หลักสูตรพื้นฐานใหม่มี 6 กลุ่มสาระ

27 มีนาคม 2556

รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฐานะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรและตำราการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปฯ ที่มี ศ.ดร.ภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษารมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า มีแนวโน้มที่จะยกเลิกหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ที่มี 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ มาเป็นหลักสูตรใหม่โดยเหลือ 6 กลุ่มสาระ ได้แก่ 1. ภาษาและวัฒนธรรม (Language and Culture) 2. กลุ่มสาระวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM) 3. การดำรงชีวิตและโลกของงาน (Work Life) 4. ทักษะสื่อและการสื่อสาร (Media Skill and Communication) 5. สังคมและมนุษยศาสตร์ (Society and Humanity) และ 6. อาเซียน ภูมิภาคและโลก (Asean Region and World) ซึ่งหลักสูตรใหม่นอกจากจะลดจำนวนกลุ่มสาระการเรียนรู้แล้ว จะมีการลดชั่วโมงเรียนลงด้วย แต่จะเพิ่มโครงงาน หรือการทำกิจกรรมนอกห้องเรียนแทน เพื่อให้เด็กได้ฝึกการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้

“หลักสูตรใหม่ดังกล่าว มีความครอบคลุมสาระวิชาที่จำเป็นสำหรับนักเรียนในแต่ละระดับชั้น ซึ่งคณะกรรมการได้ศึกษาตัวอย่างโครงสร้างหลักสูตรของต่างประเทศไม่น้อยกว่า 12 ประเทศ มาประกอบกับเนื้อหาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทย ซึ่งพบว่าหลักสูตรของเรายังมีจุดอ่อนอยู่มาก เช่น เราให้เด็กเรียนถึง 8 กลุ่มสาระ ขณะที่ประเทศอื่น ๆ เรียนเพียง 3-4 กลุ่มสาระแล้วค่อย ๆ เติมเนื้อหาสาระที่จำเป็นเข้าไป ซึ่งหลังจากนี้คณะทำงานของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ใหม่ทั้ง 6 กลุ่มจะไปวางแนวทางและรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละระดับ โดยคาดว่าในอีก 6 เดือนพิมพ์เขียวจะแล้วเสร็จ จากนั้นจะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นำไปประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นต่อไป” รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว.

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32260&Key=hotnews

หลักสูตรพื้นฐานใหม่มี 6 กลุ่มสาระ Read More »

‘เสริมศักดิ์’เคลียร์ อกคศ. รับพิจารณาโละผลสอบครู ผช.

27 มีนาคม 2556

‘เลขาฯกพฐ.’ลงนามตั้ง 5 ผู้ตรวจฯเป็นประธานสอบ 10 เขตพื้นที่ฯส่อโกงสอบบรรจุครูผู้ช่วย ‘เสริมศักดิ์’โทร.เคลียร์ ‘อ.ก.ค.ศ.’

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีมติให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา ใน 129 เขตพื้นที่ฯไปพิจารณายกเลิกการสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยครั้งที่ผ่านมา หากพบว่ามีการทุจริตสอบจริง จนกลายเป็นประเด็นที่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯต่างๆ วิตกกังวลเรื่องจะถูกฟ้องร้องว่าได้หารือเรื่องนี้ว่าจะสนับสนุนข้อมูลข่าวสารแก่เขตพื้นที่ฯ เพื่อให้เดินหน้าไปได้ เพราะหากไม่ให้คำแนะนำและข้อมูลจะทำให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯทำงานไม่สะดวก ยิ่งตอนนี้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นฯรู้สึกว่าส่วนกลางทำความผิดแล้วโยนไปให้เขตพื้นที่ฯยกเลิกการสอบ จึงทำให้หลายเขตพื้นที่ฯไม่ยอมดำเนินการ ซึ่งได้โทรศัพท์ไปพูดคุยในบางเขต พื้นที่ฯว่า เป็นหน้าที่ที่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯต้องดำเนินการ และที่ประชุม ก.ค.ศ.ไม่ได้โยนความรับผิดชอบไปให้ เพราะหากไปดู พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 แล้ว ก.ค.ศ.ไม่มีอำนาจสั่งการได้ ทำได้เพียงให้คำแนะนำเท่านั้น เนื่องจากเป็นอำนาจของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ซึ่งตอนแรกคิดว่าเป็นอำนาจของ ก.ค.ศ.ที่จะสั่งการให้ยกเลิกได้เลย

“ผมยังได้มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดที่นายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็นประธาน ไปติดตามเรื่องนี้ต่อ และยังจะตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงของ ศธ.อีกชุดหนึ่งมาขยายผลตรวจสอบและส่งข้อมูลให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นฯด้วย รวมทั้งจะให้ผู้ตรวจราชการ ศธ.ลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำ รวมถึงศธ.ลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำ รวมถึงผมอยากจะลงพื้นที่ด้วย เพื่อทำเรื่องนี้ให้เสร็จโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นจะถูกมองว่าเป็นมวยล้มต้มคนดูได้” นายเสริมศักดิ์กล่าว
นายเสริมศักดิ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ให้นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ทำหนังสือผลการรวมคะแนนสอบครูผู้ช่วยส่งไปยังเขตพื้นที่ฯต่างๆ ที่คาดว่าจะมีทุจริต รวมทั้งให้ส่งคะแนนไปยังเขตพื้นที่ฯอื่นๆ ทั่วประเทศด้วย เพราะเชื่อว่าผู้ผ่านการสอบคัดเลือกบางคนคะแนนไม่สูง แต่อาจจะมีการทุจริตได้ หากเขตพื้นที่ฯได้คะแนนสอบ และคะแนน ต2ก หรือคะแนนประเมินผลการปฏิบัติงานมาเปรียบเทียบแล้ว น่าจะใช้ดุลพินิจที่จะพิจารณายกเลิกได้เลย โดยเฉพาะคนที่ได้คะแนนสูงผิดปกติ ทั้งนี้ เชื่อว่าภายในเวลา 15 วันตามที่ให้เวลา อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯไปพิจารณาเรื่องนี้ น่าจะพิจารณาเพิกถอนผู้ที่ทุจริตสอบครูผู้ช่วยได้ แต่หากดำเนินการไม่ทันก็ขยายระยะเวลาได้

“กำลังพิจารณาว่าจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงผู้ที่เกี่ยวข้องในส่วนกลางและเขตพื้นที่ฯอย่างไร เพราะหากไม่ดำเนินการก็คงไม่มีอะไรคืบหน้า เรื่องนี้เป็นคดีใหญ่ ทุกคนจ้องดูอยู่ ยิ่งทำช้าภาพพจน์ของ ศธ.ก็ยิ่งเสียหายมากขึ้น” นายเสริมศักดิ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อมูลผลการสอบข้อเท็จจริงชุดที่นายพิษณุเป็นประธาน ที่ระบุว่ามีคะแนนสูงผิดปกติ 514 คน น่าจะชี้ชัดและเพียงพอที่จะให้ยกเลิกผลการสอบหรือไม่ นายเสริมศักดิ์กล่าวว่า การตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯเป็นการสอบในภาพกว้าง ยังไม่ได้ลงลึก ซึ่งการสืบและการสอบต้องใช้เวลาเป็นเดือน เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก ดังนั้น ควรจะต้องสอบพยานที่เกี่ยวข้องด้วย และจะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวิเคราะห์ผลคะแนนการสอบมาช่วยดู จะทำให้มีน้ำหนัก มากขึ้น
นายชินภัทรกล่าวว่า ได้ลงนามในคำสั่งวันเดียวกันนี้แต่งตั้งคณะกรรมการ 5 ชุด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงใน 10 เขตพื้นที่ฯที่มีหลักฐานส่อทุจริตสอบครูผู้ช่วย ดังนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) หนองบัวลำภู เขต 1 และ สพป.อุดรธานี เขต 3 มีนายโรจนะ กฤษเจริญ ผู้ตรวจราชการ ศธ. เป็นประธาน, คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงพื้นที่ สพป.ขอนแก่น เขต 4, สพป.ชัยภูมิ เขต 1 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 25 จ.ขอนแก่น มีนางผานิตย์ มีสุนทร ผู้ตรวจฯ ศธ. เป็นประธาน, คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงพื้นที่ สพป.ยโสธร เขต 1 และ สพป.อุบลราชธานี เขต 5 มี น.ส.จิรพรรณ ปุณเกษม ผู้ตรวจฯ ศธ. เป็นประธาน, คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพื้นที่ สพป.นครราชสีมา เกษม ผู้ตรวจฯ ศธ. เป็นประธาน, คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงพื้นที่ สพป.นครราชสีมา เขต 2 มีนายกมล ศิริบรรณ ผู้ตรวจฯ ศธ. เป็นประธาน และคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงพื้นที่ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 มีนายกิตติรัตน์ มังคละคีรี ผู้ตรวจฯ ศธ. เป็น ประธาน”การตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทั้ง 5 ชุดดังกล่าว ได้ปรึกษานายเสริมศักดิ์ และนางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัด ศธ.แล้ว และให้เวลาในการสอบ 30 วัน จากนั้นให้สรุปผลรายงานสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หากพบว่ามีมูลการทุจริต จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยในเขตพื้นที่ฯนั้นๆ ต่อไป” นายชินภัทรกล่าว

นายชินภัทรกล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ทยอยส่งข้อมูลต่างๆ ไปยัง 225 เขตพื้นที่ฯที่จัดสอบครู ผู้ช่วยครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามมติ ก.ค.ศ.ที่ให้ สพฐ.ส่งคะแนนและข้อมูลไปยัง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ เพื่อให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ดำเนินการตรวจสอบคะแนนผู้สอบได้ว่า ผิดปกติอย่างไร คาดว่าจะส่งให้ครบทุกเขตพื้นที่ฯภายในวันเดียวกันนี้ และจากนี้ไปเป็นเรื่อง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯที่จะพิจารณา ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า อ.ก.ค.ศ.หลายเขตพื้นที่ฯจะไม่รับพิจารณา เพราะเหมือนโยนความรับผิดชอบให้นั้น คงต้องสอบถาม ก.ค.ศ.ว่าจะดำเนินการ อย่างไร

ด้านนายปราโมทย์ ภูมิพันธ์ ผู้อำนวยการ สพม.เขต 21 หนองคาย กล่าวว่า ในส่วนของการสอบบรรจุครูผู้ช่วยที่กำลังมีปัญหานั้น ทาง สพม.เขต 21 มีการบรรจุทั้งหมด 19 อัตรา โดยส่วนกลางคือ สพฐ.เป็นผู้ดำเนินการออกข้อสอบ แล้วนำข้อสอบมาให้จัดสอบ และเมื่อสอบเสร็จแล้วทางเขตพื้นที่ฯก็ไม่รู้รายละเอียดอะไร เพราะเฉลยก็อยู่ที่ส่วนกลาง วันที่ประกาศผลการสอบ สพฐ.ก็ส่งแต่รายชื่อผู้สอบได้มาให้ประกาศ ส่วนจะมีผู้สอบได้ที่เข้าข่ายทุจริตกี่รายนั้น สพฐ.ยังไม่ได้แจ้งมาให้ทราบอย่างเป็นทางการ แต่โดยหลักการตามข้อกฎหมายเมื่อมีหนังสือแจ้งข้อสงสัยอะไรมา ทางเขตพื้นที่ฯก็จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบข้อ เท็จจริง

นายกำจัด คงหนู ผู้อำนวยการ สพป.ปทุมธานี เขต 1 กล่าวว่า จริงๆ แล้วอำนาจหน้าที่ในการคัดเลือกครูผู้ช่วยเป็นของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯดำเนินการ ดังนั้น เมื่อเกิดกรณีส่อทุจริตในการสอบ ก็คงต้องตรวจสอบก่อน หากพบว่าเป็นเพียงการทุจริตเฉพาะตัวบุคคล ไม่ใช่ทั้งหมด ก็จะดำเนินการเพิกถอนคำสั่งบรรจุและให้พ้นจากหน้าที่ราชการ ตามอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ แต่ขณะนี้ทาง ก.ค.ศ.ยังไม่ได้ส่งข้อมูลตรวจสอบการกระทำผิดมาให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯจึงยังดำเนินการอะไร ไม่ได้

วันเดียวกัน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 มีนาคมนี้ เวลา 09.00 น. จะมีการประชุมคณะสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 มีนาคมนี้ เวลา 09.00 น. จะมีการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นประธาน ซึ่งดีเอสไอ เตรียมนำเสนอกรณีการทุจริตการสอบบรรจุครู ผู้ช่วยให้ กคพ.พิจารณารับเป็นคดีพิเศษ เพียง 1 เรื่องเท่านั้น คาดว่า คณะกรรมการคงใช้เวลาไม่นานในการพิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ จากนั้นจะแถลงผลการประชุมเวลา 14.00 น. ที่ดีเอสไอ

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32258&Key=hotnews

 

‘เสริมศักดิ์’เคลียร์ อกคศ. รับพิจารณาโละผลสอบครู ผช. Read More »

Biodata ของ สกว.

biodata of trf
biodata of trf

สกว. จัดทำจดหมายข่าว หรือสาร Biodata ซึ่งเป็นข่าวสารประจำสัปดาห์มาตั้งแต่ปี 2550 ใน http://biodata.trf.or.th/list_all_news.aspx
พบว่า รายการข่าวสารฉบับแรกที่เผยแพร่ คือ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550 (2007)
ประชาชนสามารถลงทะเบียนรับจดหมายข่าว
ทางอีเมลได้ที่ http://biodata.trf.or.th
เมื่อนับถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 มีมาแล้วทั้งหมด 266 ฉบับ
ซึ่งอ่านได้ทั้งผ่านเว็บเพจ และ pdf file

หัวข้อต่าง ๆ ประกอบด้วย
1. บทนำ
2. มุมเอกสาร/สิ่งพิมพ์แนะนำประจำสัปดาห์
3. ปิดท้ายสาร Biodata ด้วยข่าวประชาสัมพันธ์ อาทิ การประชุมทางวิชาการ เป็นต้น
4. ข่าวสารทุนวิจัย สกว.
5. ข่าวสารทั่วไปของ สกว.
6. ข่าวสารทุนวิจัยของหน่วยงานอื่น
7. ข่าวสารทั่วไปของหน่วยงานอื่น

 

Biodata ของ สกว. Read More »

ครูยุคต่อไปในใจเด็ก

social teacher
social teacher

อันที่จริงยังมี
– ครูสอนเกษตร
– ครูสอนเลี้ยงสัตว์
– ครูสอนออกแบบ
– ครูสอนวิชาการต่อสู้
– ครูสอนสร้างเมือง
– ครูสอนขับรถ
– ครูสอนแต่งหน้า
– ครูสอนแต่งตัว
– ครูสอนยิงปืน
– ครูสอนเตะบอล
และอีกมากมาย

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=555679144463315&set=a.184872464877320.42492.180717885292778

blogger : blog teacher
blogger

1. ครูสอนเขียนเรื่อง

starcraft
starcraft

2. ครูสอนการต่อสู้

farm ville 2
farm ville 2

3. ครูสอนเกษตร

poker

4. ครูสอนคณิตศาสตร์

pes 2014
pes 2014

5. ครูสอนพลศึกษา

camera 360
camera 360

6. ครูสอนศิลปะ

market land
market land

7. ครูสอนการงานอาชีพ

three feel dot com
three feel dot com

8. ครูสอนเพศศึกษา
ครูบางคนเด็กก็นิยมล้นหลาม แต่ผิดกฎหมายถูกไล่ออกก็มี
3 พ.ค.2551 มีหมายศาลบล็อกเว็บไซต์สามรู้สึกดอทคอมของเกาหลี
http://freedom.ilaw.or.th/th/case/75#detail

ครูยุคต่อไปในใจเด็ก Read More »

ปรุงจากใจ ให้นักอ่านทุกคน (Book Baristas 2012)

book baristas
book baristas

ท่านที่รักการอ่านและใฝ่หาหนังสือคู่ใจ เมื่อแวะบูทของ NMG จะได้พบเล่า Book Baristas ซึ่งเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเนชั่น มาแนะนำหนังสือที่น่าสนใจ นักศึกษาทั้ง 6 คนที่เสพติดการอ่าน จะคอยบริการให้คำแนะนำที่บูท M15 โซน C ชั้น 1 ตั้งแต่ 10 โมงถึง 3 ทุ่ม ระหว่าง 18 – 28 ตุลาคม 2555 ในมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 17

Book lovers who visit NMG booths at the BookExpo Thailand will meet the ‘Book Baristas’ – Nation University students who can recommend interesting books to them. The six Book Baristas, who have a passion for reading, are waiting to serve book lovers at the NMG booths in M15 Zone C on the first floor of the Queen Sirikit National Convention Centre. The event opened Thursday and runs until October 28,2012. It is open from 10am to 9pm.

http://www.nationmultimedia.com/specials/nationphoto/show-new.php?pid=14532

http://www.facebook.com/KhonMorning/posts/439115882802934

book barista
book barista

http://news.voicetv.co.th/thailand/54192.html

http://www.youtube.com/watch?v=VP9xzGxD6CU

http://www.youtube.com/watch?v=WOfHX_8M96k

 

 

ปรุงจากใจ ให้นักอ่านทุกคน (Book Baristas 2012) Read More »

หนุนพัฒนาสุขาภิบาล ร.ร.

26 มีนาคม 2556

นายเสมอ สร้อยคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเตย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อุบลราชธานี เขต 5 ในฐานะคณะทำงานวางแผนการดำเนินงานกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา เปิดเผยว่า จากการที่ได้มีการดำเนินกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันฯ จนถึงปัจจุบันมีเงินกองทุนเกือบ 2,000 ล้านบาท และในปีนี้เป็นปีแรกที่จะมีโครงการเสริม คือ การพัฒนาระบบสุขาภิบาลในโรงเรียน ตั้งงบฯไว้ 40 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนในชนบทที่ยังขาดวัสดุอุปกรณ์เครื่องครัว ตลอดจนโรงอาหารที่ยังไม่อยู่ในระบบสุขาภิบาลที่ดีพอ เพราะเราเชื่อว่าเมื่อสามารถส่งเสริมให้โรงเรียนผลิตอาหารได้เองแล้ว แต่ถ้าไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีบ่อบำบัดน้ำเสีย ไม่มีถาดหลุม ไม่มีอ่างล้างมือ และเครื่องครัวที่ดี ไม่มีระบบสุขาภิบาลที่ดี มีแต่อาคารโทรม ๆ เก่า ๆ คุณภาพอาหารที่ดีก็คงไม่เกิดขึ้นได้ ทางกองทุนฯ จึงได้ตั้งงบฯ เพื่อให้โรงเรียนนำไปดำเนินการปรับปรุงเรื่องดังกล่าว โดยโรงเรียนสามารถทำเรื่องขอรับเงินอุดหนุนในส่วนนี้ได้ที่ สพป.ที่โรงเรียนสังกัดอยู่ จากนั้น สพป.ต่าง ๆ จะเรียงลำดับความจำเป็นของแต่ละโรงเรียน และส่งข้อมูลมาที่คณะกรรมการกองทุนฯ เพื่อพิจารณาจัดสรรงบฯ ให้ไปดำเนินการต่อไป.

–เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 27 มี.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32239&Key=hotnews

 

หนุนพัฒนาสุขาภิบาล ร.ร. Read More »

สจล.แนะยกเครื่องสภาวิชาชีพ แนะอายุ 60 ปีห้ามนั่งกรรมการ-ชี้คิดไม่ทันเด็ก

26 มีนาคม 2556

อธิการบดี สจล.แนะยกเครื่องสภาวิชาชีพชี้เอาคนอายุ 60 ปี มานั่งกรรมการ คิดไม่ทันเด็กรุ่นใหม่ ส่งผลมหาวิทยาลัยปรับหลักสูตร ให้ทันสมัยสอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชนเป็นไปได้ยาก เหตุติดกฎของสภาพวิชาชีพ เผยต้องใช้มาตรการบังคับ เชื่อมโยงโบนัสกระตุ้นอาจารย์ทำงานวิจัย

ศ.ดร.ถวิล พึ่งมา อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า ตลอด 6 เดือนที่ดำรงตำแหน่อธิการบดี พยายามส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อพัฒนางานวิจัยที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันนำไปสู่การพัฒนาแก้ไขปัญหาให้แก่ประเทศไทย และเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย ของมหาวิทยาลัยที่ตั้งไว้ว่าจะเป็นเบอร์หนึ่งของ งานวิจัย ผลักดันให้มีงานวิจัยประมาณ 1,000 ชิ้นต่อปี

“ผมได้มีการวางแนวทางในการดำเนินงานจัดสรรงบประมาณด้านวิจัยเพิ่มขึ้นร้อยละ 30 ของงบรายได้ของสถาบัน แบ่งเป็น 100 ล้านบาทต่อปี มีการจัดตั้งกองทุนวิจัย จัดตั้งคลินิก วิจัย และมีมาตรการในการสร้างแรงจูงใจให้อาจารย์หันมาทำงานวิจัยเพิ่มมากขึ้น เช่น ผลงานวิจัยของอาจารย์ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารก็จะได้ผลตอบแทน 5,000 บาท ต่อชิ้น แต่อาจารย์ที่สนใจทำงานวิจัยก็ยังมีจำนวนน้อยมากเพราะต้องยอมรับว่า อาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่บังคับยาก จูงใจยาก บางคนไม่อยากทำก็คือไม่อยากทำ ทางสถาบันจึงได้เพิ่มมาตรการบังคับให้อาจารย์ทุกคนต้องทำงานวิจัย 20 % ของการทำงาน หากอาจารย์ไม่ทำก็จะไม่ได้โบนัส ทำให้ขณะนี้มีงานวิจัยเพิ่มขึ้นมาอีก 10% คาดว่าจะสรุปในเดือนตุลาคม 2556 นี้ ว่ามีงานวิจัยเพิ่มขึ้นจำนวนกี่ชิ้น” ศ.ดร.ถวิล กล่าว

ศ.ดร.ถวิล กล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากทำมากที่สุดในขณะนี้ คืออยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบุคคลในสังคมเข้ามาช่วยยกเครื่องสภาวิชาชีพใหม่ โดยเฉพาะการคัดเลือก สรรหาคณะกรรมการการสภาวิชาชีพต่าง ๆ เช่น วิศวกรรมศาสตร์สถาปัตยกรรมศาสตร์ ครุศาสตร์ ที่ควรจะเปิดโอกาสให้คนหนุ่มรุ่นใหม่ ไฟแรง มีประสบการณ์ใหม่ ๆ และมาจากหน่วยงานที่หลากหลายเข้ามานั่งตำแหน่งกรรมการสภาวิชาชีพบ้าง

“ไม่ใช่เอาคนอายุ 60 ปีขึ้นไป เกษียณอายุ ตกงานมาทำงาน เพราะต่อให้พวกเขาเก่งมีประสบการณ์ ความรู้ดี แต่พวกเขามักไม่รับฟังคนรุ่นใหม่ ยึดติดความคิดเก่า ๆ ดูแต่เรื่อง วิสัยทัศน์ คิดไม่ทันเด็กรุ่นใหม่ และกระแสโลกอีกทั้งการไม่เปลี่ยนแปลงเหล่าสภาวิชาชีพ จะส่งผลทำให้การพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ และสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บัณฑิตเป็นไปได้ยาก เนื่องจากหลักสูตรถูกควบคุมโดยสภาวิชาชีพ ทั้งที่จริง ๆ หลักสูตรในแต่ละสถาบันอุมดมศึกษาควรมีความแตกต่างกัน ไม่ควรเหมือนกันทั้งประเทศไทย หรือใกล้เคียงกันทั้งประเทศไทยอย่างตอนนี้ ” อธิการบดี สจล.กลาวในที่สุด

–คมชัดลึก ฉบับวันที่ 26 มี.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32238&Key=hotnews

สจล.แนะยกเครื่องสภาวิชาชีพ แนะอายุ 60 ปีห้ามนั่งกรรมการ-ชี้คิดไม่ทันเด็ก Read More »

สอศ.จัดชุมนุมลูกเสืออาเซียน

26 มีนาคม 2556

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดงานชุมนุมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญ อาชีวศึกษา ระดับชาติ ครั้งที่ 17 วันที่ 23-29 มี.ค.นี้ ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งมีลูกเสือในกลุ่มประเทศอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และกัมพูชา เข้าร่วมเพื่อสร้างความสัมพันธ์เครือข่ายลูกเสือกลุ่มอาเซียน เปิดโลกทัศน์ วิสัยทัศน์ของนักเรียน นักศึกษา และเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่อาเซียน เปิดโอกาสให้ลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญ มีโอกาสใช้ชีวิตและการทำกิจกรรมร่วมกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามแนวทางของลูกเสือ การแสดงความรู้ ความสามารถ ทักษะทางลูกเสือ และศักยภาพทางด้านคุณธรรม จริยธรรม โดยมีลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญอาชีวะ และผู้ที่เกี่ยวข้อง กว่า 4,000 คน และลูกเสือ เนตรนารีจากประเทศกลุ่มอาเซียน 50 คน เข้าร่วม
เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า ภายในค่ายจะจัดตามธรรมเนียมลูกเสือวิสามัญเน้นใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่น เพื่อแสดงถึงความมีวินัยในตนเอง เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเชิงสร้างสรรค์ แบ่งเป็น 7 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมชาวค่าย กิจกรรมหลัก กิจกรรมวิชาการลูกเสือ ทักษะชีวิต แข่งทักษะลูกเสือ นันทนาการ และกิจกรรมยามว่าง ซึ่งจะทำให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ได้ฝึกทักษะและประสบการณ์ชีวิต รู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น สามารถก้าวสู่เส้นทางอาชีพได้ทันที

–ข่าวสด ฉบับวันที่ 27 มี.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32236&Key=hotnews

สอศ.จัดชุมนุมลูกเสืออาเซียน Read More »

อธิการฯ มสด.แนะทางรอด พนง. มหา’ลัย

26 มีนาคม 2556

รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) กล่าวในการมอบนโยบายการประเมินผลการปฏิบัติราชการของบุคลากรในมหาวิทยาลัยฯ ว่า มสด. ได้มีการกำหนดรูปแบบการประเมินบุคลากรเจ้าหน้าที่ประจำตามสัญญาจ้างไว้จัดเจนตามสมรรถนะการปฏิบัติ 9 ข้อ แบ่งตามสมรรถนะหลัก 6 ข้อ อาทิ ความเป็นสวนดุสิต, ความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จที่เป็นเลิศ, การสั่งสมความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ, การสร้างเครือข่ายพันธมิตร, การดำรงตนอยู่ในวินัย คุณธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ, ความเข้าใจมหาวิทยาลัย และสมรรถนะเฉพาะอีก 3 ข้อ อาทิ ความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงาน, การพัฒนานวัตกรรมจากฐานความรู้ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้เพื่อสร้างความเข้าใจต่อองค์กรและให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีหัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้ประเมิน 2 ครั้งต่อปี เพื่อนำผลประเมินมาเป็นเกณฑ์พิจารณาต่อสัญญาจ้างหรือเพิ่มเงินเดือน “ขณะนี้เราพยายามผลักดันให้ราชภัฏสวนดุสิตสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เพื่อที่จะขออัตราส่วนการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยฯ เพิ่ม ดังนั้นบุคลากรตามอัตราจ้างควรจัดทำแฟ้มสะสมงาน (Portfolio) เพื่อไว้รองรับการประเมินที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้จะต้องแสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ อธิการบดี มสด. กล่าว

–มติชน ฉบับวันที่ 27 มี.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32235&Key=hotnews

อธิการฯ มสด.แนะทางรอด พนง. มหา’ลัย Read More »

พ่อพิมพ์-แม่พิมพ์ อย่าเพิ่งท้อใจ ! ..เพียงแค่เกิดการ’ทุจริตสอบครู’

26 มีนาคม 2556

ดร.พิษณุ ตุลสุข หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ถือเป็นเรื่องดังฉาวโฉ่ไปทั่วประเทศและชาวโลก เมื่อเกิดการทุจริตในการสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยของประเทศไทย เป็นข่าวใหญ่และเป็นที่ติดตามความคืบหน้าในการตามจับตัวขบวนการผู้ทุจริตให้ปรากฏ และบางกระแสยังบอกว่างานนี้อาจเป็น ‘มวยล้ม ต้มคนดู”ระหว่างที่ พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นำโดย นายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามทุจริต ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนฯ กำลังเดินหน้าสืบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริตการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ครูผู้ช่วยกรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว.12 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งมีการจัดสอบไปเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 56 ที่ผ่านมา

โดยผลการสืบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นของดีเอสไอตรงกับผลสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกระทรวงศึกษาธิการทั้ง 4 เขตพื้นที่การศึกษา คือ สรุปรายงานชี้ชัดว่าการทุจริตมีบุคคล 3 ส่วนเกี่ยวข้องทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และผู้เข้าสอบ โดยข้อพิรุธการทุจริตมากถึง 9 ข้อสำคัญ
นับเป็นโอกาสดีในช่วงที่กำลังรอผลว่าทางดีเอสไอกำลังพิจารณาว่าจะรับทำเป็นคดีพิเศษหรือไม่นั้น? ทีมข่าวเดลินิวส์ มีโอกาสได้รับเกียรติจากทาง ดร.พิษณุ ตุลสุข หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว ได้เขียนบทความพิเศษผ่านทางเดลินิวส์ เพื่อให้กำลังใจกับวงการพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ เรื่อง “อย่าสิ้นหวังครูดี เพียงเพราะมีการทุจริตสอบครู”
ดร.พิษณุ เปิดใจว่าถึงแม้ขบวนการทุจริตจะยิ่งใหญ่อย่างไร มีความร่วมมือโกงจากใครเป็นผู้ใหญ่ระดับไหนในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เชื่อว่าผลจากการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงศึกษาธิการ ที่แต่งตั้งโดย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ คงจะสาวไปถึงแน่นอน
คำถามของสังคมก็คือ ทำไมคนที่อยากเป็นครูจึงร่วมขบวนการทุจริตถึงจำนวน 400-500 คน คนที่จะไปเป็นครูแต่ยอมทุจริตเพื่อเป็นครู จึงเป็นคำถามว่า ถ้าจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน คนเหล่านี้ได้เข้าไปรับราชการเป็นครูจริง ๆ เขาจะสอนลูกศิษย์อย่างไร เพราะเมื่อต้นธารแห่งความดีได้แม่พิมพ์ที่ไม่ดีตั้งแต่ต้น อนาคตของลูกหลานอนาคตของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร หรือจะเป็นสังคมอุดมด้วยคนโกง
รัฐบาลที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในนโยบายข้อ 1.3 ไว้อย่างชัดเจนว่าจะป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐอย่างจริงจัง
ดังนั้นวันนี้จึงจำเป็นต้องรักษานโยบายที่จะธำรงไว้ซึ่งการสร้างแม่พิมพ์ที่ดีของประเทศชาติ!
แต่เป็นที่น่าแปลกใจตรงที่ ขบวนการทุจริตครั้งนี้ ทั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงศึกษาธิการและกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต่างฟันธงว่ามีการร่วมกันทุจริตจากผู้บริหารในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในรั้ววังจันทรเกษมด้วย ยิ่งทำให้เป็นความคลางแคลงใจสงสัยต่อไปว่า ถ้าผู้คุมบังเหียนการจัดการศึกษาในรั้วเสมาเป็นอย่างนี้แล้ว ผู้ใต้บังคับบัญชาในระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและระดับโรงเรียนจะเป็นอย่างไร คิดไปแล้วก็วังเวง?
ความหดหู่หัวใจคนไม่เกิดเฉพาะแต่คนในสังคมหรือสาธารณชน แต่คนในวงการศึกษาเองก็หดหู่ว่าเกิดอะไรขึ้นในยุคสมัยอย่างนี้ วิชาชีพครูที่ออกกฎหมายมารองรับเป็นวิชาชีพควบคุม ใครจะเป็นครูต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจึงจะเป็นครูได้ เป็นวิชาชีพชั้นสูงมีค่าตอบแทนสูง เด็กจบจากมัธยมศึกษาตอนปลายต่างมุ่งหน้าและใฝ่ฝันจะเป็นครู โดยมียอดการสมัครเข้าคณะครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์สูงกว่าคณะอื่น ๆ ในทุกมหาวิทยาลัยในประเทศไทย และเป็นเด็กเก่ง เด็กดีที่อยากเป็นครู เป็นอนาคตของอนาคตประเทศไทยในการที่จะสร้างผลผลิต คือ ประชากรในอนาคตของประเทศให้มีคุณภาพ คุณธรรมและเป็นคุณค่าสำคัญ เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ทรงคุณค่าของประเทศ
เมื่อเป็นข่าวฉาวโฉ่ เป็นวิกฤติที่ต้องยอมรับว่าได้เกิดขึ้นจริงในวงการศึกษาของประเทศ ควรใช้วิกฤตินี้เป็นโอกาสในการที่จะปฏิวัติระบบการสอบบรรจุครู โดยตั้งคำถามแบบนอกกรอบว่า ทำไม ‘นักเรียนนายร้อย” ไม่ต้องไปสอบบรรจุเป็น ‘นายทหาร” เป็น ‘นายตำรวจ” แต่ทำไมเป็นบัณฑิตที่จบครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ เป็นบัณฑิตครูแล้วต้องไปสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นครู ปีหนึ่ง ๆ สมัครกันประมาณ 1 แสนคน
มีความเห็นว่าน่าจะมีวิธีคิดใหม่ที่ควรคัดเด็กดี เด็กเก่งและมีศรัทธาต่อวิชาชีพครู ปรารถนาที่จะเป็นครู ที่เราคัดเลือก”สุดยอด”เด็กมัธยมศึกษาตอนปลายเหล่านี้จากทุกเขตพื้นที่ในประเทศไทย นำมาเรียนในสถาบันผลิตครูที่เป็นมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่เปิดสอนคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ทั่วประเทศ แต่ให้เลือกว่าสถาบันนี้จะผลิตครูวิชาเอกอะไร ไม่ใช่ผลิตเก่งไปทุกวิชาเอก เลือกวิชาเอกที่เป็นหนึ่งของสถาบันนั้นไม่เกิน 3 วิชาเอก
ลองคิดดูได้ว่าถ้า ตัวป้อน ที่คัดเด็กดี เด็กเก่ง มาเรียนครูในสถาบันผู้ผลิต ที่มีคุณภาพเยี่ยม และมีกติกากำกับต้องเรียนไม่ต่ำกว่าเกรด 3.00 ถ้าต่ำกว่านี้ก็หลุดไปจากโอกาสที่จะเป็นครูตามแนวคิดนี้ ถ้า ตัวป้อน ดีกระบวนการผลิตดี โดย ทฤษฎีระบบ ก็ยืนยันว่า ผลผลิต จะต้องดี ดังนั้นหากใช้ระบบนี้เราก็จะมีครูในอนาคตที่ดี และสามารถส่งครูดีเหล่านี้กลับไปบรรจุและแต่งตั้งเป็นครูที่ภูมิลำเนาหรือจังหวัดหรือเขตพื้นที่ ของตนเอง
หากเป็นเช่นนี้ กระทรวงศึกษาธิการก็ไม่ต้องมีนโยบายครูคืนถิ่นหลอก ๆ และไม่เป็นธรรมเพื่อสร้างภาพอีก เพราะผลผลิต คือ บัณฑิตครูได้คืนถิ่นตั้งแต่วันบรรจุใหม่แล้ว และที่สำคัญคือไม่ต้องมีการสอบแข่งขันสอบคัดเลือกให้ขบวนการทุจริตจ้องหาประโยชน์และสร้างความอื้อฉาวทำลายสังคมครูอีก
โครงการ ครูมืออาชีพ ของรัฐบาลเป็นทางออกที่สามารถทำได้ โดยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกที่ ก.ค.ศ. (คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา) สามารถกำหนดได้ ตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และ หน่วยงานผู้ใช้ที่ใหญ่ที่สุด คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่นับจากปี พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป จะมีข้าราชการครูเกษียณอายุราชการกว่า 20,000 คน จนถึง ปี พ.ศ.2562 จะมีข้าราชการครูเกษียณอายุราชการถึง 26,000 กว่าคนและยังไม่นับรวมครู ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและ กศน.
หากมีกระบวนการวางแผนที่ดี ว่าเขตพื้นที่การศึกษาใดต้องการครูวิชาเอกอะไร เท่าไรใน 5 ปีข้างหน้า โดยทำแผนเป็น 10 ปี อัตราเกษียณอายุราชการเท่าไรจะบรรจุย้อนกลับไปเท่าไร ก็เสนอให้สถาบันผู้ผลิต ผลิตครูวิชาเอกนั้น จากเด็กมัธยมศึกษาตอนปลายที่มาจากเขตพื้นที่เหล่านั้น ตามหลักเศรษฐศาสตร์ ดีมานด์-ซัพพลาย การผลิตก็จะพอดีกับความต้องการใช้ได้ครูที่ดี มีกระบวนการผลิตอย่างมีคุณภาพ เราก็จะได้ครูดีโดยไม่ต้องมีการสอบบรรจุและแข่งขันไม่ต้องกังวลและต่อสู้กับขบวนการทุจริตที่มีหลากหลายรูปแบบและพัฒนาวิธีโกง ที่แนบเนียนมากขึ้น เหมือนที่เป็นอยู่ในวันนี้
คำถามสุดท้ายว่าทำได้ไหม? ผมตอบว่าทำได้ เพราะผู้บริหารระดับเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารโรงเรียนรออยู่แล้ว ทุกคนต้องการแนวทางและการปฏิบัติที่ดีงาม มุ่งสู่จุดหมายเดียวกัน คือ สร้างเยาวชนสู่อนาคตด้วยเอกลักษณ์ของชาติ จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ยึดหลักศาสนาและรักษาอุดมการณ์และเอกลักษณ์ของประเทศไทย ที่สำคัญคือ นโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรีได้กำชับมา ที่กระทรวงศึกษาธิการโดยตลอดว่า ให้อยู่ในหลักการและความชอบธรรม
ดังนั้นจึงต้องขอย้อนกลับไปยังคำถามว่า สิ่งที่ผมทำไม่ใช่ทำเพราะแก้แค้น ล้างแค้น แต่ทำตามนโยบายรัฐบาลและรักองค์กร ใครมาทำให้องค์กรและวิชาชีพครูเสื่อม ผมรับไม่ได้!!
ที่กล่าวมาทั้งหมดจะให้ทำไหม ใครทำ และไม่ต้องมากล่าวหาผมอีกว่าเลื่อยขาเก้าอี้ใคร ใครที่ทำได้ก็มาทำผมรับได้ แต่ขอทำความเข้าใจว่าผมคือครู และหัวใจผมอยู่ที่ครู อยากได้ครูที่มีจิตวิญญาณของความเป็นครู ผมเกิดจากครู เติบโตจากครู ครูคือจิตวิญญาณของผม .

“จักอุทิศชีวิตนี้เพื่อมวลครู
แม้ตนกูจะตายไปสักพันหน
วิญญาณจักเกิดใหม่ในบัดดล
อุทิศตนเพื่อมวลครูอยู่ต่อไป”
ดร.พิษณุ ตุลสุข

–เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 27 มี.ค. 2556 (กรอบบ่าย)–

http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=32234&Key=hotnews

พ่อพิมพ์-แม่พิมพ์ อย่าเพิ่งท้อใจ ! ..เพียงแค่เกิดการ’ทุจริตสอบครู’ Read More »