให้เสียเครดิตในการทำนิติกรรมกับสถาบันการเงินอื่นๆ ในอนาคต

ผลการจัดโครงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาก่อนฟ้องคดี ปี 2549 – 2552
ผลการจัดโครงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาก่อนฟ้องคดี ปี 2549 – 2552

http://www.thailandchonburi.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538775518&Ntype=10

เอกสารประกอบหนังสือมอบอำนาจ
1.หนังสือมอบอำนาจ
2.แนบสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทศาลแขวงลำปาง
โทร. 0-5432-2889, 0-5422-5152 ต่อ 211, 212 หรือ 082-6224211

http://www.newsplus.co.th/5913

ศาลแขวงลำปางกำหนดไกล่เกลี่ยเงินกยศ.ปี 2556 Read More »

กยศ.จ่อฟ้องนักเรียน 9 หมื่นราย (ข่าว ธ.ค.2550)

studentloan
studentloan

นายธาดา มาร์ติน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า กยศ.ได้หารือร่วมกับสำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อขอให้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเด็กนักเรียนนักศึกษาที่กู้ยืมเงินกยศ.ก่อนถูกดำเนินคดี เพราะในปี 2551 นี้ กยศ. อาจต้องดำเนินคดีตามกฎหมายกับเด็กนักเรียนนักศึกษาประมาณ 90,000 ราย เนื่องจากมีหนี้ค้างชำระ กยศ.เกิน 4 งวดขึ้นไป โดยเป็นหนี้ที่กำหนดชำระหนี้ในรุ่นปี 42-46

http://news.sanook.com/economic/economic_228616.php
http://www.decha.com/main/showTopic.php?id=1374
http://www.studentloan.or.th/audit/forum/viewthread.php?forum_id=1&thread_id=4353

ทั้งนี้ กยศ.ได้ขอให้ศาลยุติธรรมทำการไกล่เกลี่ยกับผู้ถูกฟ้อง โดยนัดเจรจากับผู้กู้ยืมที่ยังค้างชำระหนี้ เพื่อให้มาผ่อนชำระหนี้คืน กยศ.ใน 2 กรณี คือทำคำรับรองขอชำระหนี้ที่ค้างชำระและทำสัญญาประนีประนอมยอมความนอกศาล หากไม่ดำเนินการก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งกยศ.ได้จัดโครงการไกล่เกลี่ยฯ ขึ้น ใน 9 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ศรีสะเกษ, บุรีรัมย์, ร้อย เอ็ด, ขอนแก่น, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช และสงขลา ขึ้นในวันที่ 8 ม.ค.-8 มี.ค.51 นี้

นายธาดา กล่าวว่า การฟ้องร้องเด็กนักเรียนนักศึกษาครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า กยศ.จะเอาผิดกับผู้กู้ยืมเงินแต่อย่างใด แต่เป็นสัญญาที่กยศ.ต้องดำเนินการ เพราะถือว่าเด็กนักเรียนผิดนัดชำระหนี้เช่นเดียวกับผู้กู้เงินจากสถาบันการเงินทั่วไป เพราะหากไม่กู้ยืม กยศ.ก็จะมีความผิดตามระเบียบเช่นกัน และการเปิดโครงการไกล่เกลี่ยครั้งนี้จะทำให้เด็กนักเรียนนักศึกษามีโอกาสมาติดต่อเพื่อชำระหนี้ที่ค้างอยู่ รวมทั้งช่วยลดปริมาณคดีที่จะฟ้องคดีในศาลและลดภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีกับผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกัน ที่สำคัญยังช่วยเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ กยศ. และสร้างจิตสำนึกในการชำระหนี้ ตลอดจนขั้นตอนการดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทฯ

กยศ.ต้องการให้เด็กนักเรียนนักศึกษาที่กู้ยืมเงินมาร่วมโครงการทุกรายเพราะจะได้ไม่ถูกดำเนินคดี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทั้งค่าไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ค่าธรรมเนียมศาลหรือค่าทนายความ ที่สำคัญผู้กู้ยืมเงินจะได้รับโอกาสมากขึ้นในการผ่อนผันการชำระหนี้ และเมื่อไกล่ เกลี่ยข้อพิพาทเสร็จแล้วยังทราบผลทันที โดยไม่ต้องเสียเวลามาศาลเพื่อฟังการพิจารณาคดี รวมทั้งยังมีส่วนร่วมในการตัดสินใจหาวิธีชำระหนี้ที่เหมาะสมกับตัวเองอีกด้วย

นอกจากนี้ กยศ.ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการและการอบรมเกี่ยวกับการนำระบบอี-สติวเด้นท์โลน หรือการกู้ยืมเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ต มาใช้ในการกู้ยืมเงินตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 เป็นต้นไป โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-31 ม.ค.2551 นี้ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับสถานศึกษา นักเรียนนักศึกษาที่จะขอกู้ยืมเงินจาก กยศ.ให้มีความเข้าใจที่ตรงกันและทำให้ได้รับเงินที่กู้ยืมรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย

นายธาดา กล่าวว่า ในปีการศึกษา 50 ต้องยอมรับว่าผู้กู้ยืมเงินจาก กยศ.อาจได้รับเงินล่าช้า เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย แต่กยศ.ได้พยายามหาแนวทางเพื่อให้เด็กนักเรียนนักศึกษาได้รับเงินโดยเร็วที่สุดแล้ว จนล่าสุดธนาคารกรุงไทยได้โอนเงินให้สถานศึกษากว่า 90% แล้ว โดยยืนยันว่าในปีการศึกษาหน้าเป็นต้นไป เมื่อนำระบบอี-สติวเด้นท์โลนเข้ามาใช้แล้วปัญหาทุกอย่างจะหมดไปแน่นอน

ก่อนหน้านีนายธาดา ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับเด็กนักเรียนนักศึกษาที่ยังไม่ได้รับเงินกู้จากสถานศึกษา โดยขอให้สำรวจรายชื่อจากสถานศึกษาให้ชัดเจนก่อนว่าได้รับคัดเลือกให้เป็นบุคคลที่ได้รับเงินกู้หรือไม่จากนั้นจึงตรวจสอบไปที่ธนาคารกรุงไทยว่ามีการโอนเงินแล้วหรือไม่ หากมีปัญหาจริง ๆ ก็ขอให้ติดต่อมาที่สำนักงานของ กยศ.ได้

ทั้งนี้ที่ผ่านมาธนาคารกรุงไทย ได้โอนเงินให้จนเกือบครบตามสัญญาที่สถานศึกษาส่งมาให้แล้ว แต่ก็พบว่ายังมีบางส่วนที่ยังไม่ได้รับเงินกู้จาก กยศ.เพราะมีปัญหาเรื่องการขอโควตาเกินงบประมาณที่ กยศ.จัดให้ ซึ่งเรื่องนี้ต้องตรวจสอบรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งก่อน.

กยศ.จ่อฟ้องนักเรียน 9 หมื่นราย (ข่าว ธ.ค.2550) Read More »

สพฐ.ยันจำเป็นแปรญัตติเพิ่มงบปี57 จ้างบุคลากร-ซ่อมอาคารเรียน-เยียวยาครูใต้

8 กรกฎาคม 2556

นายกมล รอดคล้าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ขอให้แต่ละหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แปรญัตติงบประมาณ ปี 2557 โดยในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอขอแปรญัตติจำนวน ทั้งสิ้น 17,705 ล้านบาท โดยที่จะแบ่งเป็น 3 เรื่อง คือ 1.การจ้างครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 2,886 ล้านบาท เนื่องจากจะต้องจ้างภารโรง จำนวน 11,641 คน และมีครูสาขาที่ขาดแคลนอีก 5,290 อัตรา โดยอาจจะต้องไปจ้างคนที่เกษียณแล้วมาช่วย หรือจ้างครูปัจจุบันด้วย 2.การซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารเรียนและครุภัณฑ์ ซึ่งของบประมาณไป 10,258 ล้านบาท

โดย สพฐ.จะใช้เงินปรับปรุงห้องเรียนหรืออาคารเรียนที่อายุเกิน 30 ปี จำนวน 39,474 หลัง เนื่องจากอาคารเรียนส่วนใหญ่เริ่มทรุดโทรม นอกจากนี้ ยังรวมถึงการย้ายโรงเรียนโยธินบูรณะเพื่อใช้สร้างรัฐสภาแห่งใหม่ โดยสถานที่แห่งใหม่จะสร้างอาคารนอน และอาคารอเนก ประสงค์เพิ่มเติม ที่สำคัญสพฐ.จะสร้างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาใน 3 จังหวัดภาคใต้ และทั่วประเทศอีก 13 แห่ง รวม 16 แห่ง และ 3.การพัฒนาห้องปฏิบัติการในโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนโดยทั่วไปหากมีห้องภาษาอังกฤษ ห้องแท็บเล็ตเพิ่ม โรงเรียนเหล่านี้จะได้รับการพัฒนา มากขึ้น

รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ รมว.ศึกษาธิการยังมีนโยบายดูแลครูในจังหวัดภาคใต้ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ  1.ให้เงินชดเชยและเยียวยาผู้ประสบภัยคนละ 4 ล้านบาท ต่อคน ซึ่งรัฐบาลมีเจตนารมณ์ที่จะให้เงินในส่วนนี้ ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการ มีครูที่ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนใต้จำนวน 158 คน ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเป็นผู้ดำเนินการของบประมาณในส่วนนี้ ซึ่ง ปี’57 นี้จะขอแปรญัตติให้คนละ 1 ล้านบาท ในปี’ 58 อีกคนละ 1 ล้านบาท และปี’59 คนละ 2 ล้านบาท โดยรมว.ศธ.จะพยายามหาช่องทางของบฯ สนับสนุนมาดูแลครูให้ได้ตามที่ต้องการ

ที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33286&Key=hotnews

สพฐ.ยันจำเป็นแปรญัตติเพิ่มงบปี57 จ้างบุคลากร-ซ่อมอาคารเรียน-เยียวยาครูใต้ Read More »

สช.คัด ร.ร.เอกชนต้นแบบ

8 กรกฎาคม 2556

นายบัณฑิต ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กล่าวว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศธ. มอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) โดยมีเรื่องสำคัญ คือ การเน้นการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ เพราะถือเป็นหัวใจหลัก คนที่จะดำเนินการได้คือครูผู้สอน โดยรมว.ศธ.เน้นการพัฒนาครู และการพัฒนาภาษาต่างๆ รวมทั้งให้ใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่เด็กค้นคว้ามาแล้วไม่คิดต่อ จะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์ทางการเรียนการสอน สช.จะไปสานต่อว่าจะพัฒนาการศึกษาไทย โดยเฉพาะการศึกษาเอกชนให้เจริญก้าวหน้าอย่างไร

เลขาธิการ กช. กล่าวต่อว่า รมว.ศธ.ยังให้สช.ไปดูรูปแบบ ร.ร.เอกชนที่มีการเรียนการสอนที่ดี นำมาเป็นต้นแบบพัฒนาการศึกษาเอกชนในภาพรวม โดยตนมอบหมายให้กลุ่มงานการศึกษาสามัญไปถอดแบบร.ร.ที่ประสบความสำเร็จ ว่าทำอย่างไรจัดการเรียนการสอน โดยสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน ได้ 70 เปอร์เซ็นต์ ใน 5 วิชาหลัก ได้ต่อเนื่องติดต่อกันทุกปี ทั้งนี้ยอมรับว่าร.ร.เอกชนวุฒิครูจะแค่ปริญญาตรี แต่จะมีทักษะความสามารถสูง อย่างไรก็ตาม จะให้เวลาถอดแบบประมาณ 3-6 เดือน เพราะต้องไปหารือและศึกษาการเรียนการสอนใน ร.ร. ซึ่งผู้บริหารและครูจะมีส่วนสำคัญผลักดันให้ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ ยังเสนอเรื่องงบฯ ในการขึ้นเงินเดือนครูเอกชน 15,000 บาท โดยรมว.ศธ.รับจะไปดำเนินการหางบฯ ให้ อาจจะแปรญัตติหรือไม่ก็ของบฯ กลางสนับสนุน

ที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33284&Key=hotnews

สช.คัด ร.ร.เอกชนต้นแบบ Read More »

ยกเครื่องงานพีอาร์คุรุสภา

8 กรกฎาคม 2556

รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์งานคุรุสภา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่างานประชาสัมพันธ์ของคุรุสภาส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของงานประจำ หรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่าการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ซึ่งยังไม่เกิดประโยชน์ต่อสมาชิกคุรุสภากว่า 5 แสนคนอย่างแท้จริง จึงจำเป็นต้องมีการยกเครื่องการประชาสัมพันธ์งานคุรุสภาใหม่ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สมาชิก และส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ เพื่อให้ครูมีขวัญและกำลังใจในการพัฒนางานอย่างเต็มที่มากขึ้น

“งานประชาสัมพันธ์ของคุรุสภาเหมือนตกหลุมดำกับงานประจำ จนเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาองค์กร และก่อให้เกิดผลลบต่อภาพลักษณ์ของคุรุสภา ทั้งที่คุรุสภามีงานเชิงบวกที่ควรเผยแพร่ต่อสังคมมากมาย เช่น ผลงานของครูที่มีแนวคิดที่ดี ครูที่ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ ไม่ใช่มีแต่ข่าวเชิงลบจนเป็นภาพที่ติดอยู่ในใจของสังคม ทั้งเรื่องครูข่มขืนเด็ก หรือครูเป็นหนี้สิน” รศ.ดร.สุขุมกล่าวและว่า ดังนั้นคิดว่าในเร็ว ๆ นี้น่าจะต้องมีการจัดอบรมเครือข่ายและตัวแทนครูที่เกี่ยวข้องกับงานประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ เพื่อให้เข้าใจการทำงานประชาสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน และยังเป็นการสร้างนักประชาสัมพันธ์มืออาชีพให้แก่องค์กรด้วย.

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=33283&Key=hotnews

ยกเครื่องงานพีอาร์คุรุสภา Read More »